ผบช.น.แถลงยิบ คดีจินหลิงผับ ลั่นคนไม่ดีมีอยู่ในทุกองค์กร เตรียมส่งสำนวนให้อัยการ สรุปออกหมายจับ 10 ราย จับกุมแล้ว 7 รวมทั้งตู้ห่าว
"ชูวิทย์" ชี้ คดีตู้ห่าว สะเทือนวงการยุติธรรม บี้อัยการต้องสั่งฟ้องคดีจินหลิงให้ทัน 13 ม.ค. 66 ส่วนคดีอาชญากรรมข้ามชาติยังสามารถขยายเวลาได้
"ชูวิทย์" ชำแหละ "ผบช.น." ทำคดีตู้ห่าวมีพิรุธ พร้อมเป่านกหวีดแจกใบแดงไล่พ้นเก้าอี้ เหตุไม่นำผังเส้นทางการเงินเข้าสำนวน แจ้งข้อหาฟอกเงินตู้ห่าวและพวก พร้อมจี้ "บิ๊กจ้าว" เข้าเครื่องจับเท็จ
คดีนายทุนจีนสีเทาลุกลามบานปลาย โดยเฉพาะการดำเนินคดี "ตู้ห่าว" หรือนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ นายทุนจีนสีเทา ที่เริ่มจากการจับกุมผับจินหลิง ในท้องที่ สน.ยานนาวา เมื่อช่วงตีสาม ของวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา ขยายผลตรวจค้นอายัดทรัพย์หลายแห่ง รวมมูลค่าหลายพันล้านบาท จับกุมชาวจีนอีกหลายคน
กระทั่งพบหลักฐานเข้าข่ายเป็น "องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ" ท่ามกลางการจับตาของสังคมโดยเฉพาะ นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ออกมาถล่มการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจรายวัน โดยเฉพาะการออกมาตั้งข้อสังเกตไม่เชื่อมั่นการทำงานของตำรวจ โดยเฉพาะ "พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น." ถึงขั้นเรียกร้องให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ "หัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน" และให้ออกจากตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล หรือ น.1"
...
- 15 ธันวาคม 2565 ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.แถลงข่าวความคืบหน้าคดีผับจินหลิง นำสำนวนคดี 16 แฟ้ม เตรียมส่งให้อัยการมาแสดง พล.ต.ท.ธิติ เปิดเผยขั้นตอนการทำงานอย่างละเอียดตั้งแต่เริ่มจับกุมผับจินหลิงจนกระทั่งถึงขั้นตอนในปัจจุบัน มีผู้ต้องหานอกจากนักท่องเที่ยวที่ถูกจับวันนั้น ถูกออกหมายจับแล้วทั้งสิ้น 10 คน รวมถึงนายตู้ห่าว
- ในตอนหนึ่ง พล.ต.ท.ธิติ กล่าวตอบคำถาม กรณีนายชูวิทย์ พาดพิงการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า จะทำคดีดังกล่าวให้ดีที่สุด เมื่อถามต่อว่า ที่มีการปล่อยตัวมีเจตนาปล่อยตัวนายหยาง เฉิน อายุ 37 ปี หลานชายนายตู้ห่าว พล.ต.ท.ธิติกล่าวว่า ผู้ต้องหาเป็น 100 แต่มีพนักงานสอบสวนแอบดำเนินการกรณีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ต้องรับโทษ อำนาจเงินซื้อเขาได้ เขาก็ต้องรับผิดชอบ เป็นเรื่องเฉพาะตัวคน แต่การกล่าวหาทั้งองค์กรแค่ริ้วรอยการกระทำผิดของคนคนนั้น ใช่คนทั้งหมดผิดหรือไม่ คดีพื้นฐาน บช.น.ต้องดำเนินการต่อหลังดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษไปแล้ว รู้สึกอุ่นใจที่อัยการสูงสุดให้คำแนะนำ ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกระทำผิดนั้น คนไม่ดีมีอยู่ในทุกองค์กร ต้องเหลือพื้นที่ให้คนดีในองค์กรยืนอยู่ได้ เมื่อมีคนพาดพิงจึงต้องออกมาชี้แจงเพื่อเป็นต้นแบบให้รุ่นต่อไปได้เดินตาม
- รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้ต้องหาทั้งหมด 10 ราย ออกหมายจับข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยา, เฮโรอีน) อันเป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้าเป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ จำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทประเภท 2 เป็นการมีไว้เพื่อจำหน่ายเพื่อการค้า เป็นการกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัย, สมคบกันกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดและสนับสนุนหรือช่วยเหลือผู้กระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดก่อนหรือขณะกระทำความผิด จับกุมผู้ต้องหา 4 ราย คือ นายหวัง เจียนหัว อายุ 34 ปี นายหวง ไฮ่เท่า อายุ 39 ปี นายเจียง ไดลิน อายุ 30 ปี นายเมา ยาเซียง อายุ 41 ปี เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา และออกหมายจับวันที่ 22 พ.ย. จับกุมนายชัยณัฐร์ กรณ์ชายานันท์ หรือตู้ห่าว และนายหยาง เฉิน อายุ 37 ปี หลานของตู้ห่าว ที่ถูกปล่อยตัวไประหว่างถูกจับกุม ขณะนี้อยู่ระหว่างหลบหนี ต่อมาวันที่ 30 พ.ย. ออกหมายจับผู้ต้องหา 4 ราย จับกุม น.ส.โจว เมียวรุ่ย อายุ 29 ปี และนายฮุย วู่ อายุ 32 ปี อยู่ระหว่างหลบหนี 2 ราย คือ นายหลิน ฉีเล่ อายุ 35 ปี น.ส.เฉิน หยานหยุน อายุ 31 ปี นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนจะขออนุมัติหมายจับ ผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินดังกล่าวอีก 2 ราย
- 21 ธันวาคม 2565 นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คดีตู้ห่าว สะเทือนวงการยุติธรรม โดยใจความสำคัญ ระบุว่า
- ต้องการให้สังคมได้รับรู้การทำงานทุกขั้นตอนที่ไม่มีปรากฏในสื่อ โดยวันนี้ ขอทำความเข้าใจว่า ใครทำอะไร?
- ตำรวจ โดยมี ผบช.น.เป็นหัวหน้าพนักงานสืบสวนสอบสวน ทำคดีจินหลิง และการขยายผลที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า ท็อปวัน คลับวันพัทยา ที่รองโจ๊กจับมา เพื่อนำรวบรวมไว้ในสำนวน
- คดีผับจินหลิง ผบช.น. รับแยกออกไป และสำนวนจะหมดเวลานับจากวันที่ 26 ตุลาคม 2565 จะสิ้นสุดครบ 7 ฝาก 84 วัน ประมาณวันที่ 13 มกราคม 2566 ดังนั้น กรุณาอย่าหยุดปีใหม่ ทำ 9 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม ทุกวัน เพราะเวลาเหลือน้อยเต็มที ขอให้กำลังใจตำรวจทุกท่านในทีม เพราะอัยการต้องสั่งฟ้องคดีให้ทัน ไม่งั้นนายตู้ห่าวหลุดระยะเวลาฝากขัง หากฟ้องไม่ทัน 13 มกราคม 2566
- ส่วนคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ยังสามารถขยายเวลาได้ ผมได้ยื่นร้องต่ออัยการสูงสุด และรองอัยการสูงสุด ไว้และขอเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีนายตู้ห่าว และคดีอาชญากรรมข้ามชาติ โดยผมมีข้อมูลที่ไม่ได้เปิดเผยอีกมาก อันเป็นการจัดการ สั่งการ ช่วยเหลือ ยุยง อำนวยความสะดวก ให้คำปรึกษาในการกระทำผิดขององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
- ดีเอสไอ มีการออกหมายเรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 21 บริษัทของนายตู้ห่าว โดยดีเอสไอทำงานรวดเร็ว ขยายผลไปได้อีก จนพบถึง 40 บริษัท ที่เกี่ยวข้องกับตู้ห่าว โดยเริ่มวันที่ 3 มกราคม 2566 ระฆังดัง หมายเรียกมารายงานตัวกับดีเอสไอ ให้ปากคำคดีฟอกเงิน นอมินี เส้นทางการเงินพัวพันถึงใคร ต้องเรียกมาสอบให้หมด และหากพบหลักฐานเกี่ยวข้อง ต้องแจ้งดำเนินคดีข้อหา "สมคบฟอกเงิน"
- 22 ธันวาคม 2565 ที่โรงแรมเดอะเดวิส บางกอก ซ.สุขุมวิท 24 กทม. นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดเผยว่า ตนขอให้ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ออกจากตำแหน่ง "ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล" เนื่องจากประชาชนไม่สามารถไว้วางใจให้ พล.ต.ท.ธิติ อยู่ในนครบาลต่อไปได้ ต้องไล่ออกไป ซึ่งวานนี้ (21 ธ.ค. 65) เวลา 21.00 น. ตนได้รับผังข้อมูลเส้นทางการเงินที่ควรจะอยู่ในสำนวนคดีตู้ห่าวมาจากตำรวจ ยศ "นายร้อย" ซึ่งอยู่ในทีมของ ผบช.น. เอง เป็นตำรวจน้ำดีที่อยากจะเอาเรื่องนี้ออกมาพูดแต่พูดไม่ได้ เลยฝากให้ตน และที่สำคัญ ผังเส้นทางการเงินชิ้นนี้ไม่อยู่ในสำนวน ผบช.น. นำไปเก็บไว้คนเดียว ไม่นำออกมาประกอบสำนวนเพื่อเเจ้งข้อหาฟอกเงินแก่นายตู้ห่าวและพวก
- อย่างไรก็ตาม ในวันพรุ่งนี้ (23 ธ.ค.) เวลา 11.00 น. ตนจะเดินทางไปให้การกับคณะอัยการสูงสุด ที่สำนักงานอัยการคดีอาญา-คดีแพ่งตลิ่งชัน และจะนำเอาผังเส้นทางการเงินฉบับนี้ไปเปิดให้อัยการดูด้วย
- นายชูวิทย์ ยังกล่าวถึง พ.ต.อ.สมบูรณ์ สุขศรีดาวเดือน ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการว่า ม้วนกระดาษที่ พ.ต.อ.สมบูรณ์ มอบให้ พล.ต.ท.ธิติ ผบช.น. ในวันแถลงข่าว คือ ผังเส้นทางการเงินของร้านจินหลิง ซึ่งปรากฏให้เห็นว่ามีการโอนเงินให้บุคคลใดถึงบุคคลใดบ้าง และปลายทางก็ถูกโอนไปถึงธุรกิจของนายตู้ห่าว ซึ่งเป็นขบวนการฟอกเงินที่ชัดเจนที่สุด และการฟอกเงินนั้นคำนวณเป็นกรรม ยิ่งพบเยอะยิ่งผิดหลายกรรม
- นายชูวิทย์ กล่าวอีกว่า เส้นทางการเงินมีการโอนไปมา โดยบัญชีจินหลิง โอนไปยังนายฟูจิ ซิง (ซึ่งมีคดียาเสพติด) และนายหยาง เฉิน (หนีไปแล้ว) จากนั้นบัญชีนายหยางเฉิน ได้โอนไป-มา กับนายเซ็นบิ เฉิน และนายสิทธิพงษ์ ถือสัตย์เที่ยง (ซึ่งเป็นบัญชีม้า) ในท้ายสุดบัญชีนายสิทธิพงษ์โอนไปยัง บริษัทโมเดิร์นเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ที่มีนายตู้ห่าวเป็นกรรมการบริษัท โดยนายตู้ห่าว ถือ 50% และมีนายสิทธิไพบูลย์ คำนิล เป็นกรรมการบริษัท) ทั้งนี้ บุคคลสำคัญในบริษัทแห่งนี้ คือ นายจีนฟู ซึ่งเป็นผู้จัดการและเป็นคนใกล้ชิดของนายตู้ห่าว ตนจึงอยากถามว่า ข้อมูลชัดขนาดนี้ ตำรวจยังไม่แจ้งข้อกล่าวหาฟอกเงินอีกหรือ และมีการเรียกมาสอบปากคำบ้างสักคนหรือไม่
- นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ได้แนะนำให้ พล.ต.ท.ธิติ ผบช.น. เข้าเครื่องจับเท็จ ถ้าไม่เข้าก็ให้ลาออก และขอให้ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดีนี้ด้วย เพราะท่านไม่น่าไว้วางใจขนาดไหน ให้ดูจากที่ระดับผู้ใต้บังคับบัญชาส่งข้อมูลให้ตน และท่านยังชอบทำงานแบบวันแมนโชว์ฟอร์ตู้ห่าว ไม่ใช่วันแมนโชว์เพื่อชาติ
- นายชูวิทย์ กล่าวด้วยว่า ตนเป็นห่วงถึง น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด จะเป็นอันตราย เพราะจะถูกสำนวนคดีของผบช.น. ที่อ่อนเละเทะมาหลอกได้ อีกทั้ง ผบช.น. ยังอำพรางคดี ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าคดียาเสพติดนั้นโทษสูงถึงขั้นประหารชีวิต แต่กลับไม่มีพยานหลักฐานที่ชี้ถึงความเกี่ยวข้องเรื่องยาเสพติด และยังจะไม่มีการแจ้งข้อหาฟอกเงินอีก ตนมองว่าเป็นเรื่องที่เลวระยำมาก ทั้งนี้ การแถลงข่าวของ ผบช.น. ที่ผ่านมา ก็ไม่ได้เรื่อง ไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน
- นายชูวิทย์ ยังท้า พล.ต.ท.ธิติ ผบช.น. ให้ไปสาบานด้วยกันที่สนามหลวงว่า ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง และถ้าจะฟ้องกลับตนยิ่งชอบ เเละพร้อมเปิดหลักฐานในชั้นศาล อย่างไรก็ตาม ถ้า ผบช.น. ไม่มีการตั้งข้อหาฟอกเงิน ทั้งๆ ที่มีพยานหลักฐานชัด คงต้องโดนแจ้ง ม.157 และ ม.200 ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าที่ ผบช.น. ไม่กล้าดำเนินคดี เพราะกลัวจะมีปัญหากับนักการเมือง ตำรวจในและนอกราชการ ส่วนที่เจ้าตัวบอกว่า "ที่ยังไม่แจ้งข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน เพราะกลัวโดนฟ้อง" ตนมองว่าไม่ใช่เหตุผล
- นอกจากนี้ นายชูวิทย์ ได้แสดงการเป่านกหวีดและแจกใบแดงไล่ พล.ต.ท.ธิติ ออกจากตำแหน่ง ผบช.น. เพราะท่านทราบตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่ามีเรื่องเส้นทางการเงินหลายเส้นสืบถึงนายตู้ห่าว แต่กลับเพิกเฉย
ต้องขอย้ำว่า สังคมกำลังเฝ้าจับตาให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้ผู้นำที่ชื่อว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร.ต้องลบข้อครหาต่างๆ ล้างบางให้สิ้นซาก ลงโทษสถานหนัก ยึดทรัพย์ทั้งหมดให้ตกเป็นของแผ่นดิน เพื่อให้คนจีนเหล่านี้เกิดความเกรงกลัวต่อกฎหมายไทย