ผบก.น.2 รุดประชุมติดตามความคืบหน้าคดีจับ 5 ผู้ต้องหา "แก๊งคอลเซ็นเตอร์ญี่ปุ่น" พบเน้นเหยื่อผู้สูงอายุ ประเทศเดียวกัน คาด 1 ใน 5 ผู้ต้องหาเป็นหัวหน้าแก๊งยากูซ่า ส่งฝากขังศาลอาญามีนบุรีแล้ว
กรณีตำรวจ สน.คันนายาว ร่วมกับเจ้าหน้าที่จากสถานทูตญี่ปุ่น และตำรวจญี่ปุ่นเข้าจับกุมผู้ต้องหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวญี่ปุ่น 5 ราย คือนายคาวาบาตะ โคทาโร อายุ 39 ปี นายฮิโรตะ จุนยา 43 ปี นายนารามูระ เคนจิ 47 ปี นายโทโมนาริ ซาโตชิ 42 ปี และนายซูซูกิ ทาคาฟูมิ 35 ปี พร้อมของกลางคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง เครื่องปรินเตอร์ 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง แท็บเล็ต 1 เครื่อง และเอกสารรายชื่อผู้เสียหายที่ประเทศญี่ปุ่นจำนวนหลายรายการ ได้ที่บ้านเลขที่ 89/54 หมู่บ้านเลิศอุบล ซอย 1 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. เมื่อช่วงเช้าวันวันที่ 11 ธ.ค. ที่ผ่านมา หลังได้รับการประสานจากสถานทูตญี่ปุ่น ว่ามีนายโอกาวา ยูกิ อายุ 29 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ถูกกักขังหน่วงเหนี่ยวบังคับให้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่คอลเซ็นเตอร์ที่บ้านหลังดังกล่าว และหลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือ
ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 13 ธันวาคม 2565 ที่ สน.คันนายาว พล.ต.ต.อรรถพล อนุสิทธิ์ ผบก.น.2 เดินทางมาประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมี พ.ต.อ.นเรนทร์ เครื่องสนุก ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.ยงค์ยุทธ์ ประเสริฐผล รอง ผกก.ป.สน.คันนายาว พ.ต.ท.อำนาจ ฉ่ำชะเอม รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รอง ผกก.สอบสวน สน.คันนายาว เข้าร่วมประชุม
จากการสอบสวนพฤติการณ์ของกลุ่มผู้ต้องหาทราบว่า ผู้ต้องหาจะนำรายชื่อและข้อมูลเหยื่อชาวญี่ปุ่นมาให้ และโทรศัพท์ไปหลอกลวงผู้สูงอายุ ที่อยู่ประเทศญี่ปุ่น โดยหลอกว่าโทรมาจากเจ้าหน้าที่เขต ได้ส่งเอกสารส่วนลดสิทธิค่ารักษาพยาบาลไปที่บ้านว่าได้รับหรือไม่ เมื่อเหยื่อตอบว่าไม่ได้รับ ก็จะขอข้อมูลส่วนตัว ชื่อ บัญชีธนาคาร และเบอร์มือถือจากเหยื่อผู้สูงอายุ จากนั้นจะใช้วิธีให้ผู้ต้องหาอีกคน หลอกว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารโทรไปหลอกให้ผู้เสียหายเดินไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อให้ได้รับสิทธิค่ารักษาพยาบาลคืน และหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินออกจากบัญชี
...
มีรายงานว่า นายคาวาบาตะ โคทาโร อายุ 39 ปี หนึ่งในผู้ต้องหา ตรวจสอบตามร่างกายพบรอยสักจำนวนมาก น่าเชื่อว่าจะเป็นหัวหน้าแก๊งยากูซ่าในประเทศญี่ปุ่น มาสร้างเครือข่ายหลอกลวงในประเทศไทย
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้ง 7 ข้อกล่าวหาคือ 1. ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2. ร่วมกันค้ามนุษย์ โดยพามาจากหรือส่งไปยังที่ใด หน่วงเหนี่ยว กักขัง จัดให้อยู่อาศัย หรือรับไว้ซึ่งบุคคล โดยข่มขู่ ใช้กำลังบังคับฯ ลักพาตัว 3. ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ข่มขืนใจให้ผู้อื่นกระทำการใด ไม่ก็ทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตฯ 4. ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพทางร่างกายฯ 5. ร่วมกันเป็นอั้งยี่ 6. ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ 7. ไม่แจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าพนักงานตำรวจภายใน 24 ชั่วโมง
ทั้งนี้ช่วงเช้าพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ควบคุมตัวผู้ต้องหาชาวญี่ปุ่นทั้ง 5 ราย ไปส่งฝากขังศาลอาญามีนบุรี และดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป