ผบก.น. 1 เผยตำรวจ ตม. 3 นาย ยังให้การภาคเสธ ขอต่อสู้คดีอุ้มหนุ่มใหญ่ชาวจีนและล่ามรีดเงินนับ 10 ล้าน ขณะที่ ร.ต.ท.หนึ่งในชุดจับกุมมอบตัวแสดงความบริสุทธิ์ใจ เตรียมหิ้วฝากขังค้านประกันตัว ส่วน พ.ต.ต.ยังเงียบ
กรณีตำรวจ ตม.ก่อเหตุร่วมกันอุ้ม น.ส.นามี แซ่ลี อายุ 38 ปี หญิงชาวไทยที่เป็นล่ามภาษาจีน พร้อม นายฉี เพื่อนชายชาวจีนอีก 1 คน จากบ้านพักย่านซอยประชาสงเคราะห์ 2 แขวงดินแดง เขตดินแดง ก่อนรีดทรัพย์เป็นเงินคริปโตเคอร์เรนซีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ผ่านมา ต่อมา น.ส.นามี ได้เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ก่อนตำรวจขอศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับตำรวจ 4 นาย จากนั้นตำรวจได้คุมตัว พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ รอง สว.สืบสวน บก.ตม.1 และ ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผบ.หมู่ สืบสวน บก.ตม.1 มาสอบสวนและดำเนินคดี ขณะที่ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ผู้ต้องหาอีกคนที่ร่วมก่อเหตุยังหลบหนี
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ ที่ สน.ดินแดง เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 มีนาคม 2566 พล.ต.ต.อัฎธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น. 1 เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้ควบคุมตัว พ.ต.ต.สรวิศ อินทร์ลับ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ร.ต.ท.สุริยะ รุกขชาติ รอง สว.สืบสวน บก.ตม.1 และ ด.ต.พีระศักดิ์ ยิ้มไพบูลย์ ผบ.หมู่ สืบสวน บก.ตม.1 มาสอบสวนหลังจากศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ออกหมายจับเป็นผู้ร่วมก่อเหตุอุ้มรีดทรัพย์นักธุรกิจชาวจีนและล่าม เพื่อไปเรียกทรัพย์กว่า 10 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัว
ผบก.น.1 กล่าวว่า การสอบสวนตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา ทั้งสามคนยังให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่าเข้าไปปฏิบัติหน้าที่จริง แต่ไม่ได้เรียกรับผลประโยชน์จากผู้เสียหาย และบางส่วนให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ซึ่งทั้งหมดยังคงมีอาการเครียดจากการถูกดำเนินคดี และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
...
พล.ต.ต.อัฎธพร กล่าวว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา ร.ต.ท.ประวิต พลจังหรีด รอง สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 หนึ่งในผู้ที่อยู่ในชุดจับกุม และถูกกล่าวหาว่าร่วมกันก่อเหตุได้ขอเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยที่พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวเอาไว้สอบสวนพร้อมกับทั้ง 3 นายก่อนหน้านี้ โดยช่วงเช้าวันนี้ได้ไปขอศาลออกหมายจับ ร.ต.ท.ประวิต เพิ่มเติม และทั้งหมดจะถูกควบคุมตัวไปขออำนาจศาลอาญาคดีทุจริตฯ ฝากขังผัดแรกในช่วงบ่ายวันนี้ พร้อมกับคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นเจ้าหน้าที่ที่รู้ช่องทางของกฎหมาย กลบเกลื่อนร่องรอยพยานหลักฐานได้เป็นอย่างดี แต่ยังสามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนได้ถึงวันที่ 23 มี.ค.
ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับอีก 1 ราย คือ พ.ต.ต.จิรภัทร บุญนำ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 ขณะนี้ได้ประสานผู้บังคับบัญชาของตำรวจนายดังกล่าวช่วยประสานให้เข้ามอบตัว แต่ยังไม่มีการติดต่อประสานเข้ามา
พล.ต.ต.อัฎธพร กล่าวว่า ขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายชาวจีน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนของตำรวจคนเข้าเมืองประสานขอข้อมูล พยานหลักฐานต่างๆ และจะประสานให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความและให้ปากคำของตำรวจ โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับการกรรโชกทรัพย์ ซึ่งหากพยานหลักฐานไปถึง ก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมในทุกข้อหา ส่วนความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหานั้น เนื่องจากผู้เสียหายที่มาแจ้งความเป็นล่ามแปลภาษาที่ไม่ได้ถูกกรรโชกทรัพย์ไป ส่วนผู้เสียหายชาวจีนที่พบว่าอาจมีการสวมบัตรประชาชนคนไทย เป็นความผิดอีกส่วนหนึ่ง ที่หากพบมีความผิดก็จะต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
ผบก.น.1 กล่าวว่า พลเรือนที่ทำหน้าที่ชี้เป้า และติดตามความเคลื่อนไหว ยังไม่แน่ชัดว่ามีจำนวน 1 หรือ 2 คน แต่ก็เตรียมจะพิจารณาออกหมายจับหลังจากนี้ ส่วนจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวน ที่หากพบก็จะมีการเรียกตัวมาแจ้งข้อหาแน่นอน