"สมศักดิ์" ลุยเมืองตรัง ชวนประชาชนร่วมกันปราบยาเสพติด หลังปรับรูปแบบเข้มข้นขึ้น เน้นยึดอายัดทรัพย์สินตัดวงจรการค้ายา แย้มการเมืองเดินทางสายกลางต่อ ชี้ การเมืองแบบแบ่งพวกประชาชนไม่ได้ประโยชน์ เผยเป็นรัฐบาลทุกครั้งเพราะเป็นวิศวกรมีหน้าที่สร้าง-แก้ปัญหาให้สังคม

เมื่อวันที่ 3 มี.ค.66 ที่โรงแรมธรรมรินทร์ ธนา จ.ตรัง นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานเปิดโครงการสร้างการรับรู้และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด รองรับประมวลกฎหมายยาเสพติด โดยมี นายภูวนัฐ สมใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. พ.ต.อ.ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง นายวิชาญ สังฆนาคินทร์ กรรมการเครือข่ายกองทุนแม่ของแผ่นดินจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกกองทุนแม่ของแผ่นดิน และประชาชน กว่า 700 คน เข้าร่วม

โดย นายสมศักดิ์ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นที่ตนเข้ามาทำงานการเมือง คือ การเป็น ส.ส.จังหวัดสุโขทัย รวมแล้ว 10 สมัย และเป็นรัฐมนตรี 14 ครั้ง ซึ่งตลอดการเป็นรัฐมนตรี ตนไม่เคยถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาฯแม้แต่ครั้งเดียว โดยแสดงให้เห็นว่าการทำงานการเมืองของตนเป็นการทำงานแบบเชิงรุก ฝ่ายค้านจึงไม่ลงไม้ลงมือ เพราะถึงแม้จะไม่ใช่นโยบาย แต่หากเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ก็จะรีบดำเนินการทันที ส่วนใน จ.ตรัง ที่มีปูชนียบุคคลอย่าง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 2 สมัย ตนก็เป็นรัฐมนตรีใน ครม.ทั้ง 2 สมัย ซึ่งสมัยแรกเป็น รมช.คมนาคม ส่วนอีกสมัยเป็น รมว.อุตสาหกรรม โดยได้มีโอกาสทำงานเบื้องหลังในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนั้น ให้กับนายชวน ซึ่งตนเป็นคนรวบรวมพรรคเล็กจนตั้งรัฐบาลได้

...

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า หลายคนถามว่าตนเป็นรัฐบาลทุกครั้งมีอุดมการณ์อย่างไร ซึ่งต้องบอกว่าตนเป็นวิศวกร มีหน้าที่สร้างและแก้ปัญหาให้สังคม จึงเป็นรัฐบาลในทุกครั้งและสามารถเป็นผู้ช่วยคนอื่นในการจัดตั้งรัฐบาล หรือขับเคลื่อนนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง โดยคุณสมบัติส่วนตัว คือ ไม่ใช่คนแข็งกระด้าง และไม่ได้อ่อนแอ แต่มีเหตุมีผล ทำให้การแก้ปัญหาในกระทรวงยุติธรรม สามารถดำเนินการได้ในหลายเรื่อง เช่น ใน จ.ตรัง ตนก็มีการจัดมหกรรมไกล่เกลี่ยหนี้สิน ที่บูรณาการกฎหมายของ 2 กรมในกระทรวง มาขับเคลื่อนช่วยประชาชน ซึ่งสามารถช่วยทั่วประเทศได้กว่า 1 แสนครอบครัว โดยความเป็นวิศวกรของตน จึงทำให้ผลักดันเป็นโครงการนำร่องให้กระทรวงอื่นๆได้ดำเนินการต่อเนื่องได้

"นี่คือไอเดียความคิดของคนที่เป็นนักการเมือง ที่ทุกครั้งมีการคิดก่อนที่จะเดิน และผมเห็นประชาชนยังมีปัญหาอีกเยอะ ดังนั้น ถ้าเราเน้นหนักในเรื่องการเมืองแบบจินตนาการ หรือแบ่งพรรคแบ่งพวกแบ่งขั้ว กว่าจะรวมกันได้เป็นรัฐบาลไม่ถึง 3 ปี ก็หมดเวลา ประชาชนไม่ได้อะไร ผมจึงเดินสายกลางมาโดยตลอด และจะทำแบบนี้ไปตลอด" รมว.ยุติธรรม กล่าว

นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องยาเสพติด ตนก็ได้ริเริ่มการปราบปรามยาเสพติดในรูปแบบใหม่ คือ การตัดวงจรยาเสพติด ด้วยการยึดอายัดทรัพย์ของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด ที่ได้ดึงภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแจ้งเบาะแส เพื่อรับรางวัลนำจับ 5% แต่หลังมีกฎหมายใหม่ ต้องยอมรับว่าเจ้าหน้าที่ยังไม่เชี่ยวชาญ อย่าง จ.ตรัง สามารถจับกุมยาบ้า 1.6 ล้านเม็ด ไอซ์ 2 กิโลกรัม แต่ก็ยังไม่ได้มีการขยายผลยึดทรัพย์ตามกฎหมายใหม่ ซึ่งที่ผ่านมากว่าจะยึดทรัพย์ใช้เวลา 8 ปี แต่ของใหม่อย่างมากไม่เกิน 2 ปีเท่านั้น ทำให้ตนมั่นใจว่าการปราบปรามยาเสพติด จะได้ผลเพราะทำแบบจริงจัง ที่สามารถยึดทรัพย์ย้อนหลังได้ถึง 10 ปี

"ผมเชื่อว่า เมื่อมีรางวัลนำจับ 5% จะช่วยทำให้ขบวนการค้ายาเสพติดลดน้อยลงไปได้ โดยประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1386 หรือผ่านระบบบล็อคเชน ที่ไม่เปิดเผยตัวตนคนแจ้งเบาะแส เพื่อความปลอดภัย ซึ่งจากที่ปรับรูปแบบการปราบยาเสพติดให้เข้มข้นขึ้น แต่ถ้ายังไม่ได้ผลก็ไม่ต้องโทษใครแล้ว เพราะต้องโทษทุกคนที่ยังไม่เข้าใจถึงแก่นแกนของปัญหา ถึงยังไม่ช่วยกันแจ้งเบาะแส เพราะยาเสพติดจะหมดไป ถ้าทุกคนเข้มงวดและช่วยกัน เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานเรา" นายสมศักดิ์ กล่าว

...