ตำรวจเชิญผู้เกี่ยวข้อง 5 คน สอบปากคำเพิ่มเติมคดี "น้องต่อ" พร้อมเก็บตัวอย่าง DNA ด้านแม่นิ่ม ยังยืนยันคำเดิม ทุกอย่างที่พูดเป็นเรื่องจริง มีคนอุ้มลูกไป เป็นชายใส่เสื้อสีเหลือง ขณะที่ "ผบช.ภ.7" เตรียมลงพื้นที่ประชุมเร่งรัดคดี

ความคืบหน้าคดี "น้องต่อ" เด็กชายวัย 8 เดือน หายตัวในพื้นที่ อ.บางเลน จ.นครปฐม เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 พ.ต.อ.พัลลภ สุริยกุล ณ อยุธยา รอง ผบก.ภ.จว.นครปฐม ได้นำตัว นายสาน คุ้มพิมพ์ 58 ปี พ่อของนิ่ม นายสุรชัย แซ่เฮ้ง หรือ ลุงแจ้ อายุ 55 ปี เพื่อนสนิทพ่อของนิ่ม นายสิทธิโชค แสงสว่าง หรือพุทธ อายุ 19 ปี น.ส.พิไลภรณ์ ก่อเจริญ อายุ 17 ปี หรือนิ่ม และ นายวุทธิพัทธ์ คำสุวรรณ 18 ปี หรือกล้า แฟนเก่า มาตรวจ DNA และสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

และเชิญตัว นางลำพึง ศรียางนอก อายุ 83 ปี ป้าของนิ่ม อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่5 ต.บางไทรป่า อ.บางเลน จ.นครปฐม มาสอบปากคำเพิ่ม

ในส่วนของชุดสืบสวนภาค 7 กระจายกำลังกันหาเบาะแสเพิ่มเติมบริเวณบ้านน้องต่อ เด็กชายวัย 8 เดือน ที่หายไป ซึ่งมีพ่อของพุทธ วัย 67 ปี อยู่บ้าน

ด้าน นิ่ม เปิดเผยว่า หลังจากเจ้าหน้าที่นำตัวมาสอบปากคำเพิ่ม ก็ยังยืนยันเหมือนเดิมทุกอย่างเหมือนวันแรกที่พูด ว่ามีคนอุ้มลูกไป เป็นชายใส่เสื้อสีเหลือง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ยังถามคำถามเดิมๆ ส่วนพ่อก็มาให้ปากคำเพิ่มเติมวันนี้ และวันนี้ได้เล่าเรื่องราวความจริงที่เกิดขึ้นให้พ่อฟัง และบอกกับพ่อว่าเราไม่ได้ทำ และเราไม่เกี่ยวข้องในปมฆ่าลูกตัวเอง

วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจแยกสอบ ส่วนเรื่องบัญชีมีเงินเข้า 15,000 บาท ซึ่งเป็นเงินจากประกันสังคมได้มาในช่วงที่คลอดลูก ได้เงินตอนลูกอายุประมาณ 4 เดือน ประเด็นนี้ก็ตอบเจ้าหน้าที่ตำรวจไปหมดแล้ว

...

ส่วนพุทธก็ได้มีการพูดคุยกัน พุทธก็ยังถามว่านิ่มมั่นใจอยู่ใช่ไหมกับสิ่งที่ให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตอนนี้มีความกังวลเรื่องเดียว ตำรวจอยากให้เราเปิดปากพูด แต่เราก็พูดไปหมดแล้ว กลางคืนก็มีนอนร้องไห้บ้างและสะดุ้งตื่นเหมือนตอนที่ลูกยังอยู่ด้วยกัน

อยากบอกสังคมว่านิ่มไม่ได้ทำทุกอย่าง ไม่ได้เอาน้องต่อไปทิ้งน้ำ ไม่ได้ขายน้องต่อ และไม่ได้เอาน้องไปให้ใครเลี้ยง

ในพรุ่งนี้ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผบช.ภ.7 จะเดินทางลงพื้นที่ สภ.บางหลวง จ.นครปฐม เพื่อประชุมเร่งรัดติดตามผลความคืบหน้าของคดีอีกด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 17.18 น. น.ส.รัศมี แสงสว่าง ป้าของเด็กที่หายตัว อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 184 ม.6 ต.หินมูล อ.บางเลน จ.นครปฐม เปิดเผยว่า เฟซบุ๊กชื่อ Pilaipon Nim ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กของนิ่ม แม่ของน้องต่อ ได้ทักมาหาในเวลา 15.41 น. ทักมาบอกว่า “บอกพ่อด้วยนะ ว่าวันนี้กูโดนจับ หมี ฝากบอกพ่อด้วยนะ เผื่อเค้าเป็นห่วง” โดยหลังจากเลิกงานก็รีบขี่รถจักรยานยนต์เดินทางมาที่ สภ.บางหลวง ทันที

ด้าน น.ส.สุภาภรณ์ เที่ยงแท้ อายุ 27 ปี ป้าสะใภ้ กล่าวว่า เรื่องงานรู้ว่าเค้าได้เงินประกันสังคมมา แล้วก็เป็นเงินแชร์ที่เค้าเล่นไว้ ในส่วนเงินของเพื่อนชื่อ น.ส.ปภาวดี เขียวรอดไพร อายุ 25 ปี กล่าวว่า ที่เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้ก็เพราะวันที่ 5 จำนวนเงิน 10,000 บาท ซึ่งเป็นวันที่เกิดเหตุมีเงินโอนเข้าบัญชี และในบางครั้งก็ยังมีเงินน้ำท่วมและเงินสงเคราะห์เด็ก ซึ่ง น.ส.ปภาวดี เพื่อนคนนี้จะจ้างให้หนูมากดทุกครั้ง โดยให้ค่าจ้างกดเงินแต่ละครั้ง 100 บาท วันนี้ได้ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไปแล้ว

และในวันนี้ตำรวจได้เชิญตัวเพื่อนเจ้าของเงินมาสอบสวนเพิ่ม ส่วนประเด็นเรื่องเสียงดังช่วงเวลาประมาณตี 2 ถึงตี 3 ของวันที่ 5 ก.พ. ไม่ได้ยินเสียงดังอะไร เพราะปกติเวลา 22.00 น. หนูก็ล็อกห้องปิดไฟนอนแล้วทุกวัน ถ้ามีเสียงดังอะไรขึ้นมาจากภายนอกจะไม่ออกมาดู ที่ผ่านมานิ่มและพุทธมีปากเสียงกันทุกวันเป็นเรื่องปกติ ส่วนมากจะเป็นเรื่องการเลี้ยงลูก อย่างเช่นการเกี่ยงกันเลี้ยงและดู บางครั้งหลังจากทะเลาะกันก็มีใส่อารมณ์กับลูกบ้าง

ส่วนเรื่องทุบตีลูก อันนั้นไม่เห็น แต่มีการกระแทกรูปอยู่บ่อยครั้งเหมือนใส่อารมณ์ พูดไปก็จะเป็นการใส่ร้ายนิ่ม เพราะว่าไม่มีหลักฐาน คนในบ้านจะรู้หมดว่านิ่มมีพฤติกรรมอย่างไรบ้าง ถึงแม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่ก็ต่างคนต่างอยู่ นิ่มติดโทรศัพท์มาก แม้กระทั่งลูกร้องก็ยังไม่วาง มือถือ มีแม้กระทั่งเอาขวดนมให้ลูกกินก็ยัดใส่ปากลูกแรงๆ.