จับแล้วมือยิงกลุ่มตำรวจร้านข้าวต้มในพื้นที่สงขลา อ้างเสียศักดิ์ศรีผู้ชาย หลังถูกหยาม ก่อนคว้า M-16 รัวยิง ขณะที่ "ผบช.ภ.9" ที่ลงมาติดตามคลี่คลายคดี สั่งเร่งขยายปืนที่ก่อเหตุ เพราะเป็นอาวุธสงคราม ว่าเคยใช้ก่อคดีอื่นๆ ในพื้นที่หรือไม่ เบื้องต้น 2 มือยิงถูกตั้งข้อหา ร่วมกันฆ่า
เมื่อวันที่ 16 ม.ค. 66 พล.ต.ท.นันทเดช ย้อยนวล ผบช.ภ.9 เดินทางลงพื้นที่ สภ.สิงหนคร ติดตามความคืบหน้าคดี คนร้ายใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงถล่มกลุ่มตำรวจ ร้านข้าวต้มข้างสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยสิงหนคร จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยร่วมประชุมกับตำรวจชุดคลี่คลายคดีชุดสืบสวน ตำรวจภูธร ภาค 9 ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา และชุดสืบสวน สภ.สิงหนคร ซึ่งหลังเกิดเหตุ ตำรวจได้ติดตามจับกุม นายวันชัย หรือ บอย จีนทอง ผู้ก่อเหตุ ได้ที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลเขาพระทอง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมอาวุธปืนเอ็ม 16 และ 11 มม. พร้อมเครื่องกระสุน ขนาด 5.56 มม. จำนวน 11 นัด และซองบรรจุกระสุนปืนเล็กยาว M 16 (แม็กกาซีนขนาดบรรจุ 30 นัด) จำนวน 1 ซอง
...
ส่วนนายณัฐพล หรือ แบ็งค์ พาลี ผู้ต้องหาที่ทำหน้าที่ขับรถหลบหนีหลังเกิดเหตุ ได้ติดต่อขอมอบตัว ก่อนตำรวจไปควบคุมตัวที่บ้านหลังหนึ่งในตำบลทำนบ อำเภอสิงหนคร พร้อมยึดรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ที่ใช้ในการก่อเหตุ และหลบหนี พร้อมยึดอาวุธปืนพกสั้นชนิดกึ่งอัตโนมัติ ขนาด 11 มม. กับเครื่องกระสุนปืน จำนวน 7 นัด
พล.ต.ท.นันทเดช เปิดเผยหลังการประชุมว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่า ก่อเหตุจริง เพราะถูกหยามศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย หลังจาก นายวันชัย ถูกชกต่อยและตบ ซึ่งเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเหตุเฉพาะหน้า ที่เกิดจากการมีปากเสียงกันในร้านข้าวต้ม เพราะฝ่ายคู่กรณีดื่มสุราแล้วส่งเสียงดัง จึงกระทบกระทั่งกัน
สำหรับนายวันชัย เพิ่งออกจากคุกมาประมาณ 1 ปี เศษ คดียาเสพติดและคดีลักทรัพย์ ส่วนอาวุธปืน เอ็ม 16 ที่ใช้ก่อเหตุ ถือเป็นอาวุธสงคราม ขณะนี้ต้องรอการตรวจพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียด หาที่มาของปืนกระบอกนี้ แต่เบื้องต้น ไม่พบเลขที่บ่งบอกว่าเป็นปืนของราชการ แต่ก็ต้องขยายผล เพราะคนร้ายอยู่ในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งก็มีความเป็นไปได้ อาจจะมีการนำปืนกระบอกนี้ไปใช้ในคดีอื่น เช่น คดียิงบ้าน หรือคดียาเสพติดหรือไม่
นอกจากนี้ยังได้หารือกันถึงการกวาดล้างอาวุธปืนในพื้นที่ตำรวจภูธร ภาค 9 เพื่อตัดวงจรอาวุธที่จะนำมาใช้ก่อเหตุคดีอุกฉกรรจ์ รวมทั้งยานพาหนะที่ไม่ถูกต้อง และบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่เพิ่งออกจากคุก กลุ่มนี้ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการติดตามตัว ซึ่งตนได้ซักถามแล้ว พบว่า คนร้ายใช้เส้นทางสายรองในการเดินทางหลบหนี ซึ่งไม่มีด่านตรวจ ถือเป็นบทเรียนที่ต้องปรับปรุงการปฏิบัติหน้าที่
สำหรับนายวันชัย และนายณัฐพล ถูกแจ้งข้อหา "ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกให้ได้ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว โดยไม่มีเหตุจำเป็นและเร่งด่วนตามพฤติการณ์"
...