หนุ่มกราฟิกดีไซน์นามสกุลดังภูเก็ต เข้ามอบตัวหลังใช้มีดแทงพ่อบ้านที่ออกไปซื้อของดับหน้าห้างฯ กลางเมือง อ้างคิดว่าคู่อริเก่าแทงผิดคน ลูกเมียผู้ตายขึ้นโรงพักค้านประกัน บอกคนตายเป็นนคนดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น ไม่เคยเอาเรื่องเอาราวกับใครแต่ตำรวจรีบร้อนนำตัวไปทำแผนไม่ยอมบอก ด้านผู้ต้องหาอ้าง พระสมเด็จนางพญาฯ เลี่ยมทองของผู้ตายได้หล่นหายหน้าห้างฯ ที่เกิดเหตุ

จากเหตุอุกอาจคนร้ายใช้อาวุธมีดกระหน่ำแทงนายเจริญ แป้นเงิน อายุ 49 ปี ก่อเหตุขณะกำลังเข็นรถบรรทุกสินค้าออกจากห้างโกรเซอรี่ ภูเก็ตมายังรถเอสยูวีฮอนด้าซีอาร์วี สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ขง 7773 ภูเก็ตที่จอดอยู่ริมถนนอ๋องซิมผ่าย ต.ตลาดใหญ่ อ.เมืองภูเก็ต ชิงสร้อยคอทองคำหนัก 1 บาทพร้อมพระเลี่ยมคอ 1 องค์และกระเป๋าสะพายอีก 1 ใบ แต่คนร้ายทำสร้อยคอทองคำและกระเป๋าสะพานตกอยู่ที่เกิดเหตุ ได้ไปเพียงพระเลี่ยมทอง 1 องค์ ก่อนวิ่งเข้าไปในห้างเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าและหลบหนีไป

ต่อมาเวลา 12.10 น. วันที่ 29 ต.ค. 65 ชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ตนำตัวนายปัณณวิชญ์ เทพบุตร อายุ 35 ปี อาชีพกราฟิกดีไซน์ บ้านอยู่ ถ.เจ้าฟ้า ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต ผู้ต้องหาก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงนายเจริญ แป้นเงิน อายุ 49 ปีเสียชีวิตมาสอบสวน นายปัณณวิชญ์ให้การรับสารภาพเป็นคนก่อเหตุทำร้ายนายเจริญจนเสียชีวิต แต่เป็นการเข้าใจผิดคิดว่าผู้ตายเป็นคู่อริเก่า แต่เมื่อลงมือไปแล้ว จึงสำนึกผิดและได้เข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.สราวุธ ชูประสิทธิ์ ผกก.สภ.เมืองภูเก็ตที่ สภ.เมืองภูเก็ต จากนั้นชุดสืบสวนได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางที่ใช้หลบหนี 

พ.ต.อ.สราวุธกล่าวว่า หลังก่อเหตุ ผู้ต้องหาได้เข้ามามอบตัวพร้อมให้การสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับชายไทยไม่ทราบชื่อสกุลจริง ชื่อเล่น ตานิด ในเรื่องการขับขี่รถที่ถนนขวาง ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต โดยมีปากเสียงกันรุนแรง ตนมีความแค้นเป็นอย่างมาก ต่อมาก่อนเกิดเหตุขณะที่ตนขี่รถ จยย.มาที่ตลาดเกษตร ถ.อ๋องซิมผ่าย ต.ตลาดใหญ่ อ.เมือง ห่างจากจุดเกิดเหตุราว 100 เมตร ตนได้สังเกตเห็นผู้ตาย หน้าตาคล้ายกับตานิด ตอนแรกเชื่อโดยสนิทใจว่าเป็นตานิด จึงได้ติดตามไป เมื่อถึงที่เกิดเหตุ จึงได้เข้าไปสอบถามว่าใช่ ตานิดหรือไม่ ผู้ตายตอบปฏิเสธ ผู้ตายไม่ใช่ ไม่รู้จักคนชื่อตานิดแต่อย่างใด ทำให้ผู้ต้องหาเกิดความโกรธ และได้ใช้อาวุธมีดที่เตรียมมากระหน่ำแทงผู้ตายและได้หลบหนีไปโดยผู้ต้องหาระบุว่าไม่ได้เอาทรัพย์สินของผู้ตายไปแต่อย่างใด เมื่อผู้ต้องหากลับถึงบ้าน เกิดสำนึกผิดและคิดว่าน่าจะเป็นการเข้าใจผิด จึงได้เดินทางมายัง สภ.เมืองภูเก็ตเพื่อมอบตัวรับทราบข้อกล่าวหา

...

ล่าสุดเวลา 10.00 น. วันที่ 30 ต.ค. 65 นางสาวมณีพร แป้นเงิน อายุ 24 ปี ลูกสาวและนางดารณี แป้นเงิน อายุ 48 ปีภรรยาของนายเจริญ แป้นเงิน ผู้เสียชีวิตได้เดินทางมายังสภ.เมืองภูเก็ต ขอเข้าพบพ.ต.ท.สากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต พนักงานสอบสวน เพื่อติดตามคดีและเรียกร้องขอความเป็นธรรม พร้อมคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหา

นางสาวมณีพร แป้นเงิน อายุ 24 ปี ลูกสาวนายเจริญ ผู้เสียชีวิต กล่าวว่าทำอะไรไม่ถูก ไม่ได้เตรียมใจไว้ เพราะพ่อเป็นคนที่แข็งแรง ไม่เคยคิดว่าพ่อจะจากไปไวขนาดนี้  พ่อจะมาซื้อของที่ห้างโกรเซอรี่แค่วันเสาร์ กับอาทิตย์ ปกติจะไปที่ดาวน์ทาวน์ ตอนนี้จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพราะคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม ในเมื่อจับคนร้ายได้ จะไปทำแผน แต่ก็ไม่มีการติดต่อแจ้งไปให้เราทราบเลย ว่าตอนนี้ได้ตัวคนร้ายแล้วและจะนำตัวไปทำแผน ไม่มีเลยเราต้องตามเรื่องเอง เมื่อวานถ้าไม่โทรหาทางตำรวจก็ไม่รู้ว่าเขาพาไปทำแผนกันอยู่ซึ่งตอนทำแผนกับคลิปกล้องวงจรปิดตอนหลบหนีตอนทำร้ายคุณพ่อ คิดว่าไม่ใช่เหมือนกับคนละคนกันด้วยรูปร่างลักษณะท่าทาง หลายๆ คนเห็นแบบนี้ว่าไม่ใช่คิดว่าคนละคนกัน

"คุณพ่อไม่เคยมีเรื่องกับใคร แม้กระทั่งกับเพื่อนหนูเอง ทุกคนรักคุณพ่อมากบางคนเดือดร้อนเรื่องเงินทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่มีอยู่แล้วแต่คุณพ่อก็ยังช่วย ขนาดว่ามีคนมาขี่รถเฉี่ยวรถหนูกระจกแตกหนูจะแจ้งความพ่อก็บอกว่าอย่าแจ้งเขาเลย ไม่ต้องทำเขาหรอกปล่อยเขาไปเถอะ พ่อไม่เอาเรื่องใครเลยพ่อเป็นคนที่ใจดีมากตอนทราบเพื่อนๆ ทราบเรื่องก็ร้องทุกคนรักคุณพ่อมาก อยากฝากบอกเจ้าหน้าที่ว่าให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้เร็วกว่านี้ให้โปร่งใส เพราะตอนนี้เราไม่รู้อะไรเลยเพราะไม่มีการแจ้ง วันนี้ที่เรามาตำรวจก็ไม่ได้ติดต่อให้เรามาแต่เรามาเองเพราะเรากลัวว่าคุณพ่อจะไม่ได้รับความยุติธรรม กลัวเรื่องจะเงียบไป คือสิ่งที่หนูกลัวที่สุดเลยคือเรื่องจะเงียบไป" นางสาวมณีพร บุตรสาวผู้ตายกล่าว

ด้านนางดารณี แป้นเงิน อายุ 48 ปีภรรยาของนายเจริญ ผู้เสียชีวิตกล่าวว่าตอนทราบข่าวทีแรกสามียังไม่เสียชีวิต ตกใจ ช็อกมาก พอหมอบอกช่วยไม่ได้ก็เข้าไปดูสภาพแกเห็นว่ามันโหดร้ายเกินไป แกไม่เคยมีปัญหากับใครไม่เคยไปทะเลาะกับใครขับรถก็ไม่เคยจะไปปาดหน้าใครแน่นอน เป็นคนชอบช่วยเหลือคนใครมีอะไรมาให้แกช่วยแกช่วยหมด จะบอกว่าการที่คุณกระทำเยี่ยงสัตว์ขนาดนี้มันรุนแรงเกินไปกว่าจะรับได้แล้ว อยู่ๆ คุณเดินเข้ามามอบตัวแล้วสารภาพว่าผิดตัวมันคิดได้เหรอคะมันเอาส่วนไหนมาคิด หมายความว่าคุณจะรับผิดชอบยังไงชีวิตเขาทั้งชีวิตเขาเป็นเสาหลักของชีวิต ในเมื่อไม่มีคุณพ่อแล้วเราสองคนแม่ลูกจะเดินต่อยังไง คุณไม่หยุดคิดเหรอว่าเขาบอกว่าไม่ใช่แต่คุณยังไม่หยุด จึงจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ไม่ว่าจะใดๆ จะไม่ยอมทั้งสิ้น แต่ที่กลัวคือเขานามสกุลที่เกี่ยวโยงกับคนดังกลัวคดีจะพลิกจะหัก กลัวคดีจะเงียบหายไปเฉยๆ พี่กลัวมากตรงนี้

"เมื่อคืนไม่มีฝันถึงเขาเลยนอนหลับ ตอนที่แกจะออกจากบ้านไปก็ไม่มีพูดอะไรเป็นลางบอกเหตุเลยไม่เคย คิดว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับชีวิตเรา ปกติไม่ค่อยได้ดูทีวี แม้แต่เฟซไม่เปิดดูเลยมีแต่เพื่อนๆ แสดงความเสียใจเข้ามา อยากฝากให้เจ้าหน้าที่ทำงานให้เต็มที่ขอให้ทำงานแบบตรงไปตรงมาไม่เห็นแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถึง เราเป็นประชาชนธรรมดา ขอฝากอยากให้ดำเนินคดีถึงที่สุด ถ้าคนเคยมีเรื่องกันมาแล้วมาทำแบบนี้เราพอจะรับได้แต่นี่ไม่เคยรู้จักกันเลย แล้วคุณมาทำขนาดนี้คุณไม่คิดถึงบ้างเหรอครอบครัวเขาจะอยู่ยังไง"

ด้าน พ.ต.ท.สากล ไกรนรา สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองภูเก็ต กล่าวว่าผู้ต้องหาซึ่งอยู่ในการควบคุมเกิดอาการเครียด และคิดจะฆ่าตัวตายสิบเวรก็พยายามเกลี้ยกล่อมพูดคุยให้กำลังใจและนำสิ่งของที่ผู้ต้องหาสามารถทำร้ายตัวเองนำออกจากห้องควบคุมขัง และให้ผู้ต้องหาเล่นหมากฮอสเพื่อคลายเครียด ร่วมกับผู้ต้องขังชาวพม่าเพื่อคลายเครียด ส่วนในด้านคดีตามกฎหมายในระหว่างสอบปากคำชั้นสอบสวนต้องมีทนายให้ผู้ต้องหา เพราะคดีนี้มีความผิดถึงขั้นประหารชีวิต โดยในวันพรุ่งนี้จะให้ทนายความมาร่วมในการสอบปากคำผู้ต้องหา หลังจากนั้นจะมีการยื่นคำร้องและนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดภูเก็ต โดยพนักงานสอบจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และตั้งข้อกล่าวหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและชิงทรัพย์

...

สำหรับทรัพย์สินของผู้ตาย เป็นพระเลี่ยมทองสมเด็จนางพญาสุโขทัย นายปัณณวิชญ์ ผู้ต้องหายืนยันว่า พระเลี่ยมทององค์ดังกล่าวได้หล่นบริเวณห้างโกรเซอรี่ สถานที่ที่ก่อเหตุ.