คืบหน้าทุนจีนสีเทา "บิ๊กโจ๊ก" ระบุเตรียมแจ้งข้อหาความผิดทางอาญามาตรา 157 และมาตรา 149 กับ 3 นายพล สตม. เพื่อน นรต.47 ร่วมรุ่น ขณะที่เจ้าหน้าที่ ตม. 80 ราย เหลือสอบปากคำบางประเด็นเท่านั้น โยนให้ออกจากราชการเป็นอำนาจของ ผบช.สตม.
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 24 ม.ค. 66 ที่ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยถึงกรณีการสอบปากคำเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จำนวน 80 ราย ว่า ขณะนี้ตนมีข้อมูลแล้ว และวานนี้ (23 ม.ค.) ได้มีการประชุมทั้งหมด เหลือเพียงการสอบปากคำในบางประเด็นเท่านั้น
นอกจากนี้ในวันจันทร์ที่ 30 ม.ค.นี้จะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อดูเรื่องความครบถ้วนของประเด็น ซึ่งหากประเด็นครบถ้วนก็จะมีการแจ้งข้อหาแน่นอน อย่างไรก็ตามข้อมูลระหว่างที่ตนมีและที่จเรตำรวจมี ค่อนข้างมีความสอดคล้องกัน ซึ่งต้องเรียนว่าการดำเนินคดีทางอาญาและการดำเนินการตรวจสอบทางวินัย มีการดำเนินการคู่ขนานกัน และข้อมูลเกี่ยวกับทางคดีอาญาก็จะมีการส่งให้ทางคณะกรรมการตรวจสอบทางวินัยเหมือนกัน ทั้งนี้ปัจจุบันนี้เหลือไม่ถึง 10% ที่เราจะต้องตรวจสอบรายละเอียดให้ครบถ้วน
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยอีกว่า ส่วนกรณีของตำรวจยศนายพล 3 ท่าน ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น ได้มีการตรวจสอบแล้ว อย่างไรก็ตามจะมีการแจ้งข้อหาความผิดทางอาญามาตรา 157 และมาตรา 149 ถ้าเป็นตำรวจ ทั้งนี้เมื่อมีการดำเนินคดีแจ้งข้อหาแล้วจะส่งสำนวนไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ซึ่งหาก ป.ป.ช.มีการส่งกลับสำนวนยืนยันให้แจ้งข้อหา จากนั้นก็จะนำสำนวนสั่งฟ้องต่ออัยการ
สำหรับประเด็นการดำเนินการทางวินัยร้ายแรงนั้น พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า หากทางอาญาพบความผิด และมีการแจ้งข้อหา ดังนั้นก็ต้องดำเนินการทางวินัยร้ายแรงเช่นกัน ส่วนการจะให้เจ้าหน้าที่ทั้งหมดออกจากราชการเลยหรือไม่นั้น ตนขอแจ้งว่าในส่วนนี้จะเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาระดับสูงที่จะต้องพิจารณาว่าการอยู่ต่อของเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดทำให้เกิดความเสียหายต่อรูปคดีหรือไม่อย่างไร จึงขึ้นอยู่ที่ดุลพินิจของผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด คือ ผบช.สตม. และที่สำคัญ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. จะไม่มีอำนาจไปมีส่วนแทรกแซงในเรื่องนี้แต่อย่างใด.
...