น้าเมียกับหลานเขย ไม่ถูกกัน เกิดขี่รถสวนกันบนคันนา น้าเปิดก่อน ถีบรถล้ม คว้ามีดตามไปฟันไม่ยั้ง อีกฝ่ายตะโกนขอให้ช่วยแจ้งตำรวจ ถูกน้าโหดจับกดน้ำในบิ้งนาจนแน่นิ่ง กว่าเมียจะรู้ข่าวมาถึงก็เสียชีวิตแล้ว เผยทั้งคู่มีเรื่องหมางใจน้าเอารถไถไป รถเสียไม่ยอมซ่อมให้ 

เวลา 13.00 น. วันที่ 9 ธ.ค. 2565 พ.ต.ท.อนุชา เนตรจินดา สว.(สอบสวน) สภ.บางระกำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายกลางทุ่งนาบ้านดอนอภัย หมู่ที่ 10 ต.บ่อทอง ไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทัพธนพล ปรุงประทิน ผกก.สภ.บางระกำ พ.ต.ท.เกตุชัย นาสอน รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางระกำ ว่าที่ พ.ต.ท.หญิง ศีลสุภัทร์ อุ่นขจี นวท.(สบ 2) กลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 6 และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน พบร่างผู้เสียชีวิตอยู่ริมคันนาบริเวณกลางทุ่งนาห่างจากหมู่บ้านประมาณ 1 กม. อยู่ในสภาพนอนหงายจมเลนหัวพาดคันนาอยู่ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 100 ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มคว่ำอยู่ จึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำขึ้นร่างมาชันสูตรบนคันนา

ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสมัย แสวงหา อายุ 50 ปี อยู่หมู่ 10 บ้านดอนอภัย ต.บ่อทอง อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก สวมเสื้อยืดคอปกแขนยาวสีดำ กางเกงขายาวสีดำ สวมรองเท้าผ้าใบ มีบาดแผลถูกมีดฟันเป็นแผลยาวประมาณ 10 ซม. ที่มือซ้าย 1 แห่ง ตำรวจสอบสวน นางบุญอาจ งามพร้อม และนางทองหล่อ เมืองใจ ผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า เวลาประมาณ 12.30 น. ทั้งสองคนกำลังดูรถเกี่ยวข้าวอยู่ในนาใกล้กับจุดเกิดเหตุ เห็นนายสมัยผู้เสียชีวิตขับรถมาจอด และนั่งคร่อมรถอยู่ ได้มีนายแคน สิงห์ลอ อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นน้าของภรรยานายสมัย ที่มาดูเกี่ยวข้าวก่อนหน้านี้กำลังจะขี่รถ จยย.สวนกลับไปตามคันนา พอไปถึงรถนายสมัยนายแคนได้ถีบจนรถนายสมัยล้ม ตัวนายสมัยตกลงไปในนาที่เป็นเลน จากนั้นนายแคนได้คว้ามีดหวดที่ใส่ตะกร้าท้ายรถ จยย.ของตน ฟันนายสมัยทันที นายสมัยได้ยกมือกันไว้และตะโกนว่า “ช่วยแจ้งตำรวจให้หน่อย” นายแคนจึงตามลงไปในนาแล้วกดหัวนายสมัยทำให้หน้านายสมัยจมลงไปในเลนในบิ้งนาแล้วนายสมัยก็นิ่งเงียบไป จากนั้นนายแคนได้ขับรถ จยย.ออกจากจุดเกิดเหตุไปตามคันนาทันที พวกตนจึงรีบไปบอกภรรยาของนายสมัยให้มาดู

...

ด้าน นางสาวจำเนียร โต๊ะดอนทอง อายุ 49 ปี ภรรยาของนายสมัยให้การว่า ก่อนเกิดเหตุช่วงเช้า นายสมัยไปทำงานก่อสร้างที่ลานธรรมนำปัญญาด้านหลังวัดดอนอภัย พอพักเที่ยงจึงแวะมาที่บ้านเพื่อทานข้าวเที่ยง แต่ก็ยังไม่ทานขับรถ จยย.ไปที่กลางนาเพื่อดูเขาเกี่ยวข้าวก่อน พอนางทองหล่อมาบอกตนจึงรีบไปดู ยังสวนทางกับนายแคนผู้เป็นน้าที่ขับรถ จยย.สวนมาตามคันนา ห่างจากจุดพบร่างสามีประมาณ 20 เมตร ก็เห็นมีสีหน้าปกติไม่นึกว่าน้าของตนจะเป็นผู้ก่อเหตุ พอไปถึงร่างของสามีที่นอนคว่ำหน้าจมเลนอยู่ในนา ตนกับเพื่อนบ้านจึงช่วยกันดึงร่างขึ้นมาเอาหัวพาดคันนาไว้ แล้วกดท้องตรวจดูชีพจรก็พบว่าเสียชีวิตไปแล้วจึงแจ้งเหตุให้ตำรวจทราบ ส่วนสาเหตุที่นายแคน น้า ก่อเหตุนั้น เป็นเพราะเคยมีเรื่องผิดใจกันที่นายแคนมาเอารถไถนาเดินตามของสามีไปใช้งาน ทั้งๆ ที่สามีไม่อนุญาต พอไปทวงถามก็เอามาคืนแถมรถเสียอีกตนกับสามีต้องเสียเงินไปซ่อมกันเอง เลยทำให้ผิดใจกันไม่พูดคุยกันมาตั้งแต่ตอนนั้น ส่วนปัญหาอื่นนั้นตนไม่ทราบ

ด้านเพื่อนบ้านที่เป็นเจ้าของทุ่งนาที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า ที่นาตนกำลังเตรียมหว่านข้าว ส่วนนาของนายสมัยผู้ตายอยู่ติดกัน ยังไม่ได้ไถเตรียมหว่าน เท่าที่ทราบก่อนหน้านี้ทั้งสองคนเคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันถึงขั้นจะลงไม้ลงมือ นายแคนเคยขู่ว่าจะเอาชีวิตนายสมัยมาก่อนหน้านี้ คาดว่าทั้งสองคนจะมาดูเขาเกี่ยวข้าวแล้วเจอกันโดยบังเอิญบนคันนาของตนเอง เลยทำให้ลงไม้ลงมือกันจนถึงขั้นเสียชีวิตดังกล่าว ตำรวจจึงให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำศพส่งให้แพทย์ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวรชันสูตร ก่อนมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศล และจะได้สืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามจับกุมนายแคนที่อยู่ระหว่างหลบหนีมาดำเนินคดีต่อไป