ผบ.ตร.เตรียมสั่งโอนสำนวนคดี "แอม ไซยาไนด์" ทั้งหมดไว้ที่กองปราบ พร้อมนั่งหัวโต๊ะคลี่คลายทุกปม ส่วนการออกหมายจับคนใกล้ชิดที่เป็นตำรวจนั้น ยืนยันว่าจะมีความชัดเจนในการแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. เปิดเผยว่า วันนี้ได้มีการเรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดี แอม ไซยาไนด์ ทั้งหมดในทุกพื้นที่เกิดเหตุ ทั้งจากตำรวจนครบาล ตำรวจภูธรภาค 4 ตำรวจภูธรภาค 7 กองปราบปราม เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และแพทย์นิติเวช โดยก่อนเที่ยงวันนี้จะให้คณะทำงานแต่ละชุดนำข้อมูลมารายงานตรงเพื่อรับทราบข้อมูลทั้งหมด ก่อนเริ่มการประชุมในช่วง 13.30 น. ซึ่งจะเป็นการรวมคดีในทุกท้องที่เพื่อให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและสำนวนมีความแน่นหนา เนื่องจากผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธและขอต่อสู้คดี โดยที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง และมี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.(ส.ส.) ผู้รับผิดชอบคดีในภาพรวมเข้าร่วมการประชุมด้วย

ทั้งนี้ ในวันนี้จะมีคำสั่งให้รวมสำนวนคดีทุกพื้นที่ไว้ที่กองปราบปราม กองบัญชาการสอบสวนกลางด้วย และมีผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจะเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนโดยตำแหน่ง เนื่องจากกองปราบฯ อยู่ในเขตอำนาจสอบสวนของศาลอาญา จะทำให้การทำสำนวนมีความรัดกุมและเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น ส่วนการออกหมายจับคนใกล้ชิดของนางแอมที่เป็นตำรวจนั้น ยืนยันว่าจะมีความชัดเจนในการแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้

ทั้งนี้ มีรายงานว่าจากการสอบปากคำตำรวจอดีตสามีของผู้ต้องหาสองครั้ง ให้การยืนยันว่าเข้าใจผิดคิดว่าลูกในท้องของแอมเป็นลูกที่เกิดจากตน ไม่คิดว่าอดีตภรรยาจะสวมเขาให้ และจากแนวทางการสืบสวนจะพบว่าทั้งคู่นอนแยกเตียงและหย่ากันแล้วตามนิตินัย แต่ยังคงอยู่บ้านเดียวกันเพื่อดูแลลูก

...

สำหรับคดีของ น.ส.มณฑาทิพย์ ซึ่งเกิดขึ้นในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ ในปี 2558 นั้น มีความเป็นไปได้ยากที่สุดในการตั้งข้อกล่าวหากับนางสาวแอม เนื่องจากเป็นเพียงคดีชันสูตร แพทย์ไม่ได้ตรวจสารพิษ ทั้งยังไม่มีหลักฐานใดๆ แม้กระทั่งภาพถ่าย ขณะที่แพทย์เฉพาะทาง 2 รายที่ทำหน้าที่ชันสูตรพลิกศพนั้น รายหนึ่งได้เกษียณอายุราชการไปแล้ว ส่วนอีกรายหนึ่งได้ไปเรียนต่อต่างประเทศ ยังไม่สามารถติดต่อได้