กองปราบ รวบมือเผา ทำร้าย รปภ.สวนงูภูเก็ตจนพิการ สอบพบ "ตู้ห่าว" และภรรยา ผู้ต้องหาคนดังเป็นผู้สั่งการ จากปมขัดแย้งทางธุรกิจ
เมื่อวันที่ 25 ม.ค. 66 พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป.พ.ต.อ.เผด็จ งามละม่อม ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ท.อัครพล มณีวรรณ รอง ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.เดชวุฒิ อุตรศาสตร์ สว.กก.1 บก.ป.พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.สามเสน เข้าจับกุมนายสุรชัย ทองขลิบ อายุ 42 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่ จ.546/2555 ลงวันที่ 17 ตุลาคม 2555 ข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ ได้ภายในลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง แขวงนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 23 เม.ย. 2555 มีกลุ่มคนร้าย 3 คนบุกเข้าไปในสำนักงานของบริษัทภูเก็ตเฮลตี้ นูทรีเม้น จำกัด (สวนงูภูเก็ต) จับตัวนายอนุชิต ไชยทองงาม อายุ 29 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัย มัดมือมัดเท้าและทุบศีรษะจนสลบฟื้นขึ้นมาเป็นคนพิการ จากนั้นได้วางเพลิงเผาสวนงูดังกล่าว หลังเกิดเหตุ สภ.ฉลอง ได้ขอศาลจังหวัดภูเก็ตออกหมายจับกลุ่มคนร้ายผู้ก่อเหตุไว้ 3 ราย นายสุวรรณ ทองเพิ่มพลอย อายุ 53 ปี นายยุทธนา การมาสม อายุ 48 ปี นายสุรชัย ทองขลิบ
...
ต่อมาตำรวจกองปราบจับกุม นายสุวรรณ เอาไว้ได้ และเชิญนายยุทธนา มาสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองรับสารภาพว่า รับการจ้างวานจาก "ตู้ห่าว" และภรรยา เพื่อให้เข้ามาก่อเหตุ ปมมาจากความขัดแย้งทางธุรกิจ เหลือนายสุรชัย ที่ยังหลบหนีอยู่ ก่อนส่งตัวทั้งคู่ให้ สภ.ฉลอง ดำเนินคดีส่งอัยการสรุปไม่สั่งฟ้อง ทำให้เหลือนายสุรชัย ที่ยังหลบหนีอยู่อีก 1 ราย
ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้สืบสวนจนทราบว่า นายสุรชัย ที่หลบหนีมาได้นานถึง 11 ปี หนีมาอยู่ภายในชุมชนบางกระบือ 14 แขวงนครชัยศรี เขตดุสิต กรุงเทพฯ จึงเข้าตรวจสอบก่อนจับกุมตัวจนได้ในที่สุด เบื้องต้นสอบสวน นายสุรชัย ให้การปฏิเสธ จึงนำตัวส่ง สภ.ฉลอง ดำเนินคดีต่อไป
ล่าสุด พ.ต.อ.เอกรัตน์ พลายด้วง ผกก.สภ.ฉลอง ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับการประสานว่าจะมีการส่งตัวผู้ต้องหารายนี้มาดำเนินคดี และเมื่อส่งตัวมาถึง ทางสถานีตำรวจภูธรฉลอง ก็จะนำผู้ต้องหารายนี้ ส่งร้อยเวรสอบสวน เพื่อสอบปากคำ ก่อนที่จะรวบรวมพยานหลักฐาน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนผู้ต้องหารายนี้จะให้การรับสารภาพ หรือจะซัดทอดไปถึงผู้ใดบ้างนั้น ก็ต้องรอให้ทางพนักงานสอบสวนดำเนินการ