ตำรวจวังเจ้านำตัว 1 ใน 3 แรงงานเมียนมาที่ทำงานในไร่ของผู้ตาย ไปสอบปากคำไขคดีฆ่าโหด 5 ศพ โดยหวังจะได้รูปพรรณสัณฐานคนร้ายและรอผลชันสูตรศพด้วย ขณะนี้ ตำรวจมุ่งปม ขัดแย้งเรื่องค่าแรงคนงานในไร่
จากกรณีเหตุคนร้ายสังหารยกครัวชาวเขาเผ่าม้ง 5 ศพ ที่บ้านปางสังกะสี ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา โดยพบทั้ง 5 ศพในไร่ของผู้ตาย ต่อมาตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแคมป์แรงงานต่างด้าว ที่ผู้ตายว่าจ้างมาทำงานในไร่ จากการตรวจสอบแคมป์แรงงาน ไม่พบว่ามีแรงงานอาศัยอยู่ เหลือเพียงของใช้ เสื้อผ้าบางส่วนถูกทิ้งไว้
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2566 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอาทิตย์ แสงว่าง ผู้ใหญ่บ้านปางสังกะสี ได้นำตัวแรงงานต่างด้าวสูงอายุคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงงานในไร่ของผู้ตาย ไปให้ตำรวจ สภ.วังเจ้า ทำการสอบปากคำ
...
นายอาทิตย์ เปิดเผยว่า แรงงานต่างด้าวรายนี้ เป็น 1 ใน 3 คนงานในไร่ผู้ตาย ที่ยังอยู่ในพื้นที่ และคาดว่าอาจจะเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นแรงงานคนนี้ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงต้องใช้ล่ามในการสื่อสาร และมีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อีก 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 นั่งหลังรถลงไปสอบปากคำพร้อมกัน แต่ยังให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์สังหารโหดในครั้งนี้
พ.ต.อ.วสันต์ ศิริกาญโกมล ผกก.สภ.วังเจ้า เปิดเผยว่า วันนี้ยังคงให้ทีมสอบสวน สนธิกำลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างสอบปากคำแรงงานต่างด้าวสูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ และนำแรงงานต่างด้าวที่คาดว่าจะรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำ เพื่อหารูปพรรณสัณฐาน รวมถึงรอผลการชันสูตรพลิกศพ ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น โดย 1 ในแรงงานชาวเมียนมา ที่นำตัวมาสอบปากคำได้แก่ นายอาโป ที่เคยทำงานรับจ้างอยู่ในไร่ของผู้ตาย ซึ่งช่วงวันเกิดเหตุนายอาโปไปรับจ้างอยู่ในไร่อื่น และแรงงานชาวเมียนมา ในไร่ข้างเคียงที่รู้จัก แรงงานเมียนมา ที่อยู่ในไร่ผู้ตายที่หลบหนีไป เพื่อสอบสวนรายละเอียดแห่งคดี
สำหรับแนวทางการทำคดีนั้น เดิมมี 4 ประเด็นประกอบด้วย 1.ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวในครอบครัว 2. เรื่องเงินค่าจ้างแรงงานต่างด้าว ซึ่งผู้ตายเคยจ้างไว้ 7 คนกลับประเทศไปแล้ว 4 คน ปัจจุบันเหลือ 3 คน ซึ่งผู้ตายไม่ได้จ่ายค่าแรง ทำให้แรงงานเมียนมามีความโกรธแค้นจึงลอบสังหาร และมีการนำทรัพย์ที่เป็นรถอีแต๋นไปด้วย 3. ธุรกิจมืดเคยต้องคดียาเสพติดและหนีหมายศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ 4. ชิงทรัพย์
แต่ล่าสุด ขณะนี้มุ่งไปที่ปัญหาความขัดแย้งกับแรงงานต่างด้าว หลังพบว่า ผู้ตายมีแรงงานทำงานในไร่ 7 คน ที่ทำงานด้วยกันมา 3 ปี ก่อนหน้านี้ได้กลับไปแล้ว 3 คน ยังเหลือ 4 คนที่ทำงานในไร่ และมีความขัดแย้งเรื่องการจ่ายค่าแรงก่อนหนีหายไป เพราะผู้ตายชอบพกเงินเยอะ และขโมยรถอีแต๋นของผู้ตายคนร้ายขับรถหนีไปทางพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก และทิ้งเอาไว้กลางทางเนื่องจากน้ำมันน้ำมันหมด จากนั้นก็เดินเท้าหลบหนี.