เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งขยายผล ล่าตัวคนอยู่เบื้องหลัง ขบวนการส่งเฮโรอีนกว่า 43 กก. ไปฮ่องกง โดยซุกในเสื้อชาวเขา 217 ตัว พบโยงกลุ่มยาเสพติดในลาวที่ใช้ไทยเป็นทางผ่าน เร่งประสานฮ่องกงและทางการลาว หาคนส่ง

จากกรณี ศุลกากรตรวจยึดพัสดุระหว่างประเทศ (ขาออก) จำนวน 1 ชิ้น พบเฮโรอีน 43.40 กิโลกรัม ซุกซ่อนในเสื้อชาวเขาพื้นเมืองจำนวน 217 ตัว ปลายทางจัดส่งที่ฮ่องกง เหตุเกิดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 7 มีนาคม 2566 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (หรือ เลขาธิการ ป.ป.ส.) กล่าวถึงผลการตรวจยึดพัสดุภายใต้โครงการความร่วมมือด้านปราบปรามและสกัดกั้นยาเสพติดพื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task force : AITF) ประกอบด้วย ศุลกากร บช.ปส. ศรภ. และสำนักงาน ป.ป.ส. โดยจากนี้ตนได้สั่งการให้ สืบสวนขยายผล และทราบว่าพัสดุดังกล่าวถูกส่งมาจากชายแดน จ.หนองคาย ผ่านบริษัทขนส่งเอกชน เพื่อนำส่งออกไปปลายทางเขตบริหารพิเศษฮ่องกง โดยก่อนหน้านี้ พบว่ามีการลักลอบจัดส่งพัสดุในลักษณะเดียวกัน ที่เจ้าหน้าที่ศุลกากรฮ่องกง สามารถจับกุมผู้ต้องหา 2 คน พร้อมตรวจยึดเฮโรอีน 48 กิโลกรัม ซุกซ่อนในกระเป๋าผ้าปักลายชาวเขา เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา

...

"จากลักษณะรูปแบบการอำพราง ใช้การทำเฮโรอีนเป็นของเหลวและเคลือบไปกับผ้า เพื่ออำพรางเจ้าหน้าที่ ลักษณะเดียวกับกรณีการส่งเฮโรอีนไปฮ่องกง เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จึงคาดว่าทั้งสองกรณี อาจมีความเกี่ยวข้องกัน และจากการสืบสวนเบื้องต้นเชื่อว่า ขบวนการที่จัดส่งยาเสพติดไปฮ่องกงในครั้งนี้ อาจมีความเกี่ยวข้องกับขบวนการยาเสพติดในประเทศลาว ที่ใช้ประเทศไทยในการส่งต่อยาเสพติดไปยังประเทศปลายทาง" เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว

นายวิชัย กล่าวต่อว่า ตนได้มอบหมายให้ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด ประสานความร่วมมือกับทางการลาว และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ตามนโยบาย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เน้นย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อร่วมกันสืบสวนขยายผลถึงผู้ส่งพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติด ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส.และหน่วยงานภาคีทั้งภายในและภายนอกประเทศ ได้มีการบูรณาการทางด้านการข่าว และการสืบสวนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ในการสกัดกั้นยาเสพติด ลักลอบลำเลียงยาเสพติดโดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน ไปยังปลายทางประเทศที่สาม ซึ่งปัจจุบันเครือข่ายการค้ายาเสพติดข้ามชาติยังคงมีความเคลื่อนไหว และพยายามลักลอบจัดส่งยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง

นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด
นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด

เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าว กล่าวอีกว่า ในปัจจุบันมีปริมาณการส่งพัสดุเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน การตรวจสินค้าข้อมูลการข่าวจึงสำคัญมาก ทำให้ต้องประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งในประเทศ เช่น บช.ปส. ศุลกากร และหน่วยงานต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย ฮ่องกง ประเทศในกลุ่มแม่น้ำโขงที่เรามีเจ้าหน้าที่ยาเสพติดประจำสถานเอกอัคราชทูตใน จีน เมียนมา ลาว เวียดนาม และกัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ข่าวกรอง และเพิ่มความเข้มงวดสกัดกั้น/ตรวจค้นสินค้า รวมไปถึงกำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวัง ตั้งข้อสังเกตรูปแบบกลุ่มที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ

ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2566 (ต.ค. 65-ปัจจุบัน) โครงการ AITF มีผลสกัดกั้นยาเสพติดซุกซ่อนในพัสดุระหว่างประเทศก่อนถูกลักลอบส่งไปยังฮ่องกง จำนวน 8 คดี ของกลาง ไอซ์ 74.59 กก. เฮโรอีน 9.2 กก. ซุกซ่อนในหมอนยางพารา, ซุกซ่อนในขวดคอนแทคเลนส์, ซุกซ่อนในกล่องผ้าไหมใส่แก้วกาแฟพร้อมจานรอง, ซุกซ่อนในหมอนและผ้าคลุมพื้นเมือง, ซุกซ่อนในพรม และซุกซ่อนในสับปะรดกระป๋อง.

...