หนุ่มใหญ่ วัย 46 ถูกรุมทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส "ปอดแตก-ปืนตบเย็บเกือบ 20 เข็ม" ญาติอ้างผู้ก่อเหตุเป็นกำนันในพื้นที่พร้อมพวกอีก 2 คน ด้านกำนันที่ถูกกล่าวอ้าง บอกถูกผู้บาดเจ็บฟาดด้วยถุงน้ำแข็งโซดาจึงโมโหชกต่อยกัน แต่อายุมากจึงสู้คนเจ็บไม่ไหว-หลานๆ จึงเข้ามาช่วย ยืนยันไม่ได้ยิงและใช้ปืนตบ

เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 66 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุคนถูกทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสในพื้นที่ ต.วังตะแบก อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ทราบชื่อคนเจ็บคือ นายกรุง ใจดี อายุ 46 ปี เป็นชาว ต.วังตะแบก อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร ซึ่งปัจจุบันรักษาตัวอยู่ ที่ตึกศัลยกรรมอุบัติเหตุ ภายในห้องผู้ป่วยวิกฤติ รพ.กำแพงเพชร โดยญาติผู้บาดเจ็บอ้างว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกำนันในพื้นที่พร้อมพวกรวม 3 คน เป็นคนลงมือรุมทำร้าย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 14 เม.ย.ที่ผ่านมา

โดย นางสุภัทรา พันสวัสดิ์ อายุ 48 ปี ภรรยานายกรุง (ผู้บาดเจ็บ) เปิดเผยว่า แพทย์ระบุว่าที่ศีรษะกับใบหน้าขของสามีมีแผลแตก ต้องเย็บเกือบ 20 เข็ม ตาทั้ง 2 ข้างบวมจนปิด ส่วนอวัยวะภายในถูกทำร้ายจนปอดแตกอาการสาหัส แพทย์ต้องให้นอนรักษาตัวยังไม่ได้กำหนดว่าจะสามารถกลับบ้านได้เมื่อไหร่ 

ด้าน นางนรีรัตน์ บุญเล็ก อายุ 51 ปี ชาว อ.พรานกระต่าย จ.กำแพงเพชร พี่สาวผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า นายกรุง ถูก นายดง คำเผือก กำนันในพื้นที่กับพวกรวม 3 คนทำร้ายร่างกาย ซึ่งในคลิปจะเห็นว่า นายกรุง ถูกรุมทำร้ายขนาดล้มลงกับพื้นยังเตะและกระทืบซ้ำอีก นอกจากนี้ นายดง ยังใช้อาวุธตบที่ศีรษะนายกรุงจนแตก มิหนำซ้ำยังยิงปืนอีกหลายนัด โดย นายกรุง ถูกทำร้ายจนสลบคาที่ ญาติๆ จึงรีบนำตัวส่ง รพ.อำเภอพรานกระต่าย ต่อมาแพทย์เห็นว่าอาการสาหัสจึงส่งมารักษาตัวที่ รพ.กำแพงเพชร หลังเกิดเหตุ นายดง ยังโพสต์ข้อความในไลน์ว่า "ดาหน้าเข้ามาเลยไอ้ใต้ถุน" และอีกข้อความโพสต์ว่า "เจ๋งก็กลับบ้านไอ้ลูกหมา" ซึ่งต่อมากำนันได้ลบโพสต์ดังกล่าวทิ้ง แต่ทางญาติของผู้บาดเจ็บสามารถแคปไว้ได้ก่อน

...

ด้าน ด.ช.เอ (นามสมมติ) อายุ 9 ขวบ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เปิดเผยว่า นายกรุงถูกกลุ่มของกำนันดงรุมทำร้ายตีด้วยขวดเหล้าขวดโซดา และเก้าอี้ และเห็น นายดงใช้อาวุธตบที่ศีรษะของนายกรุงด้วย นอกจากนั้นยังยิงปืนขึ้นฟ้าไปอีกหลายนัด จนนายกรุงล้มลงจึงถูกรุมเตะและกระทืบด้วย

ด้าน นายสันติชัย บุญเล็ก ซึ่งเป็นหลานของผู้ได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยว่า เห็นนายกรุงถูกทำร้ายจึงวิ่งไปดูเพื่อห้ามปราม พบว่านายกรุงถูกรุมทำร้ายตีด้วยขวด เก้าอี้และยังถูกกำนันตบด้วยปืนอีก จึงพานายกรุงกลับบ้าน แต่นายกรุงกลับเข้าไปอีกครั้ง คราวนี้จึงถูกรุมยำสลบคาที่

ด้าน นายคำรณ ข้างเคียง อายุ 48 ปี เพื่อนนายกรุง เปิดเผยว่า ครั้งแรกที่มีเรื่องกันเกิดในวัด แต่ได้ช่วยกันห้ามปรามไว้ จากนั้นตนได้พานายกรุงกลับมากินเหล้ากันที่บ้านเพื่อนจนเย็น จึงพานายกรุงไปส่งที่บ้าน แต่บ้านนายกรุงกับบ้านกำนันอยู่ใกล้กัน และต้องผ่านบ้านกำนันด้วย ขณะที่ตนขับขี่รถจักรยานยนต์จะไปส่งนายกรุง นายดงได้ถือเก้าอี้ออกมายืนขวางและจะตี ตนจึงห้ามปรามไว้แต่ไม่มีใครฟังนายกรุงจึงโดนรุมทำร้าย ถูกตีด้วยขวดและถูก นายดง ตบด้วยปืนได้รับบาดเจ็บ กำนันยังยิงปืนลงดินด้วย ตนจึงนำตัวนายกรุงไปส่งบ้านแล้วตนก็กลับ มาทราบอีกครั้งว่านายกรุงกลับไปที่บ้านนายดงอีก จนโดนรุมทำร้ายบาดเจ็บสาหัส และได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด ซึ่งตอนนั้นตนไม่เห็นเหตุการณ์แล้ว

ด้าน นายดง คำเผือก กำนันตำบลวังตะแบก เปิดเผยว่า ตนและหลานๆ ไปเที่ยวที่จุดเกิดเหตุ ซึ่งหลานได้พาแฟนไปสวัสดีเพื่อนๆ แต่กลับโดนคู่กรณีที่อยู่บนรถกระบะเตะเข้าอย่างจัง ตนจึงเข้าไปห้ามแต่คู่กรณีกลับพูดว่า "หน้าตาไม่เหมือนพ่อกูไม่กลัวหรอก" ตนไม่อยากมีเรื่องจึงชวนหลานกลับมานั่งดื่มกินกันต่อที่บ้าน อีก 1 ชั่วโมงต่อมา คู่กรณีก็ตามมาในมือถือถุงน้ำแข็งเหล้าโซดา แล้วใช้ถุงฟาดตน ด้วยความโมโหจึงมีการชกต่อยกันขึ้น แต่ตนอายุมากแล้วสู้ไม่ไหว หลานๆ เห็นจึงเข้ามาช่วย จากนั้นก็แยกย้ายกันไป จนคู่กรณีกลับมาท้าชกต่อยกันตัวต่อตัวกับหลานตน จึงปล่อยให้ต่อยกันตัวต่อตัวจะได้จบเรื่อง จากนั้นก็แยกย้ายจบกันไป พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ใช้ปืนตบและไม่ได้ยิงด้วย

นายยอดชาย เวียงระวัง หนึ่งในผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า คู่กรณีเดินมาจากบ้านพร้อมญาติพี่น้อง แล้วก็เกิดการชกต่อยกันขึ้น ตนยืนยันว่าไม่ได้ทำอะไรเลย เหตุที่เกิดขึ้นเริ่มมาจากที่วัด ซึ่งตนได้พาแฟนไปทำความรู้จักกับเพื่อนๆ แต่ก็ไม่ได้ทักทายกับคู่กรณีแต่อย่างใด คาดว่าคู่กรณีน่าจะเกิดความไม่พอใจ ที่ตนไม่พาแฟนไปแนะนำให้รู้จัก จากนั้นคู่กรณีก็ลุกขึ้นยืนบนรถกระบะเตะเข้าที่ใบหน้าของตน จากนั้นเมื่อตนกลับมาถึงบ้าน คู่กรณียังตามมาหาเรื่องอีก

ด้าน ร.ต.อ.วิโรจน์ กันทะมาลา พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี เปิดเผยว่า ตนเพิ่งย้ายมาดำรงตำแหน่ง ดังนั้นจึงไม่รู้จักใคร เรื่องที่เกิดขึ้นทางตำรวจได้รับแจ้งความไว้แล้ว ต้องรอใบรับรองจากแพทย์ว่าอาการสาหัสหรือไม่อย่างไร เมื่อได้ใบรับรองแพทย์มาแล้วก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาต่อไป ในเบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว ว่าคนที่รุมทำร้ายประกอบด้วย 1.นายธีระศักดิ์ เวียงระวัง 2.นายยอดชาย เวียงระวัง และ 3.นายดง คำเผือก ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ