ตำรวจไซเบอร์แจงคดี 20 ผู้เสียหายร้องถูกแฮกมือถือโอนเงินในบัญชีหมดเกลี้ยง ชี้ มาจากผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปฯ โจร ผ่านการกดลิงก์ใน SMS แนะหากพลาดให้เปิดโหมดเครื่องบิน ปิดการเชื่อมอินเทอร์เน็ต

เมื่อเวลา 14.00 น.วันที่ 18 ม.ค.2566 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท เปิดเผยถึงกรณีที่นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พาผู้เสียหายเกือบ 20 คน ที่ถูกมิจฉาชีพแฮกบัญชีธนาคารต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือแล้วโอนเงินออกจนเกลี้ยงบัญชี โดยให้ข้อมูลว่าจู่ๆ เงินหายไปจนหมดบัญชี ทั้งๆ ยังไม่ได้ทำรายการใดๆ บนหน้าจอของโทรศัพท์

หลังจากรับข้อมูลจากผู้เสียหาย ได้มอบหมายให้ พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผบก.ตอท. นำข้อมูลรายละเอียดของผู้เสียหายแต่ละคนมาตรวจสอบ เบื้องต้นพบผู้เสียหายเกือบ 20 ราย ซึ่งมีผู้เสียหายยินยอมให้เจ้าหน้าที่ ตร.นำโทรศัพท์มาตรวจพิสูจน์ทันที 3 เครื่อง โดย 1 ใน 3 เครื่อง มีการล้างข้อมูลออกทั้งหมดแล้ว จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่วนที่เหลืออีก 2 เครื่อง ตรวจสอบพบว่ามีการโหลดแอปพลิเคชันผ่านลิงก์เข้ามาในโทรศัพท์ ส่วนสาเหตุมาจากการรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือจำไม่ได้ ไม่สามารถระบุได้ ซึ่งแอปพลิเคชันที่ถูกดาวน์โหลด ไม่ใช่การโหลดจาก Play store และ App store ที่มีระบบความปลอดภัย แต่ถ้ามาจากการกดเข้าลิงก์เว็บไซต์ อาจเป็นลิงก์ของมิจฉาชีพที่ปลอมหลอกเหยื่อ

...

จึงอยากฝากเตือนไปยังประชาชน หากจะโหลดแอปพลิเคชันอะไร ขอให้โหลดแอปพลิเคชันที่เป็นทางการ จาก play store ของกูเกิล และ App store ของแอปเปิลเท่านั้น เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากปัจจุบันมีการหลอกให้กดลิงก์เว็บไซต์ในหลากหลายรูปแบบ โดยล่าสุดจะเป็นการหลอกในเรื่องรับอั่งเปาฟรี ในช่วงเทศกาลตรุษจีน เป็นต้น



พล.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนผู้เสียหายที่ยังไม่ได้นำโทรศัพท์มาให้ตรวจสอบนั้น หากได้รับการตรวจสอบ จะสามารถตรวจสอบเพื่อยืนยันได้ว่า มีการโหลดแอปพลิเคชันต้องสงสัยหรือไม่ ซึ่งหากมีแอปพลิเคชันต้องสงสัยอยู่ในโทรศัพท์ คนร้ายอาจจะแฮกข้อมูลเพิ่มได้ ขณะที่ประชาชนที่มีการโหลดแอปพลิเคชันต้องสงสัย หรือสงสัยว่าตนเองโหลดแอปพลิเคชันมาแล้ว และคิดว่าตัวเองกำลังจะตกเป็นเหยื่อนั้น อันดับแรกให้ตัดสัญญาณเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เปิดโหมดเครื่องบิน หรือปิดเครื่องโทรศัพท์ในทันที เพื่อเป็นการตัดช่องทางของคนร้าย.