บุ๋มและอิคคิว อดีตโยมอุปัฏฐาก "ครูบาไก่" ยื่นหนังสือถึง ผบ.ตร. ร้องขอให้ย้ายผู้กำกับ สภ.มัญจาคีรี ที่สนิทกับครูบาคนดังออกจากพื้นที่ หลังถูกออกหมายเรียกไม่รู้ตัว หวั่นจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2566 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) น.ส.คมคาย เวกนวล และ น.ส.วาสนา เคลือบสูงเนิน อดีตโยมอุปัฏฐาก ครูบาไก่ หรือพระสุวิทย์ ชินวโร ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ตรวจสอบผู้กำกับและผู้ใต้บังคับบัญชาที่สถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรี จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครูบาไก่ เนื่องจากเกรงว่าคดีที่ตนร้องเรียนครูบาไก่จะไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยมี พ.ต.อ.สุเทพ ไพบูลย์ผล รอง ผบก.คพ. นายตำรวจเวรอำนวยการเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือ

น.ส.คมคาย กล่าวว่า ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรมัญจาคีรีและลูกน้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับครูบาไก่ เนื่องจากเคยสนับสนุนเงินเทคอนกรีตหน้าโรงพักมูลค่า 500,000 บาท และสนับสนุนกิจกรรมอื่นๆ ของโรงพักมาโดยตลอด โดยมีภาพถ่ายเป็นหลักฐาน และก่อนหน้านี้ผู้กำกับยังให้สัมภาษณ์สื่อระบุว่า ได้ออกหมายเรียกตนในข้อหาหมิ่นพระพุทธศาสนาและให้การเท็จ ต้องเข้ามาให้ปากคำ แต่ความจริงแล้วขณะนั้นทั้งสองคนยังไม่ได้รับหมายเรียก จึงทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเสื่อมเสียชื่อเสียง จึงต้องการให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้งหมดออกจากพื้นที่

น.ส.คมคาย กล่าวต่อว่า ตัวเอง และ น.ส.วาสนา เริ่มเข้าไปใกล้ชิดกับครูบาไก่ในฐานะโยมอุปัฏฐากตั้งแต่ปี 2564 เนื่องจากเลื่อมใสศรัทธาในตัวครูบาไก่ที่อายุยังน้อยแต่สุขุม จึงร่วมทำบุญบูรณะวัดหลายอย่าง ทั้งสร้างกุฏิ หล่อองค์พระ รวมแล้วกว่า 5 ล้านบาท กระทั่งวันที่ 7 สิงหาคม 2565 มีชายลึกลับทราบชื่อภายหลังว่า นายเจน ได้ทักข้อความและส่งภาพลับ บอกว่าตนเป็นแฟนของครูบาไก่ จึงได้นำภาพไปสอบถามครูบาไก่ และอีกฝ่ายยอมรับว่าเป็นความจริง ทั้งสองได้ให้อภัยตามที่ครูบาไก่ร้องขอ แต่หลังจากนั้นทราบว่าครูบาไก่ได้กลับไปหาผู้ชายอีกคนหนึ่งที่จังหวัดลพบุรี ทำให้พวกตนหมดศรัทธาจึงถอยห่างออกมา

...

อดีตโยมอุปัฏฐากครูบาไก่ กล่าวต่อว่า ต่อมาปรากฏคลิปภาพชายหัวโล้นรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น แต่ไม่ระบุว่าเป็นครูบาไก่ กำลังมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับชายคนหนึ่ง จึงไปแจ้งความกับตำรวจกองปราบให้ช่วยตรวจสอบ พร้อมกับยืนยันว่าไม่มีปัญหาขัดแย้งกับครูบาไก่ทำให้แตกแยก หรือต้องออกมาเคลื่อนไหว และไม่ต้องการเงินที่บริจาคไปกลับคืน เพียงต้องการให้สังคมช่วยตรวจสอบว่าสิ่งที่ครูบาไก่เคยบอกบุญกับญาติโยมนั้นเป็นไปตามที่กล่าวจริงหรือไม่ และต้องการให้ออกมารับความจริงอย่างลูกผู้ชาย

นอกจากนี้ยังปฏิเสธว่าไม่ใช่การสร้างเรื่องราวเพื่อสร้างวัตถุมงคลกำไลข้อมือตามที่ถูกตั้งข้อสงสัย ซึ่งครูบาไก่เป็นฝ่ายเสนอให้ตนไปร่วมลงทุน.