ผบก.ตม. 1 เซ็นไล่ออกจากราชการแล้ว 5 ตำรวจ ตม.แก๊งอุ้มรีด 10 ล้าน นักธุรกิจจีน สวมบัตรคนไทย “บิ๊กเด่น” ลั่นผู้บังคับบัญชาระดับ ผกก.ต้องร่วมรับผิดชอบ พร้อมสั่งตรวจสอบพฤติกรรมย้อนหลัง ส่วนความคืบหน้าคดี “รองนพศิลป-ผู้การจ๋อ” สั่งไล่ล่าสารวัตรสืบ ตม.ที่ยังหลบหนีอยู่ในกลีบเมฆ ขณะที่ ร.ต.ท.ร่วมแก๊งอีก 1 คน โร่แสดงความบริสุทธิ์ใจเข้าพบพนักงานสอบสวน เตรียมนำตัวฝากขังพร้อมเพื่อนสีกากีโฉ่ ล่าสุดชุดสืบสวนคุมตัวหนุ่มชัยภูมิเค้นสอบ หลังพบเป็นนายหน้าพาเหยื่อทั้งคู่ไปทำหนังสือเดินทางก่อนถูกอุ้ม แฉประวัติไม่เบา ก่อคดีอุ้มรีดทรัพย์เมื่อปี 60 และมีหมายจับคดีบัตรประชาชนปลอม

กรณี น.ส.นามี แซ่ลี อายุ 38 ปี หญิงไทยอาชีพล่ามแปลภาษาจีน เข้าแจ้งความ สน.ดินแดง ถูกชายฉกรรจ์ลักษณะคล้ายตำรวจ 5-6 นาย อุ้มขึ้นรถไปพร้อมกับนายฉี (นามสมมติ) อายุ 62 ปี เพื่อนชาวจีน เหตุเกิดถนนประชาสงเคราะห์ซอย 2 แขวงและเขตดินแดง กทม.ต่อเนื่องศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ โดยกลุ่มคนร้ายได้รีดทรัพย์นายฉี เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท ให้ลูกชายนายฉี ที่ประเทศจีน โอนผ่านแอปพลิเคชัน imtoken ก่อนนำทั้งคู่มาปล่อยกลับที่จุดเดิม เหตุเกิดวันที่ 10 มี.ค.66 ต่อมาการสืบสวนที่มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ควบคุม พบตำรวจ ตม.เกี่ยวข้องหลายนาย ได้ให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางออกหมายจับเบื้องต้น 4 นาย ก่อนต้นสังกัดจะคุมตัว พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ รอง สว.สืบสวน บก.ตม.1 ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผบ.หมู่ สืบสวน บก.ตม.1 ส่งมอบพนักงานสอบสวนเมื่อกลางดึกวันที่ 21 มี.ค.มี พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สอบปากคำด้วยตัวเอง ขณะที่ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ สว.กก. สืบสวน บก.ตม.1 หนึ่งในผู้ต้องหาที่ศาลออกหมายจับยังหลบหนี ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

...

ความคืบหน้าในคดีนี้ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มี.ค. พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ควบคุมตัว พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ รอง สว.สืบสวน บก.ตม.1 และ ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผบ.หมู่ สืบสวน บก.ตม.1 มาสอบสวนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทั้งสามคนยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเข้าไปปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์จากผู้เสียหาย บางส่วนให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทั้งหมดมีอาการเครียด และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล

พล.ต.ต.อัฎธพรกล่าวอีกว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด รอง สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 อยู่ในชุดจับกุม และถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุได้เข้าพบพนักงานสอบสวนแสดงความบริสุทธิ์ใจ และถูกควบคุมตัวไว้สอบสวนพร้อมกับ 3 นายก่อนหน้า ช่วงเช้าวันนี้ได้ไปขอศาลออกหมายจับ ร.ต.ท.ประวิตเพิ่ม ทั้งหมดจะถูกควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฝากขังผัดแรกพร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่ รู้ช่องทางกฎหมาย กลบเกลื่อนร่องรอยพยานหลักฐานได้เป็นอย่างดี แต่ยังสามารถควบคุมผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนได้ถึงวันที่ 23 มี.ค. ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย คือ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้ประสานผู้บังคับบัญชาช่วยประสานให้เข้ามอบตัวแล้ว แต่ยังไม่มีการติดต่อเข้ามา

พล.ต.ต.อัฎธพรกล่าวต่อว่า ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายชาวจีน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจคนเข้าเมืองประสานขอข้อมูล พยานหลักฐานต่างๆ และจะประสานให้เข้าแจ้งความ ให้ปากคำตำรวจ โดยเฉพาะประเด็นการกรรโชกทรัพย์ หากพยานหลักฐานไปถึงจะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในทุกข้อหา ส่วนความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา เนื่องจากผู้เสียหายที่มาแจ้งความเป็นล่ามแปลภาษาที่ไม่ได้ถูกกรรโชกทรัพย์ ส่วนกรณีผู้เสียหายชาวจีนที่พบว่าอาจสวมบัตรประชาชนคนไทย เป็นความผิดอีกส่วนหนึ่งหากพบความผิดต้องดำเนินคดี ส่วนพลเรือนที่ทำหน้าที่ชี้เป้า ยังไม่แน่ชัดมี 1 หรือ 2 คน เตรียมจะพิจารณาออกหมายจับหลังจากนี้ ส่วนจะมีตำรวจเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวน หากพบจะเรียกมาแจ้งข้อหาแน่นอน

ต่อมาเวลา 14.30 น. ที่ห้องประชุมชั้น 1 สน.ดินแดง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. มาประชุมร่วมกับชุดสืบสวนเร่งรัดคลี่คลายคดี มี พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.ศักยะ แสงวรรณ รอง ผบก.น.1 พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.ศูนย์เทคโนโลยีตรวจคนเข้าเมือง (ศท.ตม.) พ.ต.อ.นราวุฒิ รักษาวงศ์ ผกก.สน.ดินแดง และฝ่ายสืบสวน บก.น.1 ฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดงและเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ร่วมประชุม

พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น.เปิดเผยว่า ได้เชิญนายโอภาส ศรียา อายุ 45 ปี ชาว อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ มาสอบปากคำ หลังพบว่าเป็นนายหน้าช่วยทำหนังสือเดินทางให้ผู้เสียหายชาวจีน ที่กรมการกงสุล ถนนแจ้งวัฒนะ และบอกผู้เสียหายว่าไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้ เพราะขาดเอกสารบางส่วน พาผู้เสียหายและล่ามสาวชาวไทยกลับไปเอาเอกสารที่บ้าน ซอยประชา สงเคราะห์ 2 ก่อนถูกอุ้มรีดทรัพย์ ทั้งนี้จะซักถามว่า รู้เห็นกับคดีอุ้มรีดทรัพย์ครั้งนี้หรือไม่ เกี่ยวข้องการพาคนจีนไปสวมบัตรประชาชนโดยผิดกฎหมายจริงหรือไม่ เพราะจากการสอบประวัติพบว่าก่อคดีโชกโชน เคยก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์นายสุรชัย แซ่ย่าง นักธุรกิจสายการบิน ได้เงินไป 2 ล้านบาท ในพื้นที่ สน.โคกคราม เมื่อ ก.ค.60 และมีหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.65 ข้อหาเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นฯ และเป็นผู้สนับสนุนพนักงานเจ้าหน้าที่ปลอมบัตรประจำตัวประชาชน

รอง ผบช.น.กล่าวต่ออีกว่า ส่วนตำรวจ 4 นาย ที่ควบคุมตัวไว้แล้วก่อนนี้คาดว่าวันนี้จะส่งฝากขังไม่ทัน เลื่อนเป็นฝากขังวันพรุ่งนี้ ภายในกรอบระยะเวลาควบคุมตัว เนื่องจากต้องสอบสวนให้แล้วเสร็จในทุกประเด็น ส่วน พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ สว.กก.สส.บก.ตม.1 ที่ยังหลบหนี สั่งการให้ระดมกำลังเข้าตรวจค้นบ้านทุกแห่งในพื้นที่จันทบุรี นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร เพื่อนำตัวมาดำเนินคดี เน้นย้ำให้ พ.ต.ต.จิรภัทรเข้ามอบตัว มิฉะนั้นตำรวจจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด

...

พล.ต.ต.นพศิลป์กล่าวอีกว่า ส่วนการตรวจสอบประวัติผู้เสียหายชาวจีน ที่พบสวมบัตรประชาชนคนไทย ได้ตรวจสอบประวัติทั้งชื่อไทย และชื่อจีนแล้ว ยังไม่พบการกระทำความผิด แต่การที่ชาวจีนรายนี้สวมบัตรประชาชนคนไทย และอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน ต้องขยายผลสืบสวนว่ามีวัตถุ ประสงค์กระทำผิดกฎหมายหรือไม่ ขณะนี้ตำรวจได้ทำแผนผังเครือญาติของคนไทยที่ถูกนำชื่อไปสวมบัตรประชาชนไว้แล้ว เพื่อจะตรวจสอบว่าเจ้าของชื่อคนไทยยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ผู้เสียหายชาวจีนมีความเกี่ยวข้องอย่างไร ได้บัตรประชาชนมาอย่างไร หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสวมบัตรประชาชน จะต้องดำเนินคดีถึงที่สุด ส่วนภาพที่ปรากฏว่า ด.ต.พีระศักดิ์หนึ่งในตำรวจที่ก่อเหตุ นำเงินปึกใหญ่ไปมอบให้กับหญิงสาวรายหนึ่ง และโพสต์รูปลงเฟซบุ๊ก มอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนไปตรวจสอบแล้ว รวมถึงข้อมูลเบาะแสต่างๆในโซเชียลมีเดียที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องในทุกมิติ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์ชาวจีน หลังตำรวจ สน.ดินแดง ยึดรถยนต์ของกลาง 2 คัน เป็นรถเก๋งมาสด้า รุ่นมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน ฆร 636 กรุงเทพมหานคร ของ พ.ต.ต.จิรภัทร และรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์วี ทะเบียน ญฎ 3861 กรุงเทพมหานคร ของ ด.ต.พีระศักดิ์ โดยเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอและลายนิ้วมือแฝง รวมถึงพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม

วันเดียวกัน พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.กล่าวว่า ผู้บังคับบัญชาระดับผู้กำกับและหัวหน้าสถานีจะต้องมีส่วนรับผิดชอบกับกรณีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 1 รวม 5 นาย ที่มีตั้งแต่สารวัตรถึงชั้นประทวนกระทำความผิดร้ายแรงมีโทษถึงถูกออกหมายจับในคดีนี้ สั่งการให้ต้นสังกัดตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง ว่าจะให้พักราชการ สำรองราชการ ให้ออกหรือไล่ออกจากราชการซึ่งจะให้ครอบครัวเดือดร้อนไม่ได้รับเงินเดือน ให้ต้นสังกัดพิจารณาตามความเหมาะสม พร้อมให้ตรวจสอบประวัติย้อนหลัง มีพฤติกรรมหรือกระทำความผิดลักษณะเดียวกันหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็ได้กำชับและขันนอตตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมาโดยตลอด

...

ล่าสุด พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1 ได้มีหนังสือคำสั่ง กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 ที่ 31/2566 ให้ พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ, พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ, ร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด รองสารวัตร, ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ และ ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการสืบสวนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ให้ออกจากราชการไว้ก่อน พร้อมมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนแล้ว

ช่วงสายวันเดียวกันที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พนักงานสอบสวน สน.ดินแดงนำตัว ร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด รอง สว.สืบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผู้ต้องหามาฝากขังผัดแรก ในข้อหาร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังพฤติการณ์แห่งคดี การกระทำผู้ต้องหาเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, มาตรา 309 วรรคสอง, มาตรา 310 ประกอบมาตรา 83 ชั้นสอบปากคำ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ศาลพิจารณาอนุญาตฝากขังตามคำร้อง

ภายหลังผู้ต้องหายื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ความผิดที่ถูกแจ้งข้อหามีโทษสถานหนัก พฤติการณ์แห่งคดีเป็นเรื่องร้ายแรง ประกอบกับเป็นเจ้าพนักงานตำรวจอาศัยตำแหน่งหน้าที่การงานของตนสร้างโอกาสในการกระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ทำลายความน่าเชื่อถือศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว เชื่อว่าอาจไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น ประกอบกับพนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัว ยังไม่มีเหตุสมควรที่จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในระหว่างสอบสวน ให้ยกคำร้อง

มีรายงานว่า ผู้ต้องหา 3 คน ที่เหลือยังอยู่ระหว่างสอบสวน และควบคุมตัวที่ สน.ดินแดง จะนำตัวขอหมายขังในวันพรุ่งนี้ตามกรอบระยะเวลา

...