พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 ยืนยันไม่มีการปกป้องคนทำผิด ที่ทำให้องค์กรและประเทศชาติเสียหายอย่างเด็ดขาด ก่อนสั่งเปลี่ยนพนักงานสอบสวนทั้งหมด ลั่นไม่เอาห้วยขวาง หาคนเป็นกลางที่สุด เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ลดความหวาดระแวงจากประชาชน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 31 มกราคม 2566 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปราบปราม สน.ห้วยขวาง ในความผิด ม.157 กรณีตั้งด่านตรวจค้นนักท่องเที่ยวสาวชาวไต้หวันแล้วไม่เอาผิดครอบครองบุหรี่ไฟฟ้าว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้สอบปากคำตำรวจทั้ง 14 นายที่เกี่ยวข้องกับการตั้งด่านในวันเกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มละ 7 นาย กลุ่มแรกตั้งด่านริมถนนหน้าสถานทูตจีน 7 นาย และอีกกลุ่มอยู่ฝั่งเกาะกลางถนน 7 นาย กลุ่มที่เป็นประเด็น คือ กลุ่มที่หน้าสถานทูตจีน เนื่องจากใกล้ชิดกลุ่มนักท่องเที่ยวมากที่สุด เบื้องต้นจากการสอบปากคำตำรวจทั้งหมดยังให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าได้ถ่ายรูปบุหรี่ไฟฟ้าของนักท่องเที่ยวจริง และไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.อัฏธพร กล่าวต่อว่า ล่าสุดได้มีคำสั่งให้ตำรวจทั้ง 14 นาย หยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว และมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ 7 นาย ตั้งด่านบริเวณหน้าสถานทูตจีนมาช่วยราชการที่ ศปก. พร้อมทั้งเข้าสู่กระบวนการขั้นตอนการสอบเค้นพิเศษ ยืนยันว่าจะไม่มีการปกป้องคนทำผิด ทำลายภาพลักษณ์ของประเทศและบรรยากาศการท่องเที่ยว รวมทั้งทำให้องค์กรและประเทศชาติเสียหายอย่างเด็ดขาด ขอให้ภาคสังคมมั่นใจในการทำงานของตำรวจ และเพื่อให้สังคมสบายใจ วันนี้ทางคณะกรรมการและพนักงานสอบสวนในคดีนี้ได้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนทั้งหมดให้เป็นที่น่าเชื่อถือ โดยไม่มีความเกี่ยวข้องกับสน.ห้วยขวาง มาทำคดีนี้

...

ผบก.น.1 กล่าวด้วยว่า วันนี้ได้เรียกบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่คนขับแกร็บ คนขับแท็กซี่ และพนักงานในผับ เข้ามาสอบคำให้การ เพื่อยืนยันคำให้การเดิมที่ให้ไว้กับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ก่อนหน้านี้ด้วย ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างสอบปากคำโชเฟอร์แท็กซี่วัย 44 ปี ขับแท็กซี่ชมพูคาดเขียว พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากภาคประชาชน หากมีกล้องหน้ารถหรือถาพกล้องวงจรปิด หรือเห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ รวมทั้งกลุ่มเพื่อนผู้เสียหาย ถ้าไม่สะดวกเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน สามารถให้เพื่อนมาสอบปากคำในฐานะพยาน หรือสามารถติดต่อมาทางเฟซบุ๊กตนได้เลย (Atthaporn wongsiripreeda) เพื่อวิดีโอคอลให้ข้อมูล เพราะจะเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่ใช้ประกอบสำนวน แจ้งข้อหาในคดีอาญากับตำรวจทั้ง 7 นายได้

ทั้งนี้ได้เตรียมพนักงานสอบสวนที่มีความสามารถด้านภาษาจีน และภาษาอังกฤษ เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงไว้รอสอบปากคำเรียบร้อยแล้ว.