สตม.ตั้งโต๊ะแถลงโชว์ผลกวาดล้างแก๊งอาชญากรรมหลายสัญชาติ สร้างความปลอดภัยก่อนประชุมเอเปก เป้าหมายหลัก คนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และผู้ก่อเหตุ มีความผิด

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. 65 พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ สัจจพันธุ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยพล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.ต.มานัด ศรีวงศ์ษา ผบก.ตม.3 และเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ แถลงข่าวการระดมกวาดล้างอาชญากรรมก่อนการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก โดยมีเป้าหมายหลัก เป็นคนต่างด้าวที่กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 และกฎหมายอื่นๆ 

พล.ต.ท.ภาคภูมิภิภัทฒ์ กล่าวว่า สตม.ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลรักษาความปลอดภัยในการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจ จึงสั่งการให้ สตม.มีการระดมกวาดล้างอาชญากรรมในห้วงการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปกอย่างต่อเนื่อง และให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม ตลอดเดือน พ.ย.65 เพื่อดำเนินการตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเป็นการเตรียมความพร้อมในการดูแลรักษาความปลอดภัยให้กับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก และคณะบุคคลสำคัญที่เข้าร่วมภารกิจการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปก ตลอดระยะเวลาการประชุม

...

สำหรับผลการดำเนินการระดมกวาดล้างอาชญากรรมระหว่างวันที่ 5-31 ต.ค. 65 สตม.สามารถจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ได้ทั้งสิ้น 719 คดี จับกุมผู้ต้องหาได้ 779 คน เมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) เดือน ต.ค. 64 กับเดือน ต.ค. 65 ผลปรากฏว่ามีสถิติเพิ่มขึ้น 584 คดี คิดเป็นร้อยละ 432.59 และเมื่อเปรียบเทียบสถิติการจับกุมคนต่างด้าวอยู่เกินกำหนดอนุญาต (Overstay) ห้วงเดือน ก.ย. 65 กับเดือน ต.ค. 65 ปรากฏว่ามีสถิติเพิ่มขึ้น 563 คดี คิดเป็นร้อยละ 360.90

โดยมีผลการจับกุมคดีสำคัญและน่าสนใจ ดังนี้ 1.จับผู้ต้องหาชาวเกาหลี OVERSTAY หนีคดีฉ้อโกงเพื่อนร่วมชาติ ความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. จับกุม นายบุนซู (นามสมมติ) อายุ 62 ปี สัญชาติเกาหลี โดยกล่าวหาว่า เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด โดยการจับกุมครั้งนี้ สตม.ได้รับการประสานงานจากกงสุลฝ่ายตำรวจประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ว่า นายบุนซู (นามสมมติ) เป็นบุคคลที่ทางการเกาหลีใต้ต้องการตัวไปดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกง โดยทำผิดกว่า 36 ครั้ง ทำให้ผู้เสียหายสูญเงินกว่า 3,558 ล้านวอน (ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 100 ล้านบาท

คดีต่อมา รวบตัวผู้ต้องหาชาวออสเตรียก่อคดีหนีซุกไทย สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐออสเตรีย ประจำประเทศไทย ขอความอนุเคราะห์ในการติดตามตัว นายมาร์โก (นามสมมติ) อายุ 50 ปี สัญชาติออสเตรีย ซึ่งเป็นบุคคลที่มีหมายจับสหภาพยุโรป ในความผิดฐานยักยอกเงินสมทบประกันสังคมของพนักงาน ความผิดฐานละเมิดผลประโยชน์ของเจ้าหนี้อย่างร้ายแรง ความผิดฐานฉ้อฉลล้มละลาย และความผิดฐานฉ้อโกงประกันสังคม รวมความผิดทั้งสิ้น 7 กระทง 

ขณะที่ ตำรวจ PCT ร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และบช.สอท. เปิดปฏิบัติการทลายแก๊งเว็บพนันจีนลักลอบใช้เมืองไทยเป็นฐานการพนัน จับกุมพนักงานเว็บจีนกว่า 56 คน ด้วยเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร.ร่วมกับ สตม. บช.ทท. และ บช.สอท.สืบทราบว่ามีกลุ่มชาวต่างชาติชาวจีนได้ลักลอบใช้เมืองไทยเปิดเว็บไซต์พนันออนไลน์ชื่อ เห่อชิง (HengXin) และ คายยุน (Kaiyun) มีพนักงานกว่า 50 คน อยู่ที่หอพักแห่งหนึ่งในพื้นที่สวนหลวง และหัวหมาก กทม. จึงได้ขออนุมัติหมายค้นหอพักดังกล่าว

จากการตรวจค้นพบคนจีนและคนมาเลเซียจำนวนหนึ่งกำลังทำงานเกี่ยวกับเว็บพนันออนไลน์ โดยทำหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยและดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ ต่อมาได้ขยายผลและพบว่ากลุ่มคนร้ายอีกจำนวนหนึ่งไปทำงานที่หอพักอีกแห่งหนึ่งบริเวณ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาบางส่วนเข้าขยายผล ซึ่งจากการเข้าตรวจค้นพบกลุ่มคนจีนอีกกว่า 56 คน ทำงานเป็นแอดมินเว็บไซต์พนันออนไลน์ ทำหน้าที่ชักชวนลูกค้าชาวต่างชาติให้เข้าเล่นผ่านแอปพลิเคชันโซเชียล Let’s Talk และ Telegram โดยเมื่อชักชวนเสร็จแล้วจะส่งไอดีของลูกค้า และผู้สมัครให้กับพนักงานแอดมินที่มีหน้าที่เปิดบัญชีลูกค้าแล้วจึงเปิดเครดิตให้ลูกค้าเล่น ซึ่งเบื้องต้นตรวจสอบพบว่าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจีนใช้เงินหยวนเล่นพนัน ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 100 ล้านหยวน 

ส่วน ตม.3 กวาดล้างขยายผลจับกุมขบวนการขนคนเข้าเมือง กก.สส.บก.ตม.3 ได้จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา 6 ราย ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ขยายผลทราบว่ามีกลุ่มคนต่างด้าวอีกประมาณ 200-300 คน รอขบวนการเครือข่ายขนคนส่งรถมารับเพื่อเข้ามาทำงานในพื้นที่กรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล จึงได้วางแผนดำเนินการสกัดกั้นจับกุมไม่ให้มีการขนคนลักลอบหลบหนีเข้าเมือง โดยจับกุมขบวนการขนคนได้ 3 ราย ดังนี้

...



เคสที่ 1 ร่วมกับ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จับผู้ต้องหารวม 20 ราย แยกเป็น คนนำพา 2 คน และต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 18 คน เคสที่ 2 ร่วมกับ ตม.จว.กาญจนบุรี จับผู้ต้องหารวม 13 คน แยกเป็นคนนำพา 1 คน และต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 12 คน เดินทางเข้ามาทางชายแดน อ.สังขละบุรี ปลายทาง อ.เมือง จว.สมุทรสาคร จับกุมได้ที่ ต.ท่าขุน อ.ทองผาภูมิ จว.กาญจนบุรี เคสที่ 3 ร่วมกับ ตม.จว.ประจวบคีรีขันธ์ จับผู้ต้องหารวม 46 คน แยกเป็น คนนำพา 5 คน และคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง 41 คน เดินทางมาจากหมู่บ้านมูด่อง ปลายทาง ต.ท่าจีน อ.เมือง จว.สมุทรสาคร จับกุมได้ที่ ต.ห้วยทราย อ.เมือง จว.ประจวบคีรีขันธ์.