ตำรวจ ปคม.บุกรวบเจ๊กุ๊กกิ๊ก เจ้าของร้านอาหาร ลอบค้ากามเด็กสาว คอยเชียร์แขกนำออกไปนวดได้ คิดค่าตัวคนละ 2 พัน ขณะที่ ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ยันที่ผ่านมาตรวจสอบกวดขันเป็นประจำ ยอมรับรอดสายตา

เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.บก.ปคม. สั่งการให้ พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก.ปคม. พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ ผกก.3 บก.ปคม. พ.ต.ท.กฤษฎา พลายละหาร พ.ต.ต.เชษฐ์ศุภากร พิริยะพงษ์พันธ์ พ.ต.ต.เอกรัฐ จันทรมณี สว.กก.3 บก.ปคม.ร่วมกับ กก.สส.ภ.จว.บุรีรัมย์ จับกุม น.ส.เตือนใจ หรือเจ๊กุ๊กกิ๊ก อายุ 35 ปี ในความผิดฐานค้ามนุษย์ โดยการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากการค้าประเวณีเด็กอายุไม่เกินสิบแปดปี เพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา, บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควร พรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบห้าปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีไปเพื่อการอนาจารโดยผู้เยาว์เต็มใจด้วย, ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต, ให้ลูกจ้างซึ่งเป็นเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ทำงานในสถานที่ที่มีอาหาร สุรา น้ำชา จำหน่ายบริการโดยมีผู้บำเรอสำหรับปรนนิบัติลูกค้า จับกุมได้ที่ร้านอาหารในพื้นที่ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2566 ตำรวจ กก.3 บก.ปคม. ร่วมกับ ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.อิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ หลังจากได้รับเเจ้งว่า มีการนำเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี มาลักลอบค้าประเวณี

...

จากการตรวจสอบพบ ร้านดังกล่าวเปิดเป็นสถานบริการให้ลูกค้าเข้ามาดื่มกินเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และจัดให้เด็กสาวอายุ 16-17 ปี จำนวน 4 คน มาเป็นพนักงานคอยให้บริการลูกค้า โดยมี น.ส.เตือนใจ หรือเจ๊กุ๊กกิ๊กเป็นเจ้าของร้าน มักจะแนะนำลูกค้าว่า พนักงานดังกล่าวสามารถนำออกไปนวด และร่วมประเวณีได้ คิดค่าตัวคนละ 2,000 บาท ทางร้านหัก 300 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้วางแผนเข้าจับกุม น.ส.เตือนใจ พร้อมคัดแยกเหยื่อเด็กสาวทั้ง 4 ราย ก่อนนำตัวผู้ต้องหาส่ง กก.3 บก.ปคม. ดำเนินคดีต่อไป

สอบถาม พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ ผกก.สภ.เมืองบุรีรัมย์ ทราบว่า กรณีดังกล่าวไม่เคยได้รับรายงาน หรือได้รับการร้องเรียนมาก่อน เนื่องจากที่ผ่านมาชุดตำรวจที่มีหน้าที่รับผิดชอบได้ไปตรวจการณ์เป็นประจำ ที่ผ่านมาพบว่าร้านนี้เป็นร้านอาหารธรรมดาเจ้าหน้าที่จึงไม่เข้มงวดมากนัก

ส่วนการลักลอบค้าประเวณีเด็กต่ำกว่า 18 ปีนั้น ทางโรงพักได้ร่วมกันตรวจสอบเป็นประจำ เช่นเดียวกับครั้งนี้ที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้ข้อมูลมา จึงเข้าร่วมตรวจค้น และพบผู้กระทำผิดดังกล่าว