ตำรวจตั้งข้อหาปู่เลี้ยงขืนใจเด็กหญิงวัย 13 ส่งฝากขังที่ ศาลจังหวัดนางรอง บุรีรัมย์ เหลือเยาวชนหลานปู่อีก 3 คน ที่ร่วมก่อเหตุ ต้องรอสหวิชาชีพมาร่วมสอบ ญาติเผยเด็กน่าจะทรมานที่สุด เพราะพยายามร้องขอความช่วยเหลือจากทั้งย่า พ่อ แม่ ครู และเกือบทุกช่องทาง เท่าที่เด็กวัย 13 ปีจะทำได้ แต่ไม่สำเร็จ

วันที่ 14 ก.พ. กรณีนางสาวเอ อายุ 37 ปี พา ด.ญ.บี ลูกสาวอายุ 13 ปี นักเรียนชั้น ม.1 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ใน อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความ สภ.โนนดินแดง กล่าวหา นายยง (สงวนนามสกุล) อายุ 69 ปี ปู่เลี้ยงของเด็ก กระทำการข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.บี มาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ หรือตั้งแต่เรียนอยู่ชั้น ป.4 หลังจากเด็กพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 65 ที่ผ่านมา ซึ่งจากคำบอกเล่าของเด็กยังพบอีกว่า มีวัยรุ่นซึ่งเป็นหลานของปู่เลี้ยงอีก 3 คน มาร่วมข่มขืนด้วยที่บ้าน ต่อมาตำรวจได้ให้ผู้ปกครองเด็กพาเด็กไปตรวจร่างกาย ก่อนจะเรียก นายยง มาสอบสวน

ความคืบหน้าล่าสุด ตำรวจได้สอบสวน นายยง แล้วตั้งข้อหาข่มขืนเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี แล้วส่งฝากขังที่ศาลจังหวัดนางรอง บุรีรัมย์ พร้อมคัดค้านการประกันตัว ถึงแม้ นายยง ยังให้การปฏิเสธก็ตาม ส่วนวัยรุ่นคนที่ร่วมก่อเหตุ ยังเป็นเยาวชน ซึ่งจะต้องมีการสอบร่วมกับสหวิชาชีพ โดยจะเรียกเยาวชนทั้ง 3 คน มาสอบสวนภายในวันนี้

นายชัย อายุ 47 ปี ญาติของแม่เด็ก เล่าว่า เรื่องราวของหลานที่ได้รับฟังมามันเป็นความเจ็บปวดเกินกว่าที่เด็กวัยแค่ 13 ปี จะรับไว้ได้ จากคำบอกเล่าเด็กพยายามร้องขอความช่วยเหลือมาโดยตลอด ตั้งแต่ย่าแท้ๆ ที่อยู่ร่วมกันภายในบ้านไม่เชื่อ ทั้งที่เห็นกับตา ไปบอกครูประจำชั้นในโรงเรียนแต่ไม่มีครูคนใดให้ความสนใจ บอกพ่อตัวเองกลับโดนตอกกลับว่า "ไร้สาระ" มีคนที่สนใจมากที่สุดคือ แม่ ที่ไลน์คุยกัน แต่กว่าจะได้รับความช่วยเหลือต้องปล่อยเวลาล่วงเลยมากว่าครึ่งปี ถ้าลองคิดเป็นเขาเป็นเรา กับเด็กอายุแค่ 13 ปี จะเจ็บปวดมากแค่ไหนกับเหตุที่การณ์ที่ผ่านไปแต่ละวัน

...

นายชัย เล่าด้วยว่า ก่อนที่จะเข้าไปช่วยเหลือยังมีปัญหา ไม่มีใครกล้าเข้าไปที่บ้าน เพราะพ่อของเด็กซึ่งเป็นทหารพราน ห้ามไม่ให้ใครเข้าไป จึงไปปรึกษาตำรวจ สภ.โนนดินแดง กลับได้รับคำตอบว่า “ให้ไปปรึกษาฝ่ายปกครอง” ให้ฝ่ายปกครองช่วยฟ้องเอาเด็กออกมา สุดท้ายเด็กแชตมาขอความช่วยเหลือเพิ่ม ก่อนจะเข้าไปช่วยเหลือดังกล่าว