ตม.ร่วมกับปคบ. รวบพ่อเล้าชาวเกาหลีใต้หลอกสาวไทยไปทำงานนวด พอไปถึงกลับให้ค้าประเวณี หนีออกมาได้ ถูกตามจับกลับไปกักขัง ทำร้าย ฟาดด้วยกระทะ บังคับค้ากาม ทรมานราวตกนรก ล่าสุดเจอโผล่นอนคอนโดฯ ที่พัทยา เจอข้อหาหนักค้ามนุษย์
เวลา 13.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 66 พล.ต.ท.ภาคภูมิพิพัฒน์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผบช.สตม. สั่งการให้ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.รัชธพงศ์ เตี้ยสุด รอง ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.จิรพงศ์ รุจิรดำรงค์ชัย ผกก.สส.บก.ตม.3 สนธิกำลัง พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา ผบก.ปคม. นำกำลังจับกุม Mr. Cho อายุ 49 ปี ชาวเกาหลีใต้ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.419/2563 และ จ.424/2563 ลงวันที่ 25 มี.ค. 2563 ซึ่งเป็นหนึ่งในแก๊งนายหน้าหลอกลวงผู้หญิงชาวไทยไปค้าประเวณีที่ประเทศเกาหลีใต้ โดยจับกุมตัวได้ที่โรงแรมหรูแห่งหนึ่งบนถนนพัทยาสาย 3 อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ได้ประสานความร่วมมือกับ บก.ปคม. กรณีมีผู้เสียหายถูกหลอกให้ไปทำงานที่ร้านนวดที่ประเทศเกาหลีใต้ และถูกบังคับใช้ขายบริการทางเพศ หากไม่ทำตามจะถูกทำร้ายร่างกาย ถ้าขัดขืนหากไม่ทำจะถูกฟาดด้วยกระทะ แถมยึดพาสปอร์ต ราวตกนรกทั้งเป็น
ทั้งนี้กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อปี 2562 ผู้เสียหายได้ติดต่อไปที่เพจเฟซบุ๊กหนึ่ง ซึ่งเป็นนายหน้าพาคนไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อติดต่อไปแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาซึ่งเป็นหญิงคนไทย 3 คนได้แจ้งว่าการไปทำงานนวดที่ประเทศเกาหลี เจ้าของร้านนวดจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปประเทศเกาหลีให้ทั้งหมด ซึ่งผู้เสียหายตอบตกลงและเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้
“เมื่อเดินทางไปถึงที่ประเทศเกาหลีใต้ จึงได้พบกับ Mr. Cho ซึ่งเป็นเจ้าของร้านนวดที่เมืองปูซาน โดย Mr. Cho ได้ให้ไปทำงานร้านนวด แต่ไม่จำเป็นต้องขายบริการทางเพศ ผู้เสียหายจึงตกลง แต่เมื่อไปถึงแล้วไม่ยอมขายบริการทางเพศ ผู้เสียหายถูกด่าทอ ทุบตีด้วยกระทะ แถมยึดพาสปอร์ต และถูกขู่เอาชีวิต ต่อมาเมื่อหลบหนีออกไปจากร้านก็ถูกติดตามจนเจอ และโดนทำร้ายร่างกายจนบอบช้ำ ก่อนถูกนำกลับมาบังคับค้าประเวณี จนในที่สุดมีตำรวจเกาหลีใต้มาช่วยเหลือพากลับประเทศ ก่อนที่จะเข้าแจ้งความกับทาง บก.ปคม. และออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด เหลือ Mr. Cho ที่ยังไม่ถูกจับกุม”
...
กระทั่งชุดสืบสวนทราบว่า Mr. Cho เดินทางเข้ามาประเทศไทย และพักอาศัยที่คอนโดดังกล่าว ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ซึ่งอยากฝากไปถึงพี่น้องประชาชนที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ขอให้ไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และหาข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อความปลอดภัย ไม่ตกเป็นเหยื่อของแก๊งค้ามนุษย์ที่มักหลอกลวงหญิงสาวชาวไทยไปค้าประเวณี ซึ่งการปราบปรามการค้ามนุษย์เป็นนโยบายสำคัญที่ทางรัฐบาลและสำนักงานกำลังชาติให้ความสำคัญ ซึ่งในส่วนนี้ทางตำรวจตรวจคนเข้าเมืองและทางบก.ปคม.จะทำการขยายผลว่ามีผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้หรือไม่อย่างไร
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาร่วมกันตั้งแต่สามคนขึ้นไปค้ามนุษย์โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.