ชูวิทย์ ยื่นหนังสือต่อ อัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณา 3 คดียาเสพติดของตู้ห่าวว่าเป็นคดีอาญา มีโทษตามกฎหมายไทย แต่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร รอง อสส.รับแทน ยันจะนำไปพิจารณาแบบโปร่งใสตรงไปตรงมา
เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 2565 ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เดินทางมายื่นหนังสือต่อ น.ส.นารี ตัณฑเสถียร อัยการสูงสุด เพื่อขอให้พิจารณาคดีตู้ห่าวว่าเป็นคดีอาญา มีโทษตามกฎหมายไทย แต่ได้กระทำลงนอกราชอาณาจักร ให้อัยการสูงสุดเป็นพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบและสั่งคดีแทนตำรวจนครบาล โดยนายชูวิทย์ กล่าวว่า นายตู้ห่าวโดนคดียาเสพติด 3 ข้อหา คือสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด, ร่วมกันค้ายาเสพติด และร่วมกันมีวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่าย แต่ไม่ถูกตำรวจตั้งข้อหาฟอกเงิน ที่จะสามารถยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดให้ตกเป็นของแผ่นดินได้
นายชูวิทย์ กล่าวว่า เหตุที่มาร้องให้ อสส. รับเป็นคดีนอกราชอาณาจักร เนื่องจากคดีนี้มีการนำยาเสพติดเข้ามาจากต่างประเทศ มีซองประทับอักษรจีน จึงต้องถือว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร และเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งกฎหมายกำหนดให้ อัยการสูงสุด เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน หรือจะมอบหมายให้ อธิบดีอัยการสำนักงานการสอบสวนเข้าร่วมควบคุมคดีให้สำนวนมีความรัดกุมมากขึ้น ไม่ใช่ให้ตำรวจ สน.ยานนาวา หรือตำราจนครบาล รวมทั้ง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.รับผิดชอบทำสำนวน ไม่งั้นอาจเหมือนคดีทัวร์ศูนย์เหรียญ ที่ภายหลังศาลฎีกาพิพากษายกฟ้อง
ทั้งนี้ นายชูวิทย์ ยืนยันว่าจะยื่นหนังสือต่อ อสส.เท่านั้น ไม่ขอยื่นกับทีมโฆษกอัยการสูงสุดที่มารอรับหนังสือ หากไม่ได้พบ อสส.จะไม่ยอมกลับ เมื่อให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวเสร็จแล้วได้ไปนั่งรอที่โซฟาหน้าห้องประชาสัมพันธ์ สำนักงานอัยการสูงสุดสักพักใหญ่ แล้วจึงอ่านหนังสือร้องเรียนให้ผู้สื่อข่าวฟัง พร้อมบอกว่า เข้าใจว่า อสส.มีภารกิจเยอะ แต่ตนเองขอเวลา อสส.เพียงแค่ 5 นาทีเท่านั้น
...
จากนั้น นายชูวิทย์ ย้ายไปนั่งรออยู่ที่หน้าลิฟต์ชั้น 2 เพื่อดักรอพบ อสส. จากนั้นไม่นาน เมื่อเห็นลิฟต์เปิดจึงเข้าลิฟต์บุกขึ้นไปพบ อสส.ที่ห้องทำงานชั้น 9 แต่ถูกทีมโฆษก อสส. เชิญมาพูดคุยที่ห้องทำงานชั้น 2 โดยใช้เวลาพูดคุยพักใหญ่ ต่อมา นายอิทธิพร แก้วทิพย์ รอง อสส.มาเป็นตัวแทน อสส. รับมอบหนังสือจากนายชูวิทย์
นายอิทธิพร กล่าวว่า จะนำหนังสือเสนอให้ อสส.พิจารณา โดยยืนยันว่า อสส.จะดำเนินการอย่างโปร่งใสตรงไปตรงมา แต่ตอนนี้สำนวนยังมาไม่ถึง จึงยังไม่เห็นรายละเอียด ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นคดีนอกราชอาณาจักรหรือไม่ แต่ตามขั้นตอนถ้าเป็นคดีนอกราชอาณาจักร พงส.จะต้องทำหนังสือมาให้ อสส.พิจารณาแล้วอาจจะมอบหมายให้ พงส.ทำคดีต่อ หรือส่งอัยการไปร่วมสอบสวนต่อไป.