สัปดาห์นี้ "บิ๊กโจ๊ก" ยื่น ผบ.ตร.ฟัน 3 นายพล สตม.กับอีก 100 กว่านาย ออกวีซ่าแก๊งจีนสีเทา 2 ข้อหา 149, 157 ยันยังไม่พบหลักฐาน รวมทั้งเส้นทางการเงิน โยงใยไปยัง ผบช.สตม.คนปัจจุบัน แต่จะตรวจสอบย้อนหลังไปยัง ผบช.สตม. ที่ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าด้วย

เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2566 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่าเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนได้สรุปคดีที่ ตม.เกี่ยวข้องกระทำความผิด ขณะนี้ถือว่าการสอบสวนแล้วเสร็จ คาดว่า สัปดาห์นี้จะเสนอเรื่องต่อ ผบ.ตร. ให้ดำเนินการสั่งการ กรณีจากการสืบสวนสอบสวนพบตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จำนวน 100 กว่าราย ร่วมกระทำการทุจริตในลักษณะเป็นขบวนการ หรือรูปแบบบริษัทย่อยๆ ในการออกวีซ่าให้กับกลุ่มชาวต่างชาติ รวมถึงกลุ่มชาวจีนสีเทา ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศไทย

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า โดยพฤติการณ์ของตำรวจกลุ่มนี้ มีการปลอมลายเซ็นของรองผู้ว่าราชการจังหวัด และฉกฉวยโอกาสช่วงสถานการณ์โควิด-19 อำนวยความสะดวกในการต่อวีซ่าโดยใช้ภาพถ่ายของชาวต่างด้าวแทนการแสดงตัวตนจริงต่อเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นการปฏิบัติที่ไม่ถูกต้อง จึงถือเป็นการกระทำผิดในข่ายมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและความผิดตามมาตรา 149 ฐานเรียกรับผลประโยชน์

สำหรับพื้นที่ที่พบการกระทำความผิดส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเริ่มกระทำผิดตั้งแต่ช่วงปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2565 โดยใช้เอกสารรับรองจากมูลนิธิว่าเป็นอาสาสมัคร หรือจากสถานศึกษารับรองว่าเป็นนักศึกษาในการขอต่อวีซ่า ทั้งที่ความจริงมีการทุจริตตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าไปเป็นอาสาสมัคร และนักเรียนแล้ว

ข้อมูลตำรวจ 100 กว่านายที่ร่วมกระทำความผิด มีทั้งยศนายพลตำรวจ 3 นาย ที่เหลือลดหลั่นกันไปทั้งผู้กำกับ สารวัตรและชั้นประทวน

...

จากการสอบสวนยังไม่พบหลักฐาน รวมทั้งเส้นทางการเงินที่โยงใยไปยัง ผบช.สตม.คนปัจจุบัน แต่จะตรวจสอบย้อนหลังไปยัง ผบช.สตม. ที่ดำรงตำแหน่งก่อนหน้าด้วย พร้อมกับย้ำว่าตำรวจ ตม.ทั่วประเทศ มีกว่า 20,000 นาย พบผู้กระทำผิดเพียง 100 นายถือว่าเป็นจำนวนไม่มาก

หลังจากนี้จะเสนอเรื่อง ให้ ผบ.ตร.รับทราบ โดยแบ่งเป็น 2 ส่วน การดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ทำผิดตามพยานหลักฐาน เพื่อออกหมายเรียก มาแจ้งข้อหากล่าวหา ดำเนินคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และส่วนที่ 2 คือ การดำเนินการทางปกครองกับผู้บังคับบัญชา ซึ่งเป็นอำนาจของ ผบ.ตร.ในการพิจารณา