ไหว้สวย 2 ผู้บริหาร คลับวันพัทยา รับเมาพูดไม่คิด ปม "เคลียร์ส่วย" ทำไมถึงลงตรวจ พาดพิง ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 2 และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี
จากกรณี คลับวัน CLUB ONE Pattaya ผับดังเมืองพัทยา ย่านถนนเพ็ชรตระกูล อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันจังหวัดชลบุรี เจ้าหน้าที่ปกครองอำเภอบางละมุง เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนภาค 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจังหวัดชลบุรี และ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เข้าทำการตรวจสอบ แต่ปรากฏว่ามีการปะทะคารมระหว่างเจ้าหน้าที่กับเจ้าของผับ ตามที่ปรากฏภาพในคลิป ส่วนนักท่องเที่ยวกว่า 200 คน พากันแตกฮือ ไม่ให้ตรวจปัสสาวะ กรูกันวิ่งหนีออกจากผับ ด้านตำรวจยึดห่อพลาสติกใส บรรจุสิ่งคล้ายสารเสพติดเกลื่อนพื้น ก่อนควบคุมตัวคนดูแล แจ้ง 4 ข้อหาหนัก 1. จำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. จำหน่ายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด 3. เปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต 4. ยินยอมหรือปล่อยปละละเลยให้มีการพกพาอาวุธ วัตถุระเบิด หรือยาเสพติดเข้าไปสถานที่ของตน ส่งตัวให้ สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ล่าสุด เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา วันที่ 23 ตุลาคม 2565 นายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร อายุ 45 ปี และ นายแบงค์ วรรณสีทอง อายุ 46 ปี ซึ่งเป็นผู้บริหารของ ผับ “คลับวัน” และเป็นชายที่ปรากฏในคลิป ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเปิดใจกับผู้สื่อข่าว โดยเผยว่ารู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยยอมรับว่าขณะเกิดเหตุ อยู่ในการมึนเมา เนื่องจากดื่มไวน์เข้าไปเยอะ ประกอบกับที่ผ่านมา ทางร้านปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดมาโดยตลอดปิด-เปิดตรงต่อเวลาทุกครั้ง
จนกระทั่งในวันเกิดเหตุเป็นวันเสาร์ ลูกค้าเยอะ แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ลงตรวจ ด้วยความรู้ไม่ดีและเมา จึงพูดออกไปไม่คิด พร้อมทั้งขอโทษไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี รวมถึง ผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 2 ผู้บังคับการจังหวัดชลบุรี ที่พูดจาพาดพิง จนทำให้ท่านได้รับความเสื่อมเสีย โดยยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่เคยเข้าพบทั้ง 3 ท่าน เป็นการส่วนตัว และยังไม่เคยได้เข้าพบแม้แต่ครั้งเดียว นอกจากนี้ ขอโทษเจ้าหน้าที่ทุกนายที่มาปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วย
...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กำลังสัมภาษณ์ นายนิติพัฒน์ โชคชัยธนพร อายุ 45 ปี และนายแบงค์ วรรณสีทอง อายุ 46 ปี ผู้บริหารผับดังกล่าว อยู่ในสีหน้าเครียด และยกมือไหว้ขอโทษตลอดเวลา และพยายามจะพูดถึงในเรื่องของการทำตามกฎของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าการป้องกันเรื่องยาเสพติด อาวุธปืน และเยาวชน จนกระทั่งมาเกิดเหตุการณ์
สำหรับ ผับ คลับวัน ในอดีต ก่อนสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 เคยใช้ชื่อ โบน ผับ ต่อมาได้มีการเทคโอเวอร์ และเปลี่ยนผู้บริหารชุดใหม่แบบยกชุด โดยเปลี่ยนชื่อมาเป็น คลับวัน ผับ โดยเพิ่งเปิดให้บริการ ไม่ถึง 1 เดือน จนมาเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ล่าสุด เพจเฟซบุ๊ก ตำรวจภูธรภาค 2 โพสต์ข้อความระบุว่า ผบช.ภ.2 สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเจ้าหน้าที่ตรวจค้นสถานบริการ “คลับวัน” พัทยา
พลตำรวจตรี ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2/โฆษกตำรวจภูธรภาค 2 เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2565 เวลา 03.00 น. เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันจังหวัดชลบุรี อำเภอบางละมุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้สนธิกำลังเข้าตรวจค้นสถานบริการ “คลับวัน” พื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้นพบวัตถุคล้ายยาเสพติดอยู่ในผับดังกล่าว จึงได้ควบคุมตัวผู้ดูแลร้านมาดำเนินคดีในข้อหา ฝ่าฝืนลักลอบเปิดสถานบริการ จำหน่ายสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่งเสียงดัง ไม่ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID 2019) นำส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายใต้การอำนวยการของ พลตำรวจโท อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 พลตำรวจตรี สุรจิต ชิงนวรรณ์ และ พลตำรวจตรี ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ได้สั่งการให้ พลตำรวจตรี กิตติ์ธเนศ ธนนันท์ทวีสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วรายงานรายละเอียดพฤติการณ์แห่งคดี พร้อมผลการดำเนินการให้ตำรวจภูธรภาค 2 ทราบ ภายในวันที่ 26 ตุลาคม 2565 และหากมีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายใดเข้าไปเรียกรับผลประโยชน์หรือเกี่ยวข้องในทางมิชอบ ให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการพิจารณาความผิดไปตามอำนาจหน้าที่
พลตำรวจตรี ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2/โฆษกตำรวจภูธรภาค 2 ฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกท่าน หากพบเห็นการกระทำความผิดในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด การมั่วสุมกับยาเสพติด ขอได้โปรดแจ้งไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ทราบ ทางหมายเลขโทรศัพท์ 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป