"บิ๊กโจ๊ก" บินด่วนขยายผลยึดทรัพย์แก๊งค้ากามเด็กบาร์ดัง ที่หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต ยึดทรัพย์รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท-จับฝรั่งใช้บริการเด็ก 3 ราย หลบหนีไปได้ 3 ประสานของหมายแดงตำรวจสากลล่าตัวดำเนินคดี

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 30 มี.ค.66 ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรภาค 8 ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันแถลงการขยายผลจับกุมขบวนการค้ามนุษย์ในสถานบริการในพื้นที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ไปสู่การเปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้น 36 จุดใน 10 จังหวัด ทั่วประเทศ เพื่อจับกุมและยึดอายัดทรัพย์กลุ่มผู้ต้องหาค้ามนุษย์ตามคำสั่งของ ผบ.ตร.

ทั้งนี้สืบเนื่อง กรณีเมื่อวันที่ 15 มี.ค.66 ชุดปฏิบัติการพิเศษ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้รับข้อมูลจากทีมสืบสวน องค์การโอเปอร์เรชั่น อันเดอร์กราวน์ เรลโรด (Operation Underground Railroad) มีการประกอบธุรกิจแอบแฝงค้าประเวณีเด็ก จึงนำกำลังเข้าตวจสอบและจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย โดยได้ส่งดำเนินคดีร่วมกันแสวงหาผลประโยชน์โดยจากเด็ก (บุคคลผู้มีอายุเกิน 15 ปี แต่ไม่เกิน 18 ปี) โดยการแสวงหาประโยชน์จากการแสวงหาประโยชน์ทางเพศในรูปแบบอื่น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯและค้ามนุษย์ โดยจับกุมได้ที่ร้าน Velvet ถ.บางลา ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต และยังสามารถช่วยเหลือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีได้อีก 6 คน

จากนั้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ได้สั่งการให้เร่งสืบสวนจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำมาดำเนินคดีทั้งหมด โดยจากการสืบสวนพบว่าร้าน Velvet ที่เกิดเหตุนั้น ดำเนินการโดย บริษัท ออรั่ม บัวหลวง จำกัด และยังมีร้านในเครืออีก 3 ร้าน ได้แก่ ร้าน Model, ร้าน Bangla Beach, และร้าน Strip Phuket Bar ต่อมาวันที่ 17 มี.ค. 66 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติศาลจังหวัดภูเก็ต ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกรรมการบริษัทดังกล่าวเพิ่มอีก 3 คน ได้แก่ น.ส.เบญจมาภรณ์ กระจาดแก้ว, นางสุภาพร ไลออนส์, และนายรอนนี้ ปีเตอร์ฮิทซ์ โดยดำเนินคดีร่วมกันแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก (บุคคลผู้มีอายุเกินปี แต่ไม่เกิน 18 ปี โดยการแสวงหาประโยชน์จากค้าประเวณี การแสวงหาประโยชน์รูปแบบอื่น การบังคับใช้แรงงานหรือบริการอันเป็นการขูดรีดบุคคล ไม่ว่าบุคคลนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ ซึ่งเป็นการกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ นอกจากนี้ยังพบว่าบริษัทดังกล่าวมี น.ส.เบญจมาภรณ์เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ แต่ข้อเท็จจริงมีสถานะเป็นเพียงลูกจ้างของ นายรอนนี่ แต่ถูกใช้เป็นนอมินี จึงได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดภูเก็ตดำเนินคดีกับ น.ส.เบญจมาภรณ์ นายรอนนี่ และบริษัทดังกล่าวเพิ่มเติมในข้อหา พ.ร.บ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ในลักษณะเป็นนอมินี สรุปรวมผู้ต้องหาตามหมายจับ 5 ราย สามารถติดตามจับกุมได้แล้ว 4 ราย หลบหนี 1 ราย คือ นายรอนนี่ ซึ่งเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว โดยจะได้ประสานของหมายแดงตำรวจสากล เพื่อประสานติดตามจับกุมต่อไป

...

โดย พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของการแอบแฝงการค้าประเวณีเด็กนั้น เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ตรวจสอบระบบจัดเก็บข้อมูลในร้านพบว่า มีข้อมูลการออฟเด็กจากร้านไปข้างนอก (PAY BAR) เพื่อทำการร่วมประเวณีจำนวน 109 ครั้ง สามารถขยายผลติดตามเหยื่อที่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ได้เพิ่มอีก 4 ราย และสามารถขยายผลหาตัวผู้ใช้บริการทางเพศได้ และนำไปสู่การออกหมายจับจำนวน 6 คน จับกุมแล้ว 3 ราย ได้แก่ 1.นาย Paul Herbert Corbett อายุ 67 ปี สัญชาติออสเตรเลีย (จับแล้ว) 2.นาย Max Rigobert Ramasamy อายุ 68 ปี สัญชาติฝรั่งเศส (จับแล้ว) 3. นาย Jeffrey Lynn Amman อายุ 50 ปี สัญชาติอเมริกา (หลบหนี) 4.นาย Ahmed Saleh Balobead อายุ 40 ปี สัญชาติ ซาอุดิอาระเบีย (หลบหนี) 5.นาย Mutu Pan อายุ 44 ปี สัญชาติจีน (จับแล้ว) 6.นาย Jesse James Demian อายุ 49 ปี สัญชาติอเมริกา (หลบหนี)

"ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 30 มี.ค.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขออนุมัติหมายค้นต่อศาล และร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากระทรวงพาณิชย์เข้าทำการตรวจค้น ตรวจอายัดทรัพย์ของผู้ต้องหาที่กระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ อันเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 และตรวจค้นเพื่อหาพยานหลักฐานทางคดีจำนวน 36 จุด ใน 10 จังหวัด ได้แก่ กทม., นนทบุรี, ชลบุรี, ปราจีนบุรี, นครสวรรค์, นครราชสีมา, สุรินทร์, ราชบุรี, เพชรบุรี, และภูเก็ต ผลการตรวจค้น 1.อายัดบัญชีกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 52 บัญชี เงินหมุนเวียนในบัญชี 100 ล้านบาท 2.อายัดทาวน์เฮ้าส์ 2 หลัง มูลค่า 7,000,000 บาท 3.อายัดห้องชุด 1 ห้อง มูลค่า 5,000,000 บาท 4.อายัดที่ดินเปล่า 4 แปลง มูลค่า 10,000,0000 บาท 5.อายัดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวม 4 คัน มูลค่า 500,000 บาท 6.ตรวจยึดบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาและบริษัทอีก 20 บัญชี 7.เอกสารการเกี่ยวข้องกับการเงิน และเอกสารเกี่ยวข้องกับผู้ต้องหาจำนวนมาก รวมมูลค่าทรัพย์สินที่อายัด 22,000.000 บาท" รอง ผบ.ตร.กล่าว

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า คดีดังกล่าวหลังจากที่มีการจับกุมดำเนินคดีเจ้าของและผู้ดูแลร้านในคดีค้ามนุษย์ พร้อมกับช่วยเหลือเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปีได้ จำนวน 6 รายแล้ว ยังสามารถดำเนินคดีกับบริษัทที่เป็นเจ้าของ โดยใช้คนไทยเป็นนอมินีได้เพิ่มอีก 3 ราย นอกจากนี้ยังขยายผลไปยังผู้ซื้อบริการเด็กอีก 6 ราย และช่วยเหลือเหยื่อได้เพิ่มอีก 4 ราย รวมมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อจำนวน 10 คน นอกจากนี้ชุดทำงานยังได้ขยายผลดำเนินการเข้าตรวจค้น เพื่อยึดอายัดทรัพย์สินตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน ซึ่งมีความผิดฐานค้ามนุษย์ ซึ่งความผิดมูลฐานกระบวนการเหล่านี้นั้น จะเป็นกระบวนการในการดำเนินคดีพื้นฐานของความผิดฐานค้ามนุษย์ทุกคดี โดยจะสั่งการให้ขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งดำเนินการยึดอายัดทรัพย์ เพื่อมิให้ผู้กระทำผิดสามารถกลับมากระทำผิดซ้ำได้อีก รวมทั้งเมื่อคดีสิ้นสุดแล้วจะนำทรัพย์สินเหล่านั้นมาช่วยเหลือเยียวยาเหยื่ออีกด้วย หลังจากนี้จะขยายผลเพิ่มเดิม หากพบผู้กระทำผิดหรือทรัพย์สินอื่นใดที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายทั้งหมด