นอท กองสลากพลัส เข้าให้ปากคำ DSI เผย รู้จักคนโอนเงิน 42 ล้านจากนายหน้าแต่ไม่รู้จักส่วนตัว อธิบดีดีเอสไอเผยยังไม่เชื่อคำให้การจ่อสอบอีก 39 เส้นเงินหลักพันล้าน เตรียมตรวจโกดังและออฟฟิศ 16 ม.ค. 66

เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 13 ม.ค. 2566 นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ กล่าวว่า ภายหลังจากการสอบปากคำนายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส เข้าพบนายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด เพื่อให้การในฐานะพยาน หลังถูกออกหมายเรียกเนื่องจากคณะพนักงานสอบสวนพบพยานหลักฐานปรากฏว่า บัญชีธนาคารของนายพันธ์ธวัช มีการรับเงินจำนวนหลายสิบล้านบาทจากขบวนการฟอกเงิน ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญที่ดีเอสไอได้จับกุมตัวไปก่อนหน้าแล้วนั้น โดยใช้เวลาไปประมาณชั่วโมงเศษ ทางดีเอสไอได้มีการสอบถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างผู้ที่โอนเงินให้นายพันธ์ธวัช รู้จักกันหรือไม่ และรู้จักกันนานแค่ไหน มีการดำเนินธุรกิจอย่างอื่นร่วมกันหรือไม่ และสาเหตุของการโอนเงินจำนวนดังกล่าว ซึ่งถือว่าถ้อยคำที่คุณพันธ์ธวัชให้นั้น เป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ครบถ้วน แต่เราก็จะต้องดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมต่อไป เพราะเราจะต้องนำถ้อยคำไปพิจารณาประกอบกับพยานหลักฐานอีกหลายอย่าง

เมื่อถามว่านายพันธ์ธวัช เกี่ยวข้องอย่างไรกับบุคคลที่เพิ่งเดินทางเข้ารับทราบประเด็นกับดีเอสไอ ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ที่ถูกออกหมายเรียกในฐานะพยาน และเป็นคนที่โอนเงินจำนวนหลายสิบล้านบาทเข้าบัญชีนั้น นายไตรยฤทธิ์ ระบุว่า จากการให้ถ้อยคำของนายพันธ์ธวัช แต่ขอยืนยันว่าเราจะยังไม่ปักใจเชื่อในคำให้การ เพราะต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย โดยนายพันธ์ธวัชให้การว่าไม่รู้จักกันมาก่อน แต่รู้จักกันผ่านนายหน้าหลายคน และก็ได้เจอกันแค่วันเดียว แต่หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีกเลย ส่วนลักษณะการโอนเงินก้อนดังกล่าวขอยังไม่เปิดเผย เพราะมีพฤติการณ์ที่ซับซ้อน ซึ่งจะต้องทำความเข้าใจและหาข้อมูลประกอบเพิ่มเติม

...

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวต่อว่า ตัวเลขจากการรับโอนเงินมีจำนวน 42 ล้านบาท ซึ่งเป็นการโอนเงินเพียงเส้นทางเดียวจากบุคคลดังกล่าว และเข้าบัญชีนายพันธ์ธวัชอย่างเดียว และเราจะต้องมีการตรวจสอบว่ามีการโอนเงินออกไปสู่บัญชีอื่นด้วยหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีเส้นทางการเงินอีก 39 เส้นที่นายพันธ์ธวัชจะต้องเข้ามาชี้แจงภายในสองสัปดาห์ และต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม ส่วน 39 เส้นทางการเงินนี้จะเชื่อมโยงกับขบวนการยาเสพติดหรือไม่ ตนยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในเรื่องนี้ และเราจะตรวจสอบต่อไป อย่างไรก็ตาม 39 เส้นทางการเงินนี้มีประมาณหลักพันล้านบาท ซึ่งตามการกล่าวอ้างของนายพันธ์ธวัชนั้นเป็นเงินลงทุน เงินหมุนเวียน แต่ก็จะต้องไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมว่าบุคคลใดเป็นคนโอนเงินให้และมีความสัมพันธ์อย่างไร ทั้งนี้ เงินที่ปรากฏนั้นเป็นเงินที่เข้ามาระหว่างการทำธุรกิจกองสลากพลัส

นายไตรยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า เราจะมีการสอบถามไปทางกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเพิ่มเติมด้วยว่ามีระเบียบ ข้อบังคับหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับการขึ้นเงิน การให้ผู้ประกอบการไปจำหน่ายสลาก ซึ่งตรงนี้มันจะมีที่มาที่ไปอยู่ ขอเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงให้ชัดเจนก่อน สำหรับบรรยากาศการพูดคุยนั้น พนักงานสอบสวนไม่ได้ทำให้รู้สึกว่าเขาเป็นผู้ต้องหา หรือเป็นผู้กระทำความผิด เพราะทุกคนยังเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นประชาชนที่ได้รับสิทธิ์ในการคุ้มครอง

"ทั้งนี้ เมื่อนายพันธ์ธวัชนำเอกสารเข้ามาชี้แจงภายในสองสัปดาห์แล้ว ภายในวันจันทร์ที่ 16 ม.ค.66 ช่วงบ่ายโมง ดีเอสไอจะเดินทางไปสถานที่สองแห่งเพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่าสิ่งที่นายพันธ์ธวัชพูดนั้นเป็นข้อเท็จจริง โดยเราจะไปที่โกดังเก็บสลากกินแบ่ง ประมาณ 170 ล้านใบที่ได้มีการขายสลากกินแบ่งเหลือแล้วเก็บไว้ ซึ่งเราก็ได้สอบถามถึงสาเหตุว่าเก็บไว้ทำไม ตนมองว่าคงรอให้ทางดีเอสไอไปตรวจสอบ และเราจะไปที่ออฟฟิศด้วย ซึ่งเป็นที่เก็บเอกสาร เพื่อไปดูว่าลอตเตอรี่มีจริงหรือไม่ มีการจัดเก็บไว้เพื่อเตรียมจำหน่ายจริงหรือไม่ เป็นลักษณะหวยทิพย์หรือไม่ จึงขอเชิญสื่อมวลชนไปร่วมทำข่าวด้วย" อธิบดี ดีเอสไอ กล่าว

ทั้งนี้ นายไตรยฤทธิ์ กล่าวยืนยันว่า เรามีข้อมูลของกองสลากรายอื่นๆ ด้วย แต่ความผิดอาจจะแตกต่างกัน ต้องพิจารณาไปเป็นเรื่องๆ และเรื่องนี้ไม่มีการรับงานมาเพื่อพุ่งเป้าที่กองสลากพลัส แต่มันเป็นเรื่องที่สังคมอยากให้มีการตรวจสอบ เราให้ความเป็นธรรม ซึ่งการค้าขายสลากออนไลน์ ถ้าทำให้ถูกต้องก็เป็นประโยชน์กับตัวเขาเองและบริษัท หากชี้แจงทุกอย่างได้

...

เมื่อถามนายพันธ์ธวัชว่า กังวลหรือไม่ที่เงินจำนวน 42 ล้านบาท ที่เข้ามาในบัญชีธนาคาร เป็นเงินที่มาจากขบวนการฟอกเงินที่ดีเอสไอจับกุมไปก่อนหน้านี้ โดยนายพันธ์ธวัช ระบุว่า รอให้ข่าวช่วงบ่ายโมงทีเดียวครับ เมื่อถามต่อว่าเบาใจขึ้นหรือไม่ที่ได้ชี้แจง นายพันธ์ธวัช ระบุว่า เราทำตามหน้าที่

อย่างไรก็ตาม นายไตรยฤทธิ์ ยังถามนายพันธ์ธวัชด้วยว่า รู้สึกหรือไม่ว่าดีเอสไอทำอะไรผิดปกติ โดยนายพันธ์ธวัช เผยว่า ไม่รู้สึก จากการที่ได้พูดคุยกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตนทราบว่ามีการติดตามมาครึ่งปี ไม่ใช่ว่าดีเอสไอเพิ่งมาเริ่มทำ

ขณะที่ นายพงษธร อินอำนวย ผอ.ศูนย์คดียาเสพติด กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 16 ม.ค.66 นายสันธนะ ประยูรรัตน์ จะเดินทางเข้ามาที่ศูนย์คดียาเสพติดด้วย คาดว่าจะมาเรื่อง นอท กองสลากพลัส

ต่อมาเวลา 13.00 น. วันเดียวกันที่ ที่บริษัท ลอตเตอรี่ออนไลน์ จำกัด อาคาร เอส.เอส.พี. ทาวเวอร์ 1 เลขที่ 555 ซอย สุขุมวิท 63 แขวงคลองตัน เหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ (ชั้น 12A) นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท กองสลากพลัส แถลงข่าวถึงกรณีข้าพบเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ตามหมายเรียก หลังมีรายชื่อรับเงินจากผู้ต้องหาขบวนการฟอกเงิน

...

นายนอท เปิดเผยว่า วันนี้เข้าไปชี้แจงถึงที่มาของเงินที่โอนเข้าบัญชีส่วนตัว ทั้งหมด 2 ยอด คือ 42,381,030 บาท และ 11,207,680 บาท เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2564 เรียกได้ว่า เป็นความบังเอิญ เพราะเป็นเงินของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเรื่องมีอยู่ว่า เดือนสิงหาคม ตนต้องการเงินทุน จึงมีคนแนะนำให้รู้จักกับนาย อ. ขณะนั้นทราบเพียงว่านาย อ.เป็นคนธรรมดา ไม่มีสี และสนใจการขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในแพลตฟอร์มของตน แต่อยากรู้และอยากทดลองกระบวนการขึ้นรางวัล จึงได้ออกหนังสือมอบอำนาจให้นาย อ.ไปขึ้นเงินรางวัล พร้อมกับเลขา โดยได้นำสลากกินแบ่งรัฐบาลของผู้ที่ถูกรางวัลกับกองสลากพลัส จำนวน 6,000 ใบไปขึ้นเงิน จากนั้นสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ออกเช็คจำนวน 2 ใบ ยอดดังกล่าว รวมกว่า 53 ล้านบาท นาย อ.ก็โอนเงินเข้าบัญชีตน

นอท สลากพลัส ยืนยันว่าได้พบ นาย อ.เพียงแค่ครั้งเดียว เพราะ นาย อ.ต้องการที่จะเป็นหุ้นส่วน แต่ตนเองต้องการเพียงเงินกู้ เพื่อนำลงทุน จึงแยกย้ายกัน กระทั่ง นาย อ.เข้าไปพัวพันกับคดีที่ทางดีเอสไอกำลังขยายผลอยู่ และเมื่อสืบข้อมูลจึงพบเส้นทางการเงินที่เข้ามาถึงบัญชีของตนเอง จึงได้ออกหมายเรียกให้เข้าไปชี้แจง ยอมรับว่า ไม่ได้ตรวจสอบประวัติของ นาย อ. เพราะตนเองก็เป็นแค่คนปกติ จึงไม่สามารถไปตรวจสอบใครได้ ยอมรับว่า โง่ และผิดพลาด ที่ไม่ตรวจสอบผู้ร่วมทุนก่อน วันนี้จึงได้นำหลักฐานสำคัญเข้าไปชี้แจง เช่น เส้นทางการเงิน หนังสือมอบอำนาจ สลิปโอนเงิน เช็คที่ออกจากสำนักงานสลากกินแบ่งฯ หลังจากนี้ประมาณ 2 สัปดาห์ จะเข้าพบพนักงานสอบสวนอีกครั้ง

...

นอกจากนี้ดีเอสไอยังจอตรวจสอบข้อมูลเส้นทางการเงินในบัญชีตนเองเพิ่มเติมอีกกว่า  39 รายการ รวมกว่า 1,030 ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นเงินส่วนตัวและเป็นเงินที่โอนเข้า-ออกกับบริษัท เพื่อทำธุรกิจ แต่เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร เพราะสามารถชี้แจงเงินที่เข้าออกจำนวนนี้ได้

นอท กองสลากพลัส ยืนยันว่า ตนเองยังเป็นเพียงพยานในคดี ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา  และในวันที่ 16 มกราคมนี้อธิบดีดีเอสไอจะเข้ามาตรวจสอบคลังที่ใช้ในการเก็บสลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงเข้ามาดูการทำงานที่บริษัทด้วย.