หนุ่มวัย 34 ปี เก็บความแค้นไว้ 3 วัน หลังมีปากเสียงด่าทอบุพการี หวนกลับมากระหน่ำแทงเจ้าของร้านขายน้ำแข็งดับ ตำรวจ สภ.เมืองภูเก็ต เร่งล่าตัวมาดำเนินคดี

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 6 พฤษภาคม 2566 ร.ต.อ.วิชิต นกแก้ว รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าเกิดเหตุทะเลาะวิวาทกันขึ้นที่หน้าร้านกินรีน้ำแข็ง ถ.ศรีเสนา ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่ รพ.อบจ.ภูเก็ต จึงพร้อมด้วยชุดสืบสวน-พฐ.รุดไปตรวจสอบ 

ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายน้ำแข็งและขายของชำทั่วไป ตั้งอยู่ริมถนนสายดังกล่าว พบ กองเลือดอยู่บนที่นั่งบริเวณซุ้มไม้ไผ่หน้าร้าน 

สอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ทราบว่า เมื่อเวลา 01.13 น. วันที่ 6 พ.ค. 66 ขณะที่นายวันชัย บุตรดี อายุ 35 ปี เจ้าของร้านดังกล่าวนั่งอยู่ในซุ้มไม้ไผ่หน้า ต่อมาได้มีคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์ 1 คนและหญิงสาวอีก 1 คนขับรถกระบะไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนมาจอดหน้าร้าน จากนั้นชายฉกรรจ์คนดังกล่าว เดินลงจากรถแล้วปรี่เข้าไปหานายวันชัยที่นั่งอยู่ในซุ้มไม้ไผ่และใช้อาวุธมีดจวกแทงเข้าที่บริเวณลำคอและศีรษะของนายวันดีอย่างไม่ยั้ง จนเลือดสาดไปทั่วบริเวณล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นหายใจรวยรินได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นคนร้ายได้ขับรถกระบะหลบหนีไป ชาวบ้านในละแวกนั้นได้ช่วยกันนำนายวันดีส่ง รพ.อบจ.ภูเก็ต แต่นายวันดีทนความเจ็บปวดไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา จึงนำศพส่ง รพ.วชิระภูเก็ต ให้แพทย์นิติเวชชันสูตรศพหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอย่างละเอียดอีกครั้ง

ทั้งนี้จากการสืบสวนสอบสวนทราบว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ค.ที่ผ่านมา ช่วงเวลา 22.00-23.00 น. ได้มีชายหญิง 2 คนเข้ามานั่งดื่มสุราที่หน้าร้านดังกล่าว จากนั้นต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน แล้วเกิดไม่สบอารมณ์กันขึ้น จนมีการเปิดศึกด่าทอบุพการีกัน แต่ไม่มีการทะเลาะวิวาทแต่อย่างใด จากนั้นชายหญิงทั้งคู่ได้กลับออกจากร้านไป จนกระทั่งก่อนเกิดเหตุ ชายหญิงคู่ดังกล่าวได้ขับรถกระบะมาจอดที่หน้าร้าน โดยชายคนที่เคยมีปากเสียงกับผู้ตายได้เดินถือมีดปลายแหลมลงมาจากรถกระบะแล้วเดินปรี่เข้าไปกระหน่ำแทงผู้ตาย จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา แล้วหลบหนีไป 

...

จากนั้นชุดสืบสวนได้สืบทราบว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุคือ นายธราพงษ์ หรือ แจ็ค เหน็บบัว อายุ 34 ปี อดีตผู้ต้องหาต้องโทษหลายคดี โดยใช้รถกระบะมิตซูบิชิไทรทัน สีขาว ทะเบียน 3 ฒน 3825 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะได้ติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายต่อไป โดยกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านที่เกิดเหตุบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้ ซึ่งจะเป็นหลักฐานสำคัญในคดี.