"บิ๊กโจ๊ก" เค้นสอบ "รอง ผกก." อดีตสามี "แอม ไซยาไนด์" รับสารภาพ จ่อสอบ "น้อยหน่า" เมียน้อยซ้ำ เชื่อรู้ข้อมูลเยอะ โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน ผงะพบดารา และผู้ซื้อยาไซยาไนด์กว่า 100 ราย เตรียมเรียกมาสอบสวนหากซื้อไปผิดวัตถุประสงค์ถูกดำเนินคดี
เมื่อเวลา 19.45 น. วันที่ 3 พ.ค. 66 ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. เดินทางมาสอบสวน พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ รอง ผกก.อ๊อฟ อดีตสามีนางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ แอม เพิ่มเติม
โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า หลังจาก ผบ.ตร. ได้แบ่งมอบงาน ตนมอบหมายให้คณะทำงานสอบปากคำเพิ่มเติม โดย รองผกก.ให้การดีขึ้นโดยรับสารภาพข้อหาตามหมายจับ วันนี้ตนจึงมาสอบสวนเพิ่มเติม ส่วน "น้อยหน่า" ที่ว่าเป็นภรรยาน้อยของทางรองผกก.นั้น ตอนนี้ตัวอยู่ที่นี่แล้ว แต่ยังไม่ได้เริ่มการสอบสวน จากนี้ไม่ว่าจะมีวันหยุดกี่วัน ทางคณะพนักงานสอบสวนจะเร่งทำเพิ่มเติม
รองผบ.ตร. กล่าวว่า ตนได้ชุดทำงานสอบปากคำ น.ส.แอม ภายในเรือนจำว่า เพราะเชื่อหลังจากติดคุกไปหลายวันน่าจะรู้ผิดชอบชั่วดีมากขึ้น โดย แอม รับสารภาพว่า เป็นคนไปรับทรายที่สนามบิน ทั้งนี้ตนจะเข้าไปคุยสอบถามเพิ่มเติมภายในเรือนจำ
...
ส่วนข้อหาตามหมายจับของ รอง ผกก.นั้น มีข้อหารับของโจร ปลอม และใช้เอกสารราชการปลอม ซึ่งเจ้าตัวให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา หลังการสอบสวนจะนำตัวรองผกก.ไปควบคุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองนครปฐม โดยนำตัวไปฝากขังในวันพรุ่งนี้ (4 พ.ค.) พร้อมคัดค้านการประกันตัวด้วยเกรงว่าจะหลบหนี
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดนี้จะทำความจริงให้กระจ่าง อย่างน้อยในวันจันทร์-อังคารนี้จะบอกสื่อมวลชนได้ ในส่วนของ "น้อยหน่า" ภรรยาน้อย อาจจะรู้ข้อมูลเยอะ เพราะอยู่ใกล้ชิด เขาเป็นสามีภรรยาย่อมรู้ว่าเส้นทางการเงินเป็นอย่างไร คน 3 คนไปในสถานที่เดียวกันย่อมต้องทราบรายละเอียด
รองผบ.ตร. กล่าวว่า สำหรับผู้ที่ซื้อไซยาไนด์ทางออนไลน์ต้องมีวัตถุประสงค์ ซื้อไปทำอะไร ตอนนี้เรามีข้อมูลทั้งหมดแล้วว่าใครซื้อไปบ้าง รวมถึงบุคคลที่เป็นดาราด้วย ซึ่งมีบุคคลที่ซื้อไปนับ 100 รายหากพบพิรุธ หรือมีความน่าสงสัยจะเรียกมาสอบสวน หากคนใดที่ซื้อไปผิดวัตถุประสงค์จะดำเนินคดีตามกฎหมาย
"ตำรวจต้องบริหารคดีด้วยความเที่ยงตรง ถ้าจะเอาผิดเขาจะต้องให้มีความชัดเจน วันนี้สังคมอาจจะตัดสินไปแล้ว แต่ในตัวพนักงานสอบสวนการดำเนินคดีอาญาต้องมีหลักฐาน และมีหลักฐานอยู่หลายจุด เราต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดเพื่อส่งให้อัยการ หากอัยการเห็นว่า สำนวนยังขาดก็ต้องทำเพิ่ม เพื่อให้เกิดความชัดเจน เพื่อให้ศาลพิพากษาลงโทษให้ได้ สำหรับคดีนี้ทาง ผบ.ตร. ได้ให้กองปราบรวบรวมทำคดี ท้องที่ต้องนำสำนวนมารวมที่กองปราบปราม เพื่อรวบรวมยื่นฟ้องศาลอาญาเพียงศาลเดียว เพื่อชี้ให้ศาลเห็นถึงความเชื่อมโยงการเสียชีวิตของแต่ละคดี" พล.ต.อ.สุรเชษฐ์กล่าว.