หนุ่ม 32 ถูกอริเก่าเพิ่งพ้นโทษ บุกก่อกวนถึงบ้าน ตะโกนท้าทายนัดเคลียร์ปัญหา หลังแค้นโดนจับติดคุก สลดตามไปถูกยิงสาหัสไปตาย รพ. เพื่อนเข้าไปช่วยถูกยิงเจ็บอีก 1

เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 24 ก.พ.66 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าใหม่ รับแจ้งเหตุคนใช้อาวุธปืนยิงกัน มีผู้บาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณถนนเฉลิมบูรพาชลทิต พื้นที่หมู่ 8 คาบเกี่ยวหมู่ 3 ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี จึงประสาน ร.ต.อ.ภณนพทร นีสันเทียะ พนักงานสอบสวนเวร สภ.ท่าใหม่ พร้อมกำลังชุดสืบสวน 

ชุดสืบสวน ของ สภ.ท่าใหม่ และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างกตัญญูธรรมสถานจันทบุรี เดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย ทราบชื่อคือ นายสงกรานต์ จันทร์สว่าง อายุ 32 ปี ถูกกระสุนปืนยิงที่ลำตัวและแผ่นหลังรวม 3 นัด อาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งปั๊มหัวใจช่วยเหลือ และรีบนำตัวส่ง รพ.ท่าใหม่ จากนั้นส่งไปรักษาต่อที่ รพ.พระปกเกล้า และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนผู้บาดเจ็บอีกราย คือ นายนิรุต น้ำเจริญ อายุ 30 ปี ถูกยิงที่บริเวณต้นขาขวา 1 นัด ได้รับบาดเจ็บจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบกระสุนปืน ขนาด .380 1 นัด และปลอกกระสุนปืน ตกอยู่ 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มคนในพื้นที่ ซึ่งเคยมีเรื่องกันมาก่อน โดยเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2557 กลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้ปาระเบิดใส่บ้านผู้ตาย จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวและถูกจำคุก และเพิ่งพ้นโทษออกมาไม่นาน ก็มาก่อกวนบ้านผู้ตายอีก จนกระทั่งเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อเหตุได้ขับขี่รถจักรยานยนต์มาวนเวียนตะโกนให้ของลับ และท้าทายผู้ตายให้ออกมาเคลียร์ปัญหา ซึ่งผู้ตายได้ขี่รถจักรยานยนต์ตามออกไป และเกิดการชกต่อยกันขึ้น ก่อนถูกผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงใส่จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้านเพื่อนผู้ตายเห็นเหตุการณ์ไม่ดีจึงวิ่งตามออกไปช่วย จนถูกยิงได้รับบาดเจ็บเพิ่มอีก 1 คน จากนั้น น้องชายผู้ตายพยายามจะเข้าไปช่วย ก็ถูกมีดไล่ฟันแต่โชคดีไม่โดนลำตัว โดนเพียงเสื้อผ้าขาดเท่านั้น จากนั้นก็มีชาวบ้านวิ่งเข้าไปห้ามเหตุการณ์จนคู่กรณีแยกย้ายกันหลบหนีไป

...

เบื้องต้น พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนภูธรจังหวัด โดยได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ทั้งหมด 5 คน และนำตัวมาสอบสวน ที่ สภ.ท่าใหม่ และคาดว่าจะได้ตัวผู้ลงมือก่อเหตุในวันพรุ่งนี้ (25 ก.พ.)