"ป๋าชู ชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์" อดีตเจ้าพ่ออ่าง พร้อมทนายอนันต์ชัย ยื่นฟ้อง "สันธนะ" อดีตตำรวจสันติบาล 3 ข้อหา แจ้งความเท็จ-สร้างหลักฐานเท็จ และหมิ่นประมาท ปมแอบถ่ายคลิปกล่าวหาพาดพิงโรงแรมมั่วสุมเสพยา ทำให้เสียชื่อเสียง เรียกค่าเสียหาย 100 ล้าน

เมื่อช่วงสายวันที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์ อดีตหัวหน้าพรรคการเมือง และอดีตเจ้าของธุรกิจอาบน้ำ เดินทางมาพร้อมกับ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความ ได้นำคำฟ้องที่มี บ.ต้นตระกูล จำกัด เจ้าของโรงแรมเดวิส โฮเตล คอนเนอร์วิงค์ เป็นโจทก์ที่ 1 นายชูวิทย์เป็นโจทก์ที่ 2 ฟ้อง นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ในข้อหาแจ้งความเท็จ อันเกี่ยวกับความผิดทางอาญาที่มิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น, สร้างพยานหลักฐานเท็จ และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามปอ.172, 173, 179, 180, 326, 328 นอกจากนี้ยังฟ้องเป็นคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา เรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 100 ล้านบาท

จากกรณีที่นายสันธนะ กล่าวหาว่าที่โรงแรมเดอะเดวิส คอนเนอร์วิงค์ ซอยสุขุมวิท 24 แขวงคลองตัน เขตคลองเตย ของบุตรชายนายชูวิทย์ เป็นแหล่งมั่วสุมเสพยาเสพติดของนักเที่ยว มีการสร้างพยานหลักฐานเท็จโดยการแอบถ่ายและนำคลิปวิดีโอไปแจ้งความกับตำรวจ สน.ทองหล่อ ซึ่งพยานหลักฐานดังกล่าวยังไม่มีความชัดเจน ส่งผลให้ชื่อเสียงของโรงแรมและนายชูวิทย์เสื่อมเสีย วันนี้ถึงมายื่นฟ้องนายสันธนะ โดยมี บริษัท ต้นตระกูล จำกัด เป็นโจทก์ที่ 1 และมี นายชูวิทย์ เป็นโจทก์ที่ 2

นายอนันต์ชัย ไชยเดช กล่าวว่า ตนได้ติดตามคดีนี้มาสักระยะหนึ่ง ในช่วง ก.ค. 65 นายชูวิทย์ได้ตีแผ่ เกี่ยวกับคนจีนสีเทายาเสพติดสิ่งผิดกฎหมายการพนันจนกระทั่งเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา ต่อมามีชาวจีนคนหนึ่งเสพยาเสพติดเสียชีวิต จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร.จึงได้เข้ามากำกับดูแล ทำให้นายชูวิทย์จึงออกมาตีแผ่อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นคู่กรณีจึงไม่ใช่นายสันธนะ แต่เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ผ่านมา นายสันธนะได้ไปประกันตัวนายเดวิดที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ต่อมาวันที่ 5 พ.ย. ได้มีการไปแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ มีการนำภาพวิดีโอ และกล่าวอ้างว่าน่าจะมีการมั่วสุมยาเสพติด และมีการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลาจนเป็นผลให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ทองหล่อ เข้ามาตรวจค้น แต่ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย นายสันธนะก็ยังจะกล่าวใส่ร้ายโรงแรมของนายชูวิทย์ ตามไปก่อกวน การให้ข้อมูลกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ซึ่งมันไม่เหมาะสม

...

อย่างไรก็ตามการทำคลิปวิดีโอว่ามีการมั่วสุมเสพยาเสพติดในโรงแรมของนายชูวิทย์ ซึ่งหากสถานบันเทิงหรือสถานบริการใดมีการปล่อยให้เสพยาเสพติดมีโทษสูงสุดถึงจำคุก 5 ปี และเลขาธิการ ป.ป.ส. สามารถปิดสถานบันเทิงและเพิกถอนใบอนุญาตได้ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก ดังนั้นวันนี้นายชูวิทย์ได้รับมอบอำนาจจาก บ.ต้นตระกูล จำกัด เป็นโจทย์ที่ 1 และนายชูวิทย์ เป็นโจทก์ที่ 2 มาฟ้องร้องดำเนินคดีกับนายสันธนะเป็นจำเลย ข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้ผู้อื่นได้โทษทางอาญา ทั้งที่ไม่มีการกระทำผิดเกิดขึ้น หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และสร้างพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ทั้งนี้เป็นคดีอาญาเกี่ยวเนื่องคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย 100 ล้านบาท

ด้านนายชูวิทย์ เปิดเผยว่า ในชีวิตตนนั้นไม่เคยเป็นโจทก์ฟ้องคดีใคร ตนเป็นจำเลยทุกคดีเพราะตนคิดว่าตนถูกกลั่นแกล้งถูกกระทำมาตลอด แต่ก็เป็นเรื่องในอดีตที่ผ่านไป สิ่งที่ตนพูดสาระสำคัญอยู่ที่มาเฟียจีนสีเทาที่กำลังกัดกินประเทศนี้ จู่ๆ นายสันธนะอดีตตำรวจที่ถูกไล่ออกจากราชการ ก็มาที่โรงแรมของตน มาป้ายสีและไปแจ้งความ จนกระทั่งเมื่อ 2-3 วันนี้ ก็มาพูดอีกในเรื่องของสถานอาบอบนวด ซึ่งตนต้องบอกว่า ตนได้ขายทั้ง 6 แห่งไปตั้งแต่ 2546-2547 เพราะตอนนั้นตนดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็น ส.ส.พรรคชาติไทย อีกทั้งนายสันธนะยังได้กล่าวถึงการจ่ายภาษี 4 พันล้าน แต่นายสันธนะไม่รู้เรื่อง เพราะสถานอาบอบนวดของตน ไม่มีที่ดินที่ตนเป็นเจ้าของ เพราะตนเช่าเอา ดังนั้นมูลค่าจริงๆ จึงไม่มี เพราะตนใช้วิธีการโอนหุ้น ซึ่งตนก็ไม่อยากตอบโต้ตนก็สู้มาตลอด สู้ทางสื่อ สู้ทั้งข้างถนน สู้ไปทุกรูปแบบ แต่นายสันธนะไม่สู้ เวลาพูดก็ทำท่ามีกระเป๋ามีเอกสารมีข้อมูลโยงไปว่าตนมีรูปถ่าย ว่ารู้จักตน แต่นายสันธนะมีรูปถ่ายตอนกินข้าวกับตนไหม ตอนนั้นตนเป็น ส.ส. กรรมาธิการตำรวจ นายสันธนะ ก็หามาฟ้องเรื่องบ่อน อย่างนายสันธนะ ให้มาเจอที่ศาลดีกว่า มาสู้โดยวิธีการของกฎหมาย

ก่อนเดินทางกลับนายชูวิทย์หันมาพูดกับกล้องของสื่อว่า "ไอ้สัน....เจอกูแน่ ช่วยใส่กางเกง อย่าใส่.... นะ ฯลฯ" เป็นต้น

หลังจากคณะทำงานได้ ยื่นฟ้อง ศาลพิจารณาแล้วรับไว้เป็นคคีหมายเลขดำ อ.2892/2566 นัดไต่สวนมูลฟ้อง วันที่ 6 ก.พ. 2566 เวลา 13.30 น.