ปคม.ร่วม ตม. และตำรวจ สภ.เมืองกาญจนบุรี สกัดจับรถกระบะตู้ทึบ 5 คัน ขน 96 แรงงานเถื่อนชาวโรฮีนจา นำเข้าจากชายแดนแม่สอด เตรียมส่งลงใต้ ไปทำงานมาเลย์ เสียค่าหัว 1.6 แสนบาทไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2566 พ.ต.อ.กึกก้อง ดิศวัฒน์ ผกก.5 บก.ปคม. ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่ามีขบวนการลักลอบขนแรงงานเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยใช้รถยนต์ขนลำเลียงใช้เส้นทาง ถนน 323 สังขละบุรี-กาญจนบุรี เป็นเส้นทางลักลอบลำเลียงเข้าสู่ตัวเมืองกาญจนบุรี จึงสั่งการให้ พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ สว.ชป.ที่ 1 กก.5 บก.ปคม. นำกำลังชุดสืบสวน กก.5 ปคม. ลงพื้นที่กาญจนบุรี ประสานงานกับ พ.ต.อ.กรณ์ สมคะเณย์ ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.สุรยุทธ์ เมฆมังกร ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี เพื่อสนธิกำลัง กก.5 บก.ปคม., กก.2 บก.สส.สตม. และ สภ.เมืองกาญจนบุรี ลงพื้นที่อำเภอเมืองกาญจนบุรี เพื่อวางแผนคิดตามจับกุม
ต่อมาเวลา 23.00 น. พ.ต.ท.กฤตย์ ธีรเวศย์สุวรรณ สว.กก.5 บก.ปคม. พร้อม พ.ต.ท.ธีรพงษ์ บุญชูวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองกาญนนบุรี รษก.ผกก.สภ.เมืองกาญจนบุรี, พ.ต.ท.วศิน พลายศิริ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองกาญจนบุรี, พ.ต.ท.ชัญญรัต บัวทองจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.ท.ตฤณธวัช ปัญญาธร รอง ผกก.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ท.พิเชษฐ์ แสงบัณฑิตย์ สว.กก.2 บก.สส.สตม., พ.ต.ต.หญิง มนัญญา จันทรังษี สว.ตม.จว.กาญจนบุรี, พ.ต.ต.เมธี ธีระสวัสดิ์ สว.ตม.จว.กาญจนบุรี พร้อมชุดปฏิบัติการร่วมประชุมหารือ และจัดกำลังลงพื้นที่พิกัดเป้าหมาย ป่ามันสำปะหลัง ริมถนนสาธารณะ บ้านพุเลียบ หมู่ 5 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อสืบสวนจับกุมทันที
...
ต่อมาเวลา 23.10 น. ชุดปฏิบัติการร่วมได้ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย เป็นรถยนต์กระบะดัดแปลงใส่ตู้ทึบที่กระบะ จำนวน 5 คัน หลังใช้เส้นทางถนน 323 วิ่งมาถึงหน้าโรงเรียนบ้านพุเลียบ ต.หนองบัว เจ้าหน้าที่จึงทำการติดตามและเรียกให้จอดเพื่อตรวจสอบ พบในรถกระบะมีแรงงานหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายซุกซ่อนตัวอยู่ในตู้ทึบกระบะหลังทั้ง 5 คัน นับรวมได้ 96 ราย เป็นชาย 76 ราย เป็นหญิง และเด็กที่ติดตามอีก 20 ราย และได้ทำการจับกุม
ต่อจากนั้นชุดปฏิบัติการร่วมมทำการจับกุมตัว นายชีวานนท์ มะสะอะ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 76/2 ม.9 ต.บ้านนา อ.จะนะ จ.สงขลา เป็นผู้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีเทา หมายเลขทะเบียน 3 ฒบ 2223 กรุงเทพมหานคร นายพุฒิพงษ์ เสริมนอก อายุ 28 ปี ที่อยู่ 237/52 ม.4 ต.บางเพรียง อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ ผู้ขับขี่รถยนต์ยี่ห้อ ISUZU รุ่น D-MAX สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒญ 3840 กรุงเทพมหานคร ที่บริเวณป่ามันสำปะหลัง ริมถนนสาธารณะ หมู่ 5 ต.หนองบัว อ.เมือง จ.กาญจนบุรี
และติดตามจับกุม นายชาญชัย แซ่มคา อายุ 32 ปี ที่อยู่ 133 ม.1 ต.มหาชัย อ.ไทรงาม จ.กำแพงเพชร และ นายอดิศักดิ์ อินทร์ไทร อายุ 24 ปี ที่อยู่ 70 ม.2 ต.โนนสวรรค์ อ.ปทุมรัตต์ จ.ร้อยเอ็ด โดยดำเนินคดีทั้ง 4 คน ในฐานะผู้ให้การช่วยเหลือ
ต่อจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถ 5 คัน ประกอบด้วย 1.รถยนต์กระบะสี่ประตูสีดำ ยี่ห้อมาสด้า หมายเลขทะเบียน 9 กญ 5791 กรุงเทพมหานคร 2.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒญ 3840 กรุงเทพมหานคร 3.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีเทา หมายเลขทะเบียน 3 ฒบ 2223 กรุงเทพมหานคร 4.รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็ก สีขาว หมายเลขทะเบียน 2 ฒอ 4875 กรุงเทพมหานคร 5.รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รีโว่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 3 ฒร 2819 กรุงเทพมหานคร
จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าแรงงานทั้งหมดต้องสงสัยว่าเป็นโรฮีนจา โดยเริ่มการเดินทางโดยนั่งรถไฟจากบังกลาเทศเพื่อไปพม่า ต่อจากนั้นเดินทางอีก 4 วันเข้าเขตพม่า เข้าพักแคมป์ในป่า 8 คืน ต่อจากนั้นเดินทางขึ้นรถไฟในพม่า และพักค้าง 1 วัน 1 คืนในพม่า เดินทางต่อไปจนถึงแม่สอด เสียค่าตัวให้นายหน้า 10 ล้านจ๊าด หรือ ประมาณ 1.6 แสนบาทไทย ก่อนที่จะถูกจับกุมจะเดินทางอีก 3 วัน เพื่อไปนั่งรถไฟ ก่อนถูกจับกุมพักรอในที่เกิดเหตุ จนกระทั่งมีรถกระบะ 4 คันมารับ รถได้มาปล่อยทิ้ง ณ จุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม โดยแรงงานทั้งหมดใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งเดือน ก่อนมาถูกจับกุมในไทย
ซึ่งตรวจสอบพบว่าเป็นขบวนการนำพาบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่ปรากฏหนังสือเดินทาง จำนวน 96 ราย ลักลอบหลบหนีเข้าเมือง เพื่อนำไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แรงงานทั้งหมดทุกคนให้การสมัครใจว่าต้องการไปทำงานที่ประเทศมาเลเซีย
...
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการสอบสวนกลุ่มผู้ต้องหาชาวไทยที่คอยให้การช่วยเหลือจำนวน 4 คน ให้การรับสารภาพได้รับการว่าจ้างจากหญิงสาวรายหนึ่งเป็นนายหน้าจัดหาแรงงานเถื่อน ให้ช่วยขนแรงงานต่างด้าวไปส่งที่บริเวณ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยได้ค่าจ้างเป็นเงิน 100,000 บาท
ส่วนกลุ่มแรงงานต่างด้าวทั้ง 96 คน ที่ถูกจับกุมได้นั้นให้การว่า ลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรด้วยการเดินเท้าเข้ามาตามช่องทางธรรมชาติ เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศมาเลเซีย.