เตรียมฝากขัง 3 หนุ่ม ผู้ต้องหาคดีบุกฆ่าคาห้องพักที่บางเสาธง เมียโทรตามกิ๊กพาพวกรุมแทงสามีตัวเองเสียชีวิต เพื่อนที่มาด้วยพลอยติดร่างแห บอกนอนอยู่ในห้องดีๆ ถูกรบเร้าให้มาช่วยเคลียร์เรื่องของผัวเมียเลยซวยไปด้วย
วันที่ 29 พ.ย. 65 ตามที่มีหลักฐานกล้องวงจรปิด ที่หน้าหอพักแห่งหนึ่งในชุมชนเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ จับภาพ ขณะที่ นายเปรมสุข ทองโคตร อายุ 24 ปี พร้อมกับเพื่อนรวมกัน 3 คน พากันขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์สีดำไม่ติดป้ายทะเบียน มาที่หน้าหอพัก ก่อนบุกเข้าไปที่ห้องพักห้องหนึ่งที่ชั้น 5 โดยภาพวงจรปิดที่ชั้น 5 จับภาพได้ ขณะที่กลุ่มผู้ต้องหาไปถึงหน้าห้องและเคาะประตูเรียกผู้หญิงให้เปิดประตู จากนั้นประตูถูกเปิดออก ผู้หญิงเดินสวนออกมาด้านนอกแล้วกลุ่มผู้ต้องหา กรูกันเข้าไปในห้องหลุดรัศมีกล้องวงจรปิดไป ซึ่งภาพวงจรปิดดังกล่าวถูกใช้เป็นหลักฐานสำคัญที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนได้มาและเข้าควบคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบปากคำก่อนแจ้งข้อหาชาย 3 คน คนในข้อหา ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย หลังจากที่ทั้งสามบุกเข้าไปภายในห้องแล้วร่วมกันใช้มีดทำครัวจ้วงแทงที่หน้าท้องและตามร่างกายหลายแห่ง จนนายสุริยา สุทารัตน์ อายุ 25 ปี ชาวอำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด บาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลบางนา 2 ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา นอกจากนั้นนายไชยยา หนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหา ถูกคมมีดที่คิ้วข้างซ้ายจนบาดเจ็บ เพื่อนพาซ้อนท้ายจักรยานยนต์ไปส่งที่โรงพยาบาลก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางไปถึง
ความคืบหน้า ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณห้องพักจุดเกิดเหตุ พบร่องรอยการต่อสู้และคราบเลือดบนพื้นห้อง รวมถึงตามผนังข้างห้องยังมีเลือดสาดกระจายทั่วห้องพัก ขณะที่ผู้ดูแลหอพักแห่งนี้ ให้ข้อมูลว่าห้องเกิดเหตุ มีคู่สามีภรรยานี้มาเช่าห้องได้ประมาณ 3 เดือน ที่ผ่านมามักมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะฝ่ายหญิงชอบออกไปเที่ยวกลางคืนแต่ฝ่ายชายไม่อยากให้ออกไปจนมีปากเสียงกัน ล่าสุดทราบว่ามีปากเสียงกันตั้งแต่ช่วงหัวค่ำจนกระทั่งมาเกิดเหตุดังกล่าว
...
ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนของสภ.บางเสาธง ได้ติดตามตัวกลุ่มผู้ต้องหาได้ครบแล้วรวม 3 คน ประกอบด้วย นายเปรมสุข ทองโครต อายุ 24 ปี นายจิระพันธ์ หินนอก อายุ 25 ปี และนายไชยยา ศรีวงษา อายุ 24 ปี โดยตำรวจได้คุมตัวมาทำประวัติพิมพ์ลายนิ้วมือ และเก็บคราบดีเอ็นเอก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย นอกจากนั้นตำรวจยังเชิญตัว นางสาวกนิษฐา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ภรรยาของผู้ตายมาสอบปากคำและทำประวัติพร้อมเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ ไว้เป็นหลักฐานประกอบสำนวนคดี
จากการสอบถามนางสาวกนิษฐา กล่าวว่า คบหาอยู่กินกับ นายสุริยา ผู้ตาย ได้ประมาณ 5 เดือน ที่ผ่านมายอมรับว่า ชอบเที่ยวแต่ก็ไม่บ่อย และมีปากเสียงกันบ่อยแต่ไม่ได้รุนแรง ฝ่ายสามีมักชอบดื่มเบียร์เป็นประจำ พอเมาก็มักชวนทะเลาะ จนกระทั่งเมื่อช่วงค่ำสามีออกไปซื้อเบียร์มาดื่มสองขวดจนเมาได้ที่ แล้วเกิดมีปากเสียงกันเพราะฝ่ายสามีเห็นตนอาบน้ำแต่งตัวแล้วเข้าใจผิดคิดว่าตนเองจะออกไปเที่ยว จนเกิดปากเสียงกันอีกครั้ง แล้วฝ่ายสามีคว้ามีดขึ้นมาข่มขู่ ทำให้หวาดกลัว จึงตัดสินใจโทรตามเพื่อนชายคนสนิทที่ทำงานด้วยกัน ซึ่งรู้จักและสนิทสนมกันได้สองเดือนกว่า ให้มาช่วย เพราะฝ่ายสามีเมาและมีมีด จนอีกฝ่ายมาถึงพร้อมกับเพื่อนพอเปิดประตูเข้ามา ฝ่ายสามีซึ่งมีมีดในมือจึงใช้มีดฟันที่คิ้วของเพื่อนกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนเกิดการต่อสู้และชุลมุนกัน สุดท้ายมาพบว่าฝ่ายสามีถูกฟันหลายแผลจึงรีบแจ้งกู้ภัยมาช่วยเหลือ
ด้าน นายเปรมสุข ชายคนสนิทของฝ่ายหญิง ยอมรับว่ารู้จักและสนิทสนมกับฝ่ายหญิงจริง เพราะทำงานที่เดียวกัน ช่วงค่ำก่อนเกิดเรื่องฝ่ายหญิงโทรมาบอกให้มารับเพราะทนสามีไม่ไหว ซึ่งตนเองตอนแรกก็ไม่ได้มา จนกระทั่งช่วงดึกฝ่ายหญิงโทรมาตามอีกครั้งแล้วบอกว่าอีกฝ่ายมีมีดทำทีจะแทง จึงโทรตามเพื่อนรวม 3 คนและพากันมาที่ห้องฝ่ายหญิงเพื่อมาเคลียร์ใจ แต่พอเปิดประตูเข้าไปกลับถูกฝ่ายชายใช้มีดฟันเพื่อนก่อนจนบาดเจ็บ จึงเกิดการรุมต่อสู้กันจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ขณะที่ นายจิรพันธ์ เพื่อนของนายเปรมสุข บอกว่า ตนนอนพักอยู่ที่ห้อง จนนายเปรมสุขโทรมาอ้อนวอนให้พามาส่งและไปเป็นเพื่อนเพื่อจะช่วยฝ่ายหญิง จึงพากันมา จนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น
ทางฝั่งผู้ตาย ล่าสุด ญาตินิมนต์พระมาทำพิธีเชิญวิญญาณ และนำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่บ้านเกิดจังหวัดร้อยเอ็ด จากการสอบถามพี่สาวและน้องสาวของผู้เสียชีวิตกล่าวว่า ปกติแล้วผู้เสียชีวิตเป็นคนสุภาพเรียบร้อย ไม่ใช่เป็นคนติดสุรา ดื่มบ้างเป็นบางครั้ง ซึ่งการที่ผู้หญิง (ภรรยา) มีการโพสต์ในโซเชียลนั้นไม่เป็นความจริง ในส่วนของคดีความ ร.ต.อ.สุพัฒน์ จันทะวงษ์ พนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง เผยว่าจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.)
ขณะที่ ผู้ดูแลอาคารที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้มาก่อน ส่วนสาเหตุที่คนนอกเข้ามาภายในตัวตึกได้สะดวกเพราะลูกบ้านมักชอบนำไม้กวาดมาขัดประตูไว้ จึงจะทำป้ายประกาศมาติด ห้ามนำไม้กวาดหรือวัสดุใดๆ มาขัดประตูไว้และจะตรวจเช็กทุกคืนเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก.