กองปราบฯคุม “แอม” สาวโหดฝากขังศาล หลังไม่ให้ ความร่วมมือ และไม่ขอให้ปากคำในชั้นสอบสวน ผู้ต้องหา ไม่ขอประกันถูกส่งตัวเข้าเรือนจำ เหยื่อโผล่อีก 2 คนเป็นครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยาใน จ.นครปฐม ตำรวจตามเก็บหลักฐานในบ้านเหยื่อ ตำรวจพบปมปัญหาทวงเงินและเล่นแชร์กับผู้ต้องหา อีกรายสาวกำแพงเพชรสามีเป็นชาวต่างชาติฐานะดี แม่เหยื่อแฉให้เงินแอมยืมประจำ หลังกลับมาจากต่างประเทศวันเดียวเสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพฯ ทรัพย์สินหลายอย่างล่องหน เตรียมเข้าร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแล้ว ด้านชุดทำงาน บช.ภ.7 เดินเครื่องรวบรวมหลักฐานคลี่คลายคดี บุกค้นบ้านพักรอง ผกก. อดีตสามีผู้ต้องหา เก็บหลักฐาน 9 รายการไปตรวจพิสูจน์ โอดก่อนหย่าให้กู้เงินมาให้ 2 ล้านบาทแล้วทิ้งให้ใช้หนี้ ระหว่างประชุมลูกสาวแม่ค้าผักใน จ.สมุทรสาคร โร่ร้องเรียน แฉแม่ให้ยืมเงินไป 6 หมื่นบาท วันเดียวตาย ตามทวงถามอ้างว่าผู้ตายเอามาใช้หนี้

กรณีชุดสืบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เข้าสืบสวนคลี่คลายคดีการเสียชีวิต น.ส.ศิริพร หรือก้อย ขันวงษ์ อายุ 32 ปี เท้าแชร์สาวชาว จ.กาญจนบุรี เบื้องต้นพบเป็นลมวูบดับปริศนาขณะเดินทางไปปล่อยปลากับนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี อดีตภรรยานายตำรวจระดับรอง ผกก. ในพื้นที่ จ.ราชบุรี บริเวณท่าน้ำแม่น้ำแม่กลองพื้นที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แต่ญาติติดใจการเสียชีวิตเข้าร้องทุกข์ตำรวจกองปราบปรามช่วยตรวจสอบความผิดปกติ นำศพชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ พบสารไซยาไนด์ในร่างกาย เป็นที่มาของการรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับนางสรารัตน์ ข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรองไว้ก่อน นอกจากนี้ ชุดสืบสวนยังตรวจสอบเพิ่มเติมพบมีเหยื่อเข้าข่ายการถูกวางยาฆาตกรรมอีก 10 คน รอดชีวิตมาได้ 1 คน หลังถูกจับกุมดำเนินคดีผู้ต้องหาให้การปฏิเสธขอสู้คดีตามที่เสนอข่ายไปแล้วนั้น

...

“แอม”ความดันขึ้นส่ง รพ.

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 26 เม.ย. ระหว่างพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. นำตัวนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ออกจากห้องควบคุมมาสอบคำให้การเพื่อเข้าสำนวนคดี เนื่องจากจะนำตัวไปฝากขังศาลอาญาในช่วงเช้า พนักงานสอบสวนสังเกตเห็นอาการไม่ค่อยดี ประกอบกับผู้ต้องหามีปัญหาความดันโลหิตสูง ตามที่ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความผู้ต้องหา ระบุว่า สูงถึง 170-220 ต้องตรวจวัดความดันตลอดเวลา พนักงานสอบสวนตัดสินใจเรียกเจ้าหน้ากู้ชีพจากศูนย์เอราวัณมาตรวจสอบอาการผลค่อนข้างน่าวิตก นำตัวส่งรักษาอาการที่โรงพยาบาลตำรวจทันที

ยอมรับถูกจับทำเครียด

เมื่อเดินทางถึงโรงพยาบาลตำรวจ แพทย์ตรวจร่างกายพร้อมวัดความดันพบว่า ความดันสูงผิดปกติ รีบให้ยา น้ำเกลือ และให้นอนพักรอดูอาการจนเริ่มทุเลาไม่น่าเป็นอันตราย อนุญาตให้เจ้าหน้าที่รับตัวกลับห้องควบคุมที่กองปราบฯ แต่ยังให้สิบเวรหมั่นสังเกตอาการความผิดปกติตลอดเวลาจนถึงเช้า นางสรารัตน์ยังดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด เผยด้วยว่า ยังมีอาการอ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ เพราะป่วยเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว หลังถูกจับเลยทำให้เครียด แต่หลังจากกินยาไปบ้างแล้วอาการเริ่มดีขึ้น ตอนนี้สิ่งที่อยากได้ที่สุดคือ เสื้อผ้า ชุดชั้นใน และแปรงสีฟัน เพราะตั้งแต่ถูกตำรวจจับกุมมายังอยู่ในเสื้อผ้าชุดเดิมอยู่เลย

ฝากขังพร้อมค้านประกัน

ต่อมาเมื่อเวลา 11.00 น. พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.สั่งการให้พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.นำตัวนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ ไปฝากขังศาลอาญา เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พ.ต.อ.เอนก เผยว่า ที่ผ่านมาจากการสอบสวนตัวผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทั้งหมด ไม่ขอให้การใดๆ เพิ่มเติมด้วย ดังนั้น หากควบคุมตัวไว้ไม่เกิดประโยชน์ เพราะตัวผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือใดๆทั้งสิ้น รวมทั้งการขอเจาะเลือดเพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ พนักงานสอบสวนทำบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนส่งตัวไปฝากขัง

เชิญรอง ผกก.อดีตสามีมาสอบ

มีรายงานด้วยว่า คืนที่ผ่านมาพนักงานสอบสวนเชิญตัว พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ อดีตสามีผู้ต้องหามาสอบปากคำฐานะพยาน เบื้องต้นทราบว่า ทั้งสองเพิ่งแยกทางกันเมื่อปี 2565 แต่ยังไปมาหาสู่กันบ้างเพราะมีลูกด้วยกัน 2 คน ส่วนตัวนางสรารัตน์ไม่ได้ทำงานอะไรเป็นหลักแหล่ง แต่มีเงินใช้ตลอด ไม่รู้ว่าเอาเงินมาจากไหน ก่อนเลิกกันผู้ต้องหายังให้อดีตสามีไปกู้เงินสวัสดิการมาให้ 2 ครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท หลังเลิกกันปล่อยภาระให้อดีตสามีรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังมีรายงานการสืบสวนด้วยว่า ผู้ต้องหามักอาศัยความเป็นภรรยานายตำรวจตีสนิทวงการต่างๆ ชักชวนผู้อื่นให้ร่วมทำบุญหรือร่วมเล่นแชร์ ทุกคดีที่เกิดขึ้นจะพบว่า โทรศัพท์มือถือของเหยื่อหายไปอย่างผิดสังเกต

อดีตสามีเพิ่งถูกย้ายหลังคดีก้อย

มีรายงานด้วยว่า เมื่อวันที่ 21 เม.ย. พล.ต.ต.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์ ผบก.ภ.จ.ราชบุรี มีคำสั่งที่ 250/2566 เรื่องให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติราชการ ด้วยเมื่อวันที่ 14 เม.ย. มีเหตุหญิงเสียชีวิตบริเวณริมแม่น้ำแม่กลองใกล้ศาลาประชาคมเทศบาลเมืองบ้านโป่ง โดยไม่ทราบสาเหตุ และมีบุคคลทางคดีมีความสัมพันธ์กับ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เพื่อมิให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการ ให้ พ.ต.ท.วิฑูรย์ ไปปฏิบัติหน้าที่งานสอบสวน สภ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี โดยขาดจากบังคับบัญชาตำแหน่งเดิม

...

พบจ้างเด็กเอาหลักฐานไปฝัง

มีรายงานการสืบสวนอีกว่า หลังจากนางแอมนำขวดบรรจุสารไซยาไนด์ที่ใช้ก่อเหตุไปแล้ว พยายามทำลายหลักฐานด้วยการว่าจ้างเยาวชนกลุ่มหนึ่งแถวบ้านด้วยเงิน 1 หมื่นบาท ให้ช่วยนำเอาไปฝังทำลายหลักฐาน แต่หลังเป็นข่าวดังทำให้เยาวชนพยานกลุ่มนี้ไม่กล้าเอาไปทำลาย จนชุดสืบสวนสามารถตามตรวจยึดมาเป็นหลักฐานสำคัญได้ อยู่ระหว่างตรวจสอบสิ่งของภายในถุงทั้งหมด โดยเฉพาะสารไซยาไนด์เป็นสารเคมีอันตรายออกฤทธิ์รวดเร็วมีความเป็นพิษสูง สามารถสั่งซื้อได้ทางออนไลน์ เมื่อผู้ต้องหานำไปใช้สังหารเหยื่อ เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจทำให้ตัวผู้ต้องหารับสารเข้าไปด้วย เนื่องจากเป็นสารที่ซึมเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายเพียงแค่สัมผัส แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธการตรวจร่างกาย ถ้าจำเป็นพนักงานสอบสวนต้องร้องศาลขอคำสั่ง

...

ทนาย “แอม” ยันยื่นประกันแน่

ด้าน น.ส.ธันย์พิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความของแอม เผยว่า ขณะนี้เตรียมขอยื่นประกันตัวนางสรารัตน์ ผ่านระบบซีออส (CIOS) เตรียมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 4 แสนบาท พร้อมเปิดใจกับสื่อยืนยันว่า ไม่ต้องการให้ลูกความได้รับประกันตัว เนื่องจากอยากให้พนักงานสอบสวนหาพยานหลักฐานอย่างเต็มที่ จะได้ไม่เป็นข้ออ้างว่า ลูกความไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานเพื่อจะได้ไปสู้คดีกันในชั้นศาล เมื่อคืนลูกความมีอาการเครียดจนความดันสูงถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตำรวจ ตอนนี้อาการปกติแล้ว ส่วนตนไม่มีความกังวลใดๆในเรื่องคดี ยอมรับว่านางสรารัตน์กังวลเล็กน้อยเพราะอยู่ในห้องคุมขังเพียงลำพัง และมีภูมิลำเนาอยู่ต่างจังหวัด เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วที่ต้องกังวล

พฐ.ตรวจรถหาหลักฐานอีกรอบ

ต่อมาเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม เข้าตรวจสอบหลักฐานภายในรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน 5 กศ 7028 กรุงเทพมหานคร ของนางแอมที่นั่งมาก่อนถูกจับกุม เพื่อหาหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

ฝากขังยันลวงเหยื่อไปฆ่า

ที่ศาลอาญา วันที่ 26 เม.ย. พนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป. ควบคุมตัวนางสรารัตน์ หรือแอม รังสิวุฒาภรณ์ อายุ 36 ปี เท้าแชร์ใน จ.กาญจนบุรี ผู้ต้องหาคดีวางยาฆ่าผู้อื่น มายื่นคำร้องขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก พนักงานสอบสวนบรรยายว่า เมื่อวันที่ 25 เม.ย.ตำรวจกองปราบจับผู้ต้องหาไว้กล่าวหาว่า ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พฤติการณ์คือ นางสรารัตน์ ผู้ต้องหาออกอุบายนัดหมายให้ น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย ผู้ตายไปพบที่หมู่บ้านเพื่อจะพาผู้ตายไปฆ่าแล้วฆ่าเอาทรัพย์สิน

ไซยาไนด์ผสมอาหาร-เครื่องดื่ม

ต่อมาวันที่ 14 เม.ย. เวลาประมาณ 06.30 น.ผู้ตายขับรถยนต์โตโยต้า ยาริส สีขาว ทะเบียน กน 2340 กาญจนบุรี ออกจากบ้านของตนเองที่ จ.กาญจนบุรี มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านพฤกษา 1 จ.นครปฐม เมื่อมาถึงหมู่บ้านผู้ตายนำรถยนต์มาจอดไว้แล้วเดินมาขึ้นรถยนต์โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ ทะเบียน กต 9532 นครปฐม มีผู้ต้องหาเป็นคนขับ ผู้ต้องหาขับรถออกจากหมู่บ้านไปกับผู้ตาย ระหว่างที่ผู้ตายและผู้ต้องหาอยู่ในรถ ผู้ต้องหานำสารพิษไซยาไนด์ใส่ในอาหารหรือเครื่องดื่มให้ผู้ตายบริโภคโดยมีเจตนาฆ่า

...

เหยื่อฟุบฉกโทรศัพท์มือถือ

ในวันเดียวกัน เวลา 09.00 น. ผู้ต้องหาและผู้ตายขับรถยนต์มาถึงบริเวณศาลาประชาคมริมแม่น้ำแม่กลอง อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี แล้วจอดรถ ผู้ตายเดินลงบันไดเพื่อไปปล่อยปลา ส่วนผู้ต้องหาไม่ได้เดินตามไปด้วย หลังจากที่ผู้ตายปล่อยปลาสักพักขณะกำลังจะเดินขึ้นบันไดก็หมดสติล้มลง เมื่อผู้ต้องหาเห็นว่าผู้ตายกำลังหมดสติ เดินลงบันไดไปจากนั้นเดินกลับขึ้นมาเพียงคนเดียว โดยไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ตาย กล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุบันทึกภาพไว้ ภายในมือของผู้ต้องหาเอาโทรศัพท์มือถือของผู้ตายบางส่วนมาด้วยหลายเครื่อง แล้วขับรถยนต์ออกจากที่เกิดเหตุ ปล่อยให้ผู้ตายนอนหมดสติอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยไม่ให้ความช่วยเหลือจนผู้ตายถึงแก่ความตายเวลาต่อมา

ยึดไซยาไนด์และหลักฐานได้

ทั้งนี้ จากการสืบสวนทราบว่า หลังเกิดเหตุเมื่อวันที่ 16 เม.ย. ผู้ต้องหานำถุงดำภายในมีกระปุกใส่สารพิษ โพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) พร้อมกับสิ่งของอื่นๆ กรอบป้ายทะเบียน บัตรเอทีเอ็ม และเอกสารการเสียชีวิตของนายสุทธิศักดิ์ หรือแด้ พูนขวัญ อายุ 35 ปี แฟนของผู้ต้องหาที่เสียชีวิตเมื่อวันที่ 12 มี.ค.66 ท้องที่ อ.เมืองอุดรธานี ผู้ต้องหานำถุงดำไปฝากไว้กับผู้อื่นเพื่อให้เอาไปซุกซ่อน แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจยึดไซยาไนด์และสิ่งของอื่นๆได้ในเวลาต่อมา

ผลชันสูตรยันเหยื่อมีสารพิษ

จากการตรวจพิสูจน์สารคัดหลั่งจากศพของ น.ส.ศิริพร ผู้ตาย กลุ่มงานพิษวิทยา สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ พบสารไซยาไนด์ในเลือดปริมาณที่เป็นสาเหตุให้ถึงแก่ความตายได้ เชื่อว่าผู้ต้องหาเป็นผู้นำสารพิษไซยาไนด์ใส่ในอาหารให้ผู้ตายบริโภคช่วงเวลาที่ผู้ต้องหาอยู่กับผู้ตาย ต่อมาวันที่ 24 เม.ย. มารดาผู้ตายเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษพนักงานสอบสวน กก.5 บก.ป.ดำเนินคดีผู้ต้องหา ความผิดฐานฆ่าผู้อื่น พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาอนุมัติหมายจับที่ 1285/2566 ลงวันที่ 25 มิ.ย.2566 ความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 289 (4) ติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคารบี) ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ทั้งนี้พนักงานสอบสวนต้องสอบปากคำพยานเพิ่มเติมอีก 10 ปาก รอผลการตรวจพิสูจน์ของกลาง รอผลการตรวจชันสูตรพลิกศพ รอผลการตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหา ขอฝากขังผู้ต้องหาไว้เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 26 เม.ย.-7 พ.ค.2566

ค้านประกันตัวหวั่นหลบหนี

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากผู้ต้องหามีอดีตสามีเป็นข้าราชการตำรวจ เกรงว่าจะไปข่มขู่พยานและยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน หลังเกิดเหตุผู้ต้องหาไปรื้อค้นบ้านพักนายฐิติพงศ์ ตนายะพันธ์ เพื่อค้นหาพยานหลักฐานสำคัญไปทำลาย ประกอบกับมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดผู้ต้องหาเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันกับพฤติการณ์ในคดีนี้อีก 9 ราย แต่ละคดีมีอัตราโทษสูง หากผู้ต้องหาได้รับการประกันตัวอาจหลบหนี ยากแก่การติดตามตัวมาดำเนินคดีภายหลัง และอาจไปยุ่งเหยิงทำลายพยานหลักฐานในคดีนี้และคดีอื่น ที่อยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้

“แอม” ไม่ประกันเข้าเรือนจำ

มีรายงานว่า นางแอมถูกควบคุมตัวมาที่ศาลด้วยท่าทางอิดโรย เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์หญิงต้องเฝ้าประกบอย่างใกล้ชิด ต่อมาไม่มีใครยื่นประกันตามที่ น.ส.ธันย์พิชา เอกสุวรรณวัฒน์ ทนายความเปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า จะให้เงินสด 4 แสนบาทประกันตัว เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์คุมตัวนางแอมไปคุมขังยังทัณฑ สถานหญิงกลางทันที

ญาติสงสัยครูเป็นเหยื่อแอมด้วย

ที่สโมสรตำรวจ นายรพี ชำนาญเรือ ผู้ประสานงานเหยื่อในคดีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังญาติผู้น่าเชื่อว่าตกเป็นเหยื่อติดต่อมาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 2 ราย และยังมีผู้รอดชีวิตด้วยว่า หลังเปิดเผยข้อมูลเหยื่อไปแล้วรวม 10 ศพ ที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องกับนางสรารัตน์ ล่าสุดมีข้อมูลวงแชร์ที่มีความเกี่ยวพันกับการตายของ “สารวัตรนุ้ย” หรือ พ.ต.ต.หญิง กานดา โตไร่ ยังมีเคสของ“ครูอ๊อด”ที่อยู่ในวงแชร์เดียวกันด้วย และได้รับการติดต่อจากญาติว่า ครูอ๊อดเสียชีวิตในลักษณะเดียวกันกับเหยื่อรายอื่น หลังจากนี้ญาติจะเข้ามาให้ข้อมูล ส่วนอีกรายอยู่ในวงแชร์เดียวกันคือ “พี่น้อยผัก” เสียชีวิตภายในแผงผักตลาดมหาชัย จ.สมุทรสาคร อยู่ระหว่างตามหาญาติ เนื่องจากยังไม่ได้รับการติดต่อ ขณะเดียวกันได้รับการติดต่อจากญาตินางจันทรัตน์ วงศ์ไกรสิน ที่เสียชีวิตในบ้านพัก อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จะเข้ามาให้ข้อมูลกับตำรวจวันนี้ ส่วนคนที่รอดชีวิตยังไม่มีรายงานว่าจะเข้ามาวันนี้หรือไม่

พฐ.หาหลักฐานบ้านครูอ๊อด

ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นเหยื่อโผล่อีกราย พ.ต.อ.ดลชัย ปิ่นปัก ผกก.ดอนตูม จ.นครปฐม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 ชุดสืบสวนสอบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบภายในบ้านเลขที่ 96 หมู่ 3 ต.ลำลูกบัว อ.ดอนตูม จ.นครปฐม บ้านของ น.ส.ผสุดี สามบุญมี หรือครูอ๊อด ครูโรงเรียนไทยรัฐวิทยา 4 อ.บางเลน จ.นครปฐม เสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 พ.ย.2565 ในห้องนอนบ้านหลังดังกล่าว หลังมีอาการป่วยเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด หลังเสียชีวิต ร.ต.อ.ศิวดล แผนตั้งต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ดอนตูม มาตรวจสอบที่เกิดเหตุ สภาพศพนอนหงายมีน้ำลายฟูมปาก ส่งศพผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการเสียชีวิตที่ รพ.นครปฐม ผลการชันสูตรพบว่า ผู้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบการหายใจล้มเหลว

พ่อ–แม่ยันสนิทกับแอม

นายไพบูลย์ สามบุญมี อายุ 67 ปี พ่อครูอ๊อดกล่าวว่า ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือด เช้ามืดวันที่เสียชีวิตมาเคาะห้องนอนแต่ไม่ตอบรับ ผู้ตายมีนัดไปทำคีโมที่โรงพยาบาลศิริราช พองัดประตูเข้าไปพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ ขณะนั้นไม่ได้ติดใจการเสียชีวิตเพราะลูกสาวป่วยเป็นโรคมะเร็ง ส่วนนางทุเรียน สามบุญมี อายุ 60 ปี แม่ครูอ๊อด เผยว่า ส่วนตัวไม่รู้จักและสนิทสนมกับนางแอม แต่รู้ว่าครูอ๊อดสนิทสนมกันมาสักพักนึงแล้ว รู้ว่าเค้าเป็นรุ่นน้องที่วิทยาลัยพลศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี เช้าวันที่ครูอ๊อดเสียชีวิตนางแอมมาที่บ้านแต่เช้าและรถน้ำศพช่วงเย็น แต่ไม่มาฟังพระสวด มาอีกครั้งวันที่เผาศพ ขณะที่มางานศพเห็นนางแอมมีท่าทีลุกลี้ลุกลน ถ้ามีส่วนเกี่ยวข้องในการเสียชีวิตของครูอ๊อดจริง ขอให้เวรกรรมตามทัน ไหนๆเราก็เสียลูกไปแล้ว คนอื่นจะได้ไม่ต้องเจอแบบนี้อีก

มีหลักฐานทวงเงินและเล่นแชร์

ด้าน พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จ.นครปฐม ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า สาเหตุการตายตามหนังสือรับรองการตายว่า ระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจล้มเหลว มะเร็งเม็ดเลือด จากประเด็นการสืบสวนเชื่อมโยงเหตุตามที่เป็นข่าว น.ส.ผสุดี รู้จักกับนางแอมจริง ร่วมทำวงแชร์และรับจำนำรถ จากการสืบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ 19. พ.ย.65 เวลาประมาณ 6 โมงถึง 1 ทุ่ม น.ส.ผสุดีออกไปพบนางแอม นัดกันในตัวเมืองนครปฐม ต่อมาเจอกับพี่และเพื่อนในหมู่บ้านประมาณ 20.00 น. ผู้ตายเล่าว่า ไปพบนางแอมมา หิ้วขนมจีนแกงป่ามากิน ถึง 4 ทุ่มกลับเข้าบ้านนอน กระทั่งวันที่ 20 พ.ย.65 เวลา 05.30 น. ญาติ น.ส.ผสุดีมาพบว่าเสียชีวิต นางแอมกับสามีขับรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์มาที่บ้านผู้ตายขณะชันสูตรพลิกศพอยู่ในที่เกิดเหตุ ตรวจสอบมีการติดต่อสื่อสารกับนางแอมจริง มีการทวงเงินกันด้วย และมีการเล่นแชร์กันหลายวง เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 7 เข้าตรวจสอบห้องนอนของครูอ๊อดและเก็บขวดน้ำขวดยาของใช้บางส่วนเพื่อพิสูจน์หาร่องรอย เชื่อมโยงการเสียชีวิต

บุกค้นบ้านรอง ผกก.สามีแอม

สายวันเดียวกัน พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ วงค์เกตุใจ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี พ.ต.อ.ธนบดี บุญพา นวท.(สบ4) ศพฐ.7 พ.ต.อ.มานะ สำราญวงค์ ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี พร้อมชุดสืบสวนและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางไปที่บ้านพักข้าราชการตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี เลขที่ 8 หมู่ 12 ต.ปากแพรก อ.เมืองกาญจนบุรี เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ข้างแฟลตตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรีของ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.สวนผึ้ง และอดีตภรรยานางสรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ พ.ต.ท.วิฑูรย์ เป็นผู้นำตรวจค้นเอง เจ้าหน้าที่ พฐ.เก็บหลักฐานที่คาดว่าเป็นวัตถุพยาน 9 รายการ โดยเฉพาะขวดยาขนาด 8 ซม. ห่างจากหลังบ้าน 5 เมตร อยู่ในกองขี้เถ้า ในขวดยังมีของเหลวสีดำเหลืออยู่ครึ่งขวด นอกจากนี้ยังเก็บเสื้อผ้านางแอมไปด้วย ใช้เวลาตรวจสอบประมาณ 1 ชม. พ.ต.อ.ปิยะพงษ์ เผยว่า ผู้บังคับบัญชาให้นำกำลังมาตรวจค้นบ้านของแอมผู้ต้องหาคดีนี้ ค้น 2 จุด จุดแรกที่ จ.กาญจนบุรี จุดที่สอง จ.นครปฐม เพื่อเก็บหลักฐานที่เกี่ยวกับคดี เกี่ยวกับสารพิษและเสื้อผ้าเพื่อนำส่งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี

โอดเรื่องอดีตเมียกระทบลูก

ด้าน พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ เผยว่า วันนี้เจ้าหน้าที่มาตรวจบ้านพักของตนสมัยดำรงตำแหน่งที่ จ.กาญจนบุรี ก่อนไปอยู่ที่บ้านโป่ง ตนให้ความร่วมมือเต็มที่ทุกครั้ง ก่อนหน้านี้เคยมาค้นครั้งหนึ่งแล้ว ถึงไม่มีหมายค้นมาวันนี้ก็ยินดีร่วมมือ ตั้งแต่ทราบเรื่องตนเป็นคนแจ้งแอมให้ไปยืนยันความบริสุทธิ์ที่โรงพักบ้านโป่ง ก็ไปทันทีคืนที่ทราบเรื่อง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรู้สึกตกใจ ไม่คิดว่าเขาจะเป็นตามข่าว ส่วนตัวแล้วลึกๆเชื่อมั่นการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า มีพยานหลักฐานยืนยันการกระทำผิด สามารถออกหมายจับข้อหารุนแรงแบบนี้ ถ้าเกิดเป็นอย่างที่สังคมกล่าวหาจริง ส่วนตัวอยากให้ยอมรับผิด โทษหนักจะได้เป็นเบา ตั้งแต่อยู่กันมาไม่ทราบว่ามีพฤติกรรมนี้เลย ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ เรื่องลูกจริงๆไม่อยากให้ออกสื่อ เพราะว่าภาพข่าวทุกวันนี้ พอข่าวออกไปวันหนึ่งมีติ๊กต่อกส่งมาหาลูกสาว บอกว่าแม่เธอเป็นแบบนี้ ขอไม่พูดเรื่องในครอบครัวดีกว่า ผลกระทบมันเกิดแล้ว เกิดวงกว้างด้วย

ผบช.ภ.7 ตั้งคณะลุยคลี่คลายคดี

ที่ บช.ภ.7 อ.เมืองนครปฐม พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 เรียกประชุมคณะทำงานคลี่คลายคดี หลังจากนั้นเปิดเผยว่า หลังจากทราบว่ามีผู้เสียหายที่ สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี โดย ผบก.ภ.จ.ราชบุรี รายงานว่า มีญาติเสียชีวิตจากเรื่องนี้ แต่งตั้งคณะทำงานชุดสืบสวนสอบสวนระดับภาค มอบหมายให้ พล.ต.ต.บุญฤทธิ์ รอดมา รอง ผบช.ภ.7 คุมด้านงานสืบสวน และมอบหมายให้ พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชากร รอง ผบช.ภ.7 ควบคุมการสอบสวน วันนี้เรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ที่พบพฤติการณ์ลักษณะนี้มา 4 จังหวัดประกอบด้วย เพชรบุรี นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี ไล่เรียงคดีเบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดในท้องที่ภาค 7 จำนวน 10 คดี เสียชีวิตไปแล้ว 9 คดี และยังไม่เสียชีวิตอีก 1 คดี และเมื่อสักครู่รับแจ้งว่ามีการเสียชีวิตที่ จ.สมุทรสาคร เมื่อปี 2565 อีก 1 คดี รวมเป็นทั้งหมด 11 คดี

จับมือ บช.ก.-กองปราบเร่งทำคดี

“วันนี้ประชุมเร่งรัด มอบหมายงาน และแบ่งหน้าที่การทำงาน มีการตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ โดยให้ฝ่ายอำนวยการภาค 7 เปิดศูนย์ร้องเรียนให้พี่น้องประชาชนที่เป็นเหยื่อ ผมขอเรียนว่า คดีนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.เรียกประชุมมอบโจทย์ให้ตำรวจภูธรภาค 7 ดำเนินการตอบโจทย์ให้ประชาชนปราศจากข้อสงสัยในทุกเรื่อง และจะคืนความเป็นธรรมให้ผู้เสียชีวิตทุกประเด็น เรียนว่าพฤติการณ์ต่างๆวันนี้เราได้ทราบจากการสืบสวนและสอบสวนโดยละเอียด แต่เป็นเรื่องลับในสำนวนการสอบสวน เราประสานกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กองปราบปรามอย่างต่อเนื่องทำคดีร่วมกัน หลายคนตั้งข้อสงสัยกรณีผู้ต้องหาเป็นภรรยาตำรวจว่า หนักใจหรือไม่ เราจะทำงานอย่างตรงไปตรงมา ในคดีเราต้องสอบสวนทั้งหมดว่า มีใครเกี่ยวข้องบ้าง ในพื้นที่ภาค 7 เบื้องต้นพบว่า มี สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี สภ.โพธาราม สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี สภ.ลูกแก จ.กาญจนบุรี สภ.เมืองนครปฐม สภ.สามพราน และ สภ.ดอนตูม” พล.ต.ท.ธนายุตม์กล่าว

ถึงไม่มีศพแต่หลักฐานพอ

ผบช.ภ.7 เผยต่ออีกว่า ถึงแม้เราจะไม่มีซากศพอยู่ เรามั่นใจในพยานหลักฐาน เราจะขับเคลื่อนในแต่ละคดี แต่ละคดีมีพฤติการณ์ แต่ยังไม่สามารถพูดอะไรได้ ตนสั่งทำแฟ้มรายงานการสืบสวนทุกคดี เราทำเต็มที่ แต่เราขอทำงานก่อน เพราะในแต่ละคดีมีพฤติการณ์แตกต่างกันและมีข้อบ่งชี้ชัดเจน รอง ผบ.ตร.เรียกประชุมเพื่อหาความเชื่อมโยงและให้การบ้านมา บช.ภ.7 เรามีข้อมูลย้อนไปตั้งแต่ปี 2563, 2564, 2565, 2566 ในระยะเวลา 4 ปี เราพบคดี แต่ก่อนหน้านี้จะมีหรือไม่ขณะนี้กำลังเปิดศูนย์รับร้องเรียนเรื่องนี้โดยเฉพาะอาจมีมาเพิ่ม จึงต้องเรียกทีมใหญ่เพื่อประชุมเร่งรัดคดี เพราะเป็นคดีที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง จะทำให้ปราศจากข้อสงสัยในทุกมิติ

ลูกเหยื่อร้อง ผบช.ภ.7

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ตำรวจ บช.ภ.7 กำลังประชุมเกี่ยวกับคดีเหยื่อของแอมอยู่นั้น ลูกสาววัย 17 ปีของเหยื่อที่คาดว่าเป็นฝีมือของแอม เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ผบช.ภ.7 ว่า น.ส.รสจรินทร์ นิลห้อย อายุ 39 ปี มารดา อยู่เลขที่ 171/40 หมู่ 5 ต.พันท้าย อ.เมืองสมุทรสาคร แม่ค้าขายผักในตลาดรถไฟเสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 ส.ค.65 จากลมชักเกร็งนำตัวส่งโรงพยาบาลสมุทรสาครและเสียชีวิต ลูกสาววัย 17 ปี เผยว่า วันเกิดเหตุแม่กลับมาจากร้านสระผม จากนั้นลูกน้องวิ่งมาบอกว่า แม่เป็นลม อาเจียน และมีน้ำลายฟูมปาก เรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาล จากนั้นถูกส่งตัวเข้าอายุรกรรมและหัวใจหยุดเต้นเสียชีวิต แม่สนิทสนมกับแอมโทร.ติดต่อกันตลอด ได้ยินเรื่องรถที่มีการจำนองและคุยเรื่องเงิน

ให้ยืม 6 หมื่นวันเดียวตาย

“ส่วนตัวไม่เคยได้รู้จักกับป้าแอมเคยเจอเพียงครั้งเดียว หลังแม่เสียชีวิตมาแนะนำตัวว่า ป้าชื่อป้าแอม คาดว่ารู้จักกับแม่ทางออนไลน์ คุยกันผ่านเฟซบุ๊กช่วงเย็นทุกวัน ส่วนใหญ่คุยเรื่องรถ เรื่องเงิน การจำนองที่ดิน ก่อนแม่จะเสียชีวิตแม่ให้ยืมเงินไป 60,000 บาท แต่ในนั้นมีเงินหนู 20,000 บาท จึงถามแม่ว่าเอาเงินไปทำอะไร แม่บอกว่าป้าแอมยืม แต่หลังจากนั้นวันเดียวแม่เสียชีวิต หลังงานศพลองโทร.ไปถามป้าแอมเรื่องเงินที่ยืมไปแล้ว แต่ปรากฏป้าแอมบอกว่า แม่เอามาใช้หนี้ หนูก็ไม่ได้สนใจ และช่วงงานศพป้าแอมก็ไม่ได้มาร่วมงาน” ลูกเหยื่อวัย 17 ปีกล่าว

แม่แข็งแรงไม่มีโรคประจำตัว

ลูกสาววัย 17 กล่าวด้วยว่า ช่วงที่แม่เกิดอาการชักเกร็ง ป้าแอมโทร.เข้ามาพอดี จึงบอกไปว่าแม่ชักเกร็ง ป้าแอมมีท่าทีตกใจถามว่าแม่เป็นอะไร แต่ไม่ได้คุยกันต่อเพราะว่าเรากำลังยุ่ง ใบชันสูตรศพระบุว่า เลือดเป็นกรด แต่ถ่ายรูปแม่ไว้ ร่างแม่บวม บวมเร็วมากและตัวเย็น ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร แม่มักมีอาการปวดหัวแต่แม่ชอบทำงานหนักนอนน้อย คิดว่าอาการปวดหัวเป็นเรื่องธรรมดา ตอนนี้ค่อนข้างเชื่อว่าพฤติกรรมของป้าแอมโยงที่แม่หนูเสียชีวิต เพราะแม่ไม่มีโรคประจำตัว ตอนนี้เคว้งเหมือนตายทั้งเป็น

เหยื่อโผล่อีกตายที่ กทม.

สงสัยเป็นเหยื่ออีกรายที่ จ.กำแพงเพชร ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบนางลัดดา ขาวอินทร์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 111 หมู่ 1 ต.นาบ่อคำ อ.เมืองกำแพงเพชร มารดาของ น.ส.มณฑาทิพย์ หรือทราย ขาวอินทร์ อายุ 37 ปี เสียชีวิตเมื่อวันที่ 7 ก.ค.2558 ที่กรุงเทพมหานคร ระบุสาเหตุการเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ผู้เสียชีวิตเป็นเพื่อนสนิทกับนางแอม นางลัดดาเผยว่า ลูกสาวตนไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพฯสนิทสนมกับนางแอม ชอบทำบุญมีแอมไปด้วย ตลอดระยะเวลาที่คบหาเป็นเพื่อนกันลูกสาวคอยช่วยเหลือแอมในทุกเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเงิน หากแอมเดือดร้อนจะยื่นมือเข้าไปช่วย ครั้งละประมาณ 50,000 ขึ้นไป แต่ไม่เคยใช้คืนแม้แต่ครั้งเดียว ก่อนเสียชีวิตลูกสาวไปอยู่กับสามีที่ต่างประเทศประมาณ 3 ปี ถึงเดินทางกลับมายังประเทศไทย แอมอาสาไปรับที่สนามบินมาส่งบ้านช่วงเช้ามืด หลังจากนั้นไม่นานลูกสาวตนเสียชีวิต ตนจึงไปจัดการศพ

แฉพฤติกรรมน่าสงสัย

“ตั้งแต่ลูกสาวเสียชีวิตจนฌาปนกิจ แอมไม่เคยมาร่วมงานหรือเข้ามาแสดงความเสียใจเลย หลังจากฌาปนกิจศพแล้วเคยโทร.ไปหา แต่แอมพูดจาไม่ดีใส่และตัดสายทิ้ง ฉันเคยถามเรื่องทรัพย์สินของแอม แต่แอมอ้างว่าสามีของลูกสาวให้นำไปประมูลขายแล้วตัดสายทิ้ง จากวันนั้นถึงวันนี้ยังคงค้างคาใจต่อสาเหตุการเสียชีวิตลูกสาวมาตลอด 7 ปี จนมาทราบข่าวว่าแอมถูกดำเนินคดี สาเหตุเสียชีวิตแต่ละรายคล้ายกับลูกสาวและมีความใกล้ชิดเหมือนกัน แต่ต้องมาจบชีวิต เสียใจว่าทำไมต้องมาทำกันขนาดนี้ หากแอมมาอยู่ตรงหน้า มายกมือไหว้ขอโทษหรือขออโหสิกรรมจะยกโทษให้ ขอให้ได้รับโทษตามที่กระทำให้ถึงที่สุด” นางลัดดากล่าว

จี้รัฐคุมเข้มไซยาไนด์

ศ.นพ.วินัย วนานุกูล หัวหน้าศูนย์พิษวิทยาและหัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึงไซยาไนด์ว่า เป็นสารหรือของเหลวที่มีความอันตรายสูง ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว ทำให้หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ช็อกภายในเวลานับเป็นนาทีและเสียชีวิต โดยที่ไม่รู้ตัวว่าได้รับเข้าสู่ร่างกายด้วยซ้ำ หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขอให้ตั้งข้อสงสัยว่าน่าจะได้รับไซยาไนด์เข้าไปรีบพบแพทย์ที่โรงพยาบาล เรามีการสำรองยาต้านพิษเอาไว้ในโรงพยาบาลทุกจังหวัด ทั่วประเทศ ในกรุงเทพฯก็มีสำรองไว้ แต่ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก ดังนั้น สารนี้ต้องมีการควบคุมอย่างเข้มข้นตั้งแต่จำนวนการครอบครอง และการนำไปใช้อย่างไร ใครนำไปใช้ จำนวนเท่าไหร่ เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด ที่ผ่านมาทางศูนย์พิษฯ ได้พยายามเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนอง เพียงแต่รับทราบปัญหาเท่านั้น