ผบ.ตร.เผย คดีทุจริตสอบนายสิบตำรวจคืบหน้าไปพอสมควร ทั้ง บช.ภ.9 และ บช.ภ.5 โดยหลังสอบข้อเท็จจริงแล้วจะหาทางป้องกันไม่ให้มีช่องโหว่อีก พบมีตำรวจเอี่ยวด้วย หากผิดฟันข้อหาผิดอาญา และอั้งยี่ยกแก๊ง
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 ธ.ค. 2565 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. กล่าวถึงกรณีการทุจริตสอบคัดเลือกนายสิบตำรวจ ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบให้มีความชัดเจน เชื่อว่ามีการสืบสวนมีความคืบหน้าไปพอสมควร เบื้องต้นได้มอบหมายให้ พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. เข้าไปดูแลในกรณีดังกล่าว หากพบว่ามีใครเข้าข่ายในการกระทำความผิด จะมีการดำเนินคดีทั้งหมด โดยในส่วนของ บช.ภ.9 มีการดำเนินคดีไปจำนวนมากแล้ว
สำหรับกรณีการทุจริตในครั้งนี้หากตรวจสอบพบว่ามีการกระทำความผิดจริง จะนำมาเป็นแนวทางในการดำเนินการในอนาคต จะไม่ให้เกิดการทุจริตโดยง่ายอีกแล้ว แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าบุคคลเหล่านั้นจะมีการดำเนินการรูปแบบไหน ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะต้องเตรียมการรับมือทุกรูปแบบ แม้เหตุการณ์ครั้งนี้ที่เกิดขึ้นใน บช.ภ.9 พบว่ายังมีโอกาสเกิดขึ้นอีกในพื้นที่ต่างๆ นั้นแสดงให้เห็นว่ามันยังมีช่องโหว่ ดังนั้นเราต้องรีบแก้ไขให้ได้โดยเร็ว
ในส่วนของ บช.ภ.5 เราพบหลักฐานพอสมควร แต่ยังต้องหาความชัดเจนให้มากกว่านี้ก่อน เหตการณ์ทุจริตที่เกิดขึ้นในพื้นที่ บช.ภ.9 และ บช.ภ.5 มีความใกล้เคียงกัน คือ เมื่อได้ข้อสอบแล้วนำไปเฉลยก่อน แล้วอาจจะซุกซ่อนเข้าไปในห้องสอบ ส่วนจะเกิดความผิดพลาดในส่วนไหน โดยส่วนตัวตนยังไม่ทราบโดยชัดเจน แต่เท่าที่ได้รับรายงานเบื้องต้นอาจจะมีการที่ข้อสอบหลุดจากห้องเก็บข้อสอบ ดังนั้นเรื่องนี้ข้าราชการตำรวจน่าจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยไม่มากก็น้อย และนอกจากตำรวจยังกลุ่มบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มีการดำเนินการเป็นเครือข่าย เพราะต้องมีคนที่เก่งที่สามารถทำข้อสอบได้ด้วย เชื่อว่าเรื่องนี้มีผู้เข้าไปเกี่ยวข้องในหลายๆ ส่วน
...
อย่างไรก็ตามขอเวลาให้คณะทำงานดำเนินการสืบสวนสอบสวนอีกสักหน่อย ยืนยันว่าใครเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกแจ้งความดำเนินคดีทั้งหมด เพราะเข้าข่ายการกระทำความผิดในรูปแบบของกลุ่มคณะ เป็นอั้งยี่ และถ้าเป็นผู้เอาเอกสารข้อสอบออกจากห้องเก็บข้อสอบ ก็จะเข้าข่ายความผิดอาญาอีกหลายๆ ข้อหา ซึ่งยังต้องดูในรายละเอียดอีกครั้ง แต่เข้าข่ายความผิดทางอาญาอย่างแน่นอน ในส่วนของ บช.ภ.9 อยู่ในขั้นตอนการดำเนินคดีไปแล้ว.