ผบช.สตม. โชว์ผลงาน เปิดยุทธการกวาดล้างมังกรซ่อนกาย รวบชาวจีนถือหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติ แก๊ง MLM หลอกลงทุนคริปโต พร้อมกล่าวขอโทษนักข่าวสาว ไม่มีเจตนาล่วงเกิน ยันไม่ได้เดินทางไปฮ่องกง
เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 66 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบ.สตม. พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.1, พล.ต.อ.วริศร์สิริภ์ สีละสิริ ผบก.ตม.3, พ.ต.อ.อภิมุข กานตยากร รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม. ได้ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ ยุทธการกวาดล้างมังกรซ่อนกาย
โดยกองบังคับการสืบสวนคนต่างด้าว ที่มีหนังสือเดินทาง 2 สัญชาติขึ้นไป ที่เข้ามาพำนักในประเทศไทย พบ 117 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติของคนต่างด้าวทั้ง 117 ราย พบว่าเป็นบุคคลที่รัฐบาลต่างประเทศมีการออกหมายจับไว้ที่ประเทศต้นทางจำนวน 17 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่และฉ้อโกง ซึ่งระหว่างการติดตามตัวคนต่างด้าวบางส่วนได้เดินทางออกนอกราชอาณาจักรไปแล้ว คงเหลืออยู่ในราชอาณาจักรไทยเพียง 3 ราย จึงได้ทำการอนุมัติเพิกถอนการอยู่ในราชอาณาจักรไทยของคนต่างด้าวทั้ง 3 ราย ก่อนจะติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เพื่อผลักดันกลับประเทศ
...
โดยเบื้องต้นทั้ง 3 ราย มีหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน ในความผิดเกี่ยวกับแชร์ลูกโซ่ และฉ้อโกง และใช้หนังสือเดินทางสัญชาติ วานูอาตู เข้ามาในไทย โดยหนึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้นำองค์กร MLM ซึ่งเป็นองค์กรจีนที่ตั้งขึ้นเพื่อการฉ้อโกงโดยเฉพาะส่วนใหญ่เป็นการหลอกลงทุนเงินคริปโตเคอร์เรนซี ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นมาเอง ไม่มีการซื้อขายในตลาดจริง มูลค่าความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท หรือ 20 ล้านหยวน ซึ่งตำรวจจะเร่งขยายผลตรวจสอบว่ามีการนำทรัพย์สินเข้ามาในประเทศหรือไม่ ซึ่งหากพบก็จะต้องตรวจสอบว่าทรัพย์สินเหล่านั้นได้มาจากการกระทำผิดในประเทศไทย หรือ นำมาจากประเทศจีน ก่อนจะมีการส่งทรัพย์สินคืนให้ทางการจีน
นอกจากนี้ยังได้ขยายผลเพิ่มเติม จับกุมคนต่างด้าวที่ถือหนังสือ 2 สัญชาติ และอยู่ในราชอาณาจักรเกินกำหนด หรือ โอเวอร์สเตย์ จำนวน 31 คน จากที่ตรวจพบ 58 คน ซึ่งทั้งหมดจะถูกผลักดันกลับประเทศเช่นกัน
พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ ระบุอีกว่า ปฏิบัติการนี้เป็นการป้องกันเพื่อตัดโอกาสการกระทำผิดของอาชญากรที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลังนายกรัฐมนตรีกำชับ ไม่ปล่อยให้ประเทศไทยให้เป็นฐานกระทำผิดของอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งนี้ ทางพลตำรวจโทภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ยังเปิดเผยถึงกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่ระบุตนเองเดินทางไปฮ่องกง เพื่อเจรจากับเบนซ์ เดม่อน ผู้ต้องหาคดีมาเก๊า 888 ให้เดินทางกลับมามอบตัว เนื่องจากมีความสนิทสนมส่วนตัวกับครอบครัวนี้เป็นอย่างดี โดยยืนยันว่า ตนเองทราบข่าวแล้ว แต่ไม่ได้รู้สึกอะไร เพราะระหว่างที่ตกเป็นข่าว ตนเองยังคงนั่งทำงานอยู่ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุกวัน ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ และไม่ได้ส่งผู้แทนคนไหนไป เพราะไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับคดีนี้ จึงไม่มีหน้าที่ต้องไปเจรจา
ส่วนกรณีของรองสารวัตรไบร์ทที่ยื่นใบลาออก ผู้บังคับบัญชาก็ได้อนุมัติให้ลาออกไปแล้ว ซึ่งมีผลตั้งแต่เมื่อวานนี้ส่วนทางคดีเป็นของตำรวจไซเบอร์ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทั้งนี้ ผบช.ตม. ยังกล่าวขอโทษถึงกรณีการแถลงข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เมื่อนักข่าวสาวช่องหนึ่งถามว่ารองสารวัตรไบร์ทมีจุดเด่น หรือความสามารถอะไร ที่ท่านถูกใจ ถึงเลือกมาทำงาน ซึ่งพลตำรวจโทภาคภูมิภิภัทฒ์ได้ถามกลับไปว่า "น้องมีสามีหรือเปล่า แล้วผู้ชายในฝันของน้องต้องมีจุดโดดเด่นแบบไหน" ซึ่งข้อความดังกล่าวเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลถึงความไม่เหมาะสมอย่างมากนั้น พลตำรวจโทภาคภูมิภิภัทฒ์ยอมรับว่าสิ่งที่พูดไม่เหมาะสมจริง และจะน้อมรับคำติเตียนทั้งหมดไปเป็นบทเรียนและปรับปรุงตนเองต่อไป โดยยืนยันไม่มีเจตนา เพียงอยากสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง และหลังเกิดเรื่องได้ขอโทษผู้สื่อข่าวคนดังกล่าวแล้ว.
...