“บิ๊กเด่น” ผบ.ตร. พร้อมผู้เกี่ยวข้อง นำสำนวนคดีจับสถานบันเทิง “จินหลิง” ที่มี “ตู้ห่าว” เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ 13 ลัง รวม 26,892 แผ่น มามอบให้อัยการสูงสุด มั่นใจเอาผิดผู้ต้องหาได้ทั้งหมด ขณะนี้ยึด-อายัดทรัพย์สินได้แล้ว 5,345 ล้านบาท ด้าน “สมศักดิ์ เทพสุทิน” เผยจ่อยึด-อายัดทรัพย์สินกลุ่มธุรกิจจีนสีเทาเพิ่มอีกกว่า 3 พันล้านบาท หากทั้งหมดเกี่ยวข้องกับยาเสพติด “เฮียชู” จะได้รางวัลนำจับ 5 เปอร์เซ็นต์
ที่สำนักอัยการสูงสุด เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 13 ม.ค.พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีทลายสถานบันเทิง “จินหลิง” มีนายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ พร้อมคณะเดินทางไปมอบสำนวนคดีที่มีความเห็นสั่งฟ้องทุกข้อหาให้อัยการสูงสุด มีนายจรูญ อินทนานนท์ อธิบดีอัยการ สำนักงานคดียาเสพติด นายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน เป็นผู้รับมอบ
หลังส่งมอบเสร็จสิ้น พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์เปิดเผยว่า คดีนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 ต.ค. ตำรวจนำกำลังเข้าตรวจค้นผับจินหลิงจับกุมตัวผู้ต้องหามั่วสุมเสพและจำหน่ายยาเสพติดนำส่งพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดี ต่อมาศาลออกหมายจับนายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์กับพวกฐานร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมฐานร่วมกันฟอกเงินและมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและอื่นๆ พร้อมขยายผลสืบสวนจับกุมผู้เกี่ยวข้อง คดีนี้เป็นความผิดที่เกี่ยวเนื่องนอกราชอาณาจักร อัยการสูงสุดมอบหมายให้ตนเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบร่วมสอบสวนกับพนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมาย โดยมีคณะพนักงานสอบสวนมาจาก 4 กองบัญชาการประกอบด้วย บช.น. บช.ก. บช.สอท. บช.ปส. คดีมีการสอบสวนพยานบุคคล 444 ปาก สืบพยานล่วงหน้า 20 ปาก ตรวจยึดทรัพย์สิน 5,345 ล้านบาท มีพยานเอกสาร พยานนิติวิทยาศาสตร์และอื่นๆกว่า 67 แฟ้ม รวม 26,892 แผ่น สอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมด 43 คน แบ่งเป็นบุคคลธรรมดา 38 คน นิติบุคคล 5 ราย ในส่วนของบุคคลธรรมดา 38 คน จับกุมดำเนินคดีแล้ว 20 คน หลบหนี 18 คน อยู่ระหว่างติดตามจับกุมมาดำเนินคดี ส่วนผู้ต้องหาที่เป็นนิติบุคคลอีก 5 บริษัท ถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดีแล้วเช่นกัน
“วันนี้ผมในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ พร้อมคณะพนักงานสอบสวนนำสำนวนการสอบสวน มาส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณา มั่นใจสำนวนแน่นหนาครบถ้วนและเพียงพอในการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ขอขอบคุณคณะพนักงานอัยการที่ร่วมสอบสวนคดีนี้ รวมทั้งขอบคุณทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสื่อมวลชนและคุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่คอยสนับสนุนข้อมูล ทำให้คดีนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี สามารถยึด-อายัดทรัพย์ได้กว่า 5,000 ล้านบาท มั่นใจสำนวนทั้ง 13 ลัง จะสามารถเอาผิดผู้ต้องหาทั้งหมดได้ตามข้อกล่าวหาที่ตั้งไว้” พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์กล่าว
ด้านนายกุลธนิต มงคลสวัสดิ์ อธิบดีอัยการ สำนักงานการสอบสวน กล่าวว่า ตั้งแต่รับคดีนี้เข้าสู่อำนาจการสอบสวนเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.65 คณะพนักงานอัยการและตำรวจ 4 หน่วยงานในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันทำงานตลอดทั้งวันทั้งคืนจนสามารถสรุปสำนวนคดีนำมาส่งให้อัยการสูงสุดได้ตามกำหนดเวลา หลังจากนี้เป็นอำนาจของอัยการสูงสุดที่จะพิจารณาสำนวนคดีต่อไป
ทั้งนี้ ระหว่างคณะพนักงานสอบสวนนำสำนวนมามอบให้อัยการสูงสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์อดีตนักการเมืองจอมแฉ เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์และให้กำลังใจคณะทำงาน ระหว่างนั้นได้ยกมือไหว้ขอโทษอธิบดีอัยการและ ผบ.ตร.ที่กระทำล่วงเกินต่อคณะทำงาน แต่ยืนยันทั้งหมดทำเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่มีเรื่องอื่นแอบแฝงและพร้อมจะเกาะติดคดีนี้
มีรายงานว่า คดีนี้คณะพนักงานสอบสวนร่วมกับ พนักงานอัยการที่ได้รับมอบหมาย แจ้งข้อหากับผู้ต้องหา 43 ราย แต่สั่งไม่ฟ้อง 2 ราย เนื่องจากกันไว้เป็นพยานในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคล 5 ราย ประกอบด้วย
1.ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในความครอบครองเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป โดยกระทำการในลักษณะ เป็นการกระทำองค์กรอาชญากรรม
2.ร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) และ 4 (คีตามีนไฮโดรคลอไรด์ฯ) ไว้ในความครอบครอง เพื่อขายโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ
3.สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดฯ
4.ฟอกเงิน สมคบฟอกเงินและได้กระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบฟอกเงิน
5.อั้งยี่ โดยเป็นหัวหน้าผู้จัดการผู้มีตำแหน่งหน้าที่ในคณะบุคคล
6.มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติฯ
7.มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
8.ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต
9.รับคนต่างด้าวทำงานโดยคนต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน
10.ให้ที่พักอาศัยหรือช่วยด้วยประการใดๆเพื่อให้คนต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานแถลง ข่าวผลงานการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามแผนปฏิบัติการ 6 มาตรการ ไตรมาสที่ 1 มีนายเจเรมี่ ดักกลาส ผู้แทน UNODC นายมาร์ช แลงก์ เจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ DEA น.ส.ณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ผู้ช่วย รมว.ยุติธรรม นายธนวัชร นิติกาญจนา ที่ปรึกษา รมว.ยุติธรรม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาฯ ป.ป.ส. เข้าร่วม
ระหว่างการแถลงนายสมศักดิ์ระบุว่า ในคดีทลายผับ “จินหลิง” ที่มีนายตู้ห่าว-ชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ เป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ เจ้าหน้าที่ยึด-อายัดทรัพย์สินแล้วประมาณ 5,345 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีทรัพย์สินที่เสนอออกคำสั่งยึดอายัดเพิ่มเติม เป็นรถบัสโดยสาร 262 คัน ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างมูลค่ารวมประมาณ 216 ล้านบาท อยู่ระหว่างกลั่นกรอง เพื่อเสนอยึดอายัดเพิ่มเติม 800 รายการ มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท หากจำนวนนี้เป็นเงินเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ผู้แจ้งเบาะแสอย่างนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ จะได้รางวัลนำจับ 5 เปอร์เซ็นต์จากยอดทั้งหมด