คืบอดีตครูสาววิ่งราวทอง 2 บาทที่ร้อยเอ็ด เพื่อนร่วมงานเผยไม่รู้ว่าครูมีปัญหาการเงิน เจ้าตัวลาออกงานก่อนไปก่อเหตุ คงเป็นเพราะความจำเป็น ตร.จ่อโดนเพิ่มข้อหาลัก จยย. และจะขยายผลปมหนี้นอกระบบ

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่สถานีตำรวจภูธรเสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด เพื่อติดตามความคืบหน้ากรณีอดีตครูโรงเรียนเอกชนวิ่งราว เลสข้อมือ ทองคำหนัก 2 บาท จากห้างทองเยาวราชสาขาเกาะแก้วหน้าวิทยาลัยราชภัฏ ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อวานนี้

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา มีเจ้าของรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า Click ที่ครูใช้ในการก่อเหตุวิ่งราวทองคำมาพบพนักงานสอบสวน ตามหมายเรียกตัว พร้อมกับนำหลักฐานมายืนยัน การเป็นเจ้าของรถดังกล่าว ว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากรถคันดังกล่าวโดนเพื่อนคนหนึ่งยืมไป แล้วสุดท้ายกลับปรากฏว่าถูกผู้ขับขี่รถคันดังกล่าวมาวิ่งราวทองคำ โดยยืนยันว่าตนเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องและรู้เห็นแต่อย่างไร เพื่อจะขอรับรถคืน

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การกับพนักงานสอบสวนและยอมรับว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และรับว่าแรงจูงใจเกิดจากการเป็นหนี้เงินกู้นอกระบบ จากนายทุนเงินกู้รายหนึ่ง เป็นเงิน 70,000 บาท และผ่อนชำระไปส่วนนึงแล้วเหลือวงเงินอีกประมาณ 50,000 บาท ที่ยังเป็นหนี้นอกระบบดอกเบี้ยสูง ไม่มีเงินชดใช้ และถูกนายทุนติดตามทวงหนี้และ ข่มขู่ ต่างๆ นานา เป็นต้นเหตุให้คิดสั้น คิดว่าหากตนเองไม่หาเงินมาชำระหนี้ ก็เกรงว่านายทุนจะติดตามรังควานแล้วเกรงว่าจะไปทำร้ายพ่อแม่และลูกซึ่งอยู่ที่จังหวัดยโสธรได้ จึงเป็นเหตุให้คิดสั้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบมาก่อเหตุชิงทอง ดังกล่าวจนกระทั่งถูกจับได้ เพิ่งรู้สึกสำนึกเสียใจที่ความเป็นห่วงคนในครอบครัวทำให้เกิดการก่อเหตุโดยขาดการยั้งคิดดังกล่าวขึ้น หลังจากที่ตนเองหย่าร้างกับสามี แล้วพาลูก กลับมาอยู่บ้านจังหวัดยโสธร แล้วมาสมัครเป็นครูที่โรงเรียนเอกชนดังกล่าว ไม่นานก็จำเป็นต้องมาก่อเหตุเพื่อหาเงินใช้หนี้ นายทุนที่กดดัน ข่มขู่ตลอดเวลา เพื่อหวังจะนำเงินไปแก้ปัญหา จนถูกพนักงานร้านทองจับตัวนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินคดีดังกล่าว

...

ในขณะที่เพื่อนร่วมงาน เผยว่า ตัวเองรู้จักครูที่ก่อเหตุคนดังกล่าวไม่มาก เนื่องจากเพิ่งมาทำงานได้ไม่ถึง 1 เดือน ระยะของการเป็นครูพี่เลี้ยงทดลองงาน รับเงินเดือน 10,000 บาท และเมื่อครบ 3 เดือนจึงจะผ่านเกณฑ์ได้รับเงินเดือนตามวุฒิปริญญาตรี 15,000 บาท โดยไม่ทราบมาก่อนว่าครูคนดังกล่าวมีปัญหาเรื่องการเงิน แต่ยังดีที่ไม่ก่อความเสียหายให้กับชื่อเสียงของสถานศึกษา โดยก่อนเกิดเหตุครูคนดังกล่าวได้ตัดสินใจยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาแล้ว โดยถือว่าเป็นสำนึกที่ดี จึงมาหาเพื่อที่จะช่วยเหลือหาทางออกให้โดยไม่เกี่ยวกับคดี เพราะส่วนคดีให้ถือว่าเป็นเรื่องของตำรวจ แต่มาปรึกษาเพื่อหาทางช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวของครูคนนี้เท่าที่จะทำได้ ด้วยความเห็นใจจึงมาขอรับทราบรายละเอียดและเตรียมที่จะดำเนินการต่อไป

ด้านพนักงานสอบสวน เปิดเผยว่า จากการสอบสวนต้นเหตุของการเกิดเหตุดังกล่าว เท่าที่สืบสวนสอบสวนบันทึกปากคำ เห็นว่าผู้ก่อเหตุไม่ได้มีจิตสำนึก หรือสามัญสำนึกของการเป็นคนร้าย แต่เกิดจากอารมณ์ชั่ววูบของการหาทางออกไม่ได้แต่ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ตามเหตุที่เกิดขึ้น โดยเบื้องต้นตั้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ตามความผิด เป็นคดีแรก ส่วนกรณีเจ้าของรถมาให้ปากคำและแจ้งความร้องทุกข์ดังกล่าวโดยผู้ต้องหาอ้างว่าเป็นการยืมรถจักรยานยนต์มาจากบุคคลอื่นอีกทอดหนึ่งนั้นก็จะต้องสืบสวนสอบสวนขยายผลว่าเป็นการยืมมาจริงหรือไม่ แต่หากเป็นการลักรถจักรยานยนต์มาก่อเหตุ ก็จะมีโทษเพิ่มขึ้นอีก 1 คดี จึงจะต้องสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาให้การว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุเกิดจากการเป็นหนี้นอกระบบแล้วถูกข่มขู่ จนจำต้องก่อเหตุเพื่อหาเงินไปใช้หนี้นั้น จะต้องมีการสืบสวนสอบสวนขยายผลข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นไปตามที่ผู้ต้องหากล่าวอ้างหรือไม่ เพราะผู้ต้องหาอาจจะกล่าวอ้างลอยๆ เพื่อหาทางออกให้พ้นผิดเท่านั้นก็อาจจะเป็นได้ ซึ่งอาจจะมีการขยายผล เรียกตัวนายทุนเงินกู้ที่ถูกกล่าวหามาสอบสวนข้อเท็จจริงว่า เป็นต้นเหตุของการทำให้เกิดแรงจูงใจไปก่อเหตุดังกล่าวหรือไม่ รวมทั้งจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนขยายผล ต้นเหตุของการปล่อยเงินกู้แล้วอ้างว่าโดนข่มขู่ กดดันจนทำให้ก่อเหตุเป็นไปตามนั้นหรือไม่ ถ้าหากเข้าข่ายเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยแพงเกินจริงตามกฎหมายกำหนด ก็อาจจะต้องมีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงเพื่อการดำเนินคดีในอีกด้านหนึ่งต่อไป.