"บิ๊กโจ๊ก" โชว์ปิดจ๊อบขยายผลคดีค้ามนุษย์เมืองดูไบ หลอกคนไทยไปบังคับค้าประเวณี โดยจับเจ้าหน้าที่ด่านตรวจสนามบิน 6 รายมีเอี่ยว พร้อมสั่งเข้มปราบปรามตั้งแต่ต้นทาง
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ต.ค.65 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผบ.ตร. / ผอ.ศพดส.ตร. แถลงการขยายผลจับกุมเจ้าหน้าที่ด่านตรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 5 คน ได้แก่ นายวัชระ อิศรางกูร ณ อยุธยา อายุ 52 ปี น.ส.ปิยวรรณ โกศลบุญ อายุ 53 ปี น.ส.สุจิตรตา อุมะลี อายุ 34 ปี นายธัญทัต หวังพานิช อายุ 39 ปี นายกฤษฏ์หิรัญ นิธิธัญรัตน์ อายุ 42 ปี ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับหรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่น สามารถจับกุมได้ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 2 ธ.ค.64 ตนได้ปฏิบัติร่วมกับกองบัญชาการตำรวจเมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เข้าช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปบังคับค้าประเวณี จากนั้นทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมเอเย่นต์ ทำหน้าที่หลอกเหยื่อไปทำงานได้ 3 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจยศ ส.ต.ท. สังกัด สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1 ราย ทำหน้าที่ช่วยรับตัวเหยื่อผ่านด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ด่านตรวจคนหางาน ทั้ง 4 คนนี้ถูกดำเนินคดีในความผิดฐานค้ามนุษย์
...
จากการสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า มีนายสัมพันธุ์ นิ่มอนงค์ อายุ 60 ปี เจ้าหน้าที่ด่านตรวจฯ เอื้อประโยชน์ให้เครือข่ายค้ามนุษย์โดยทำหน้าที่เป็นตัวการหลักในการประสานงานส่งต่อรายชื่อของเหยื่อที่จะเดินทางไปต่างประเทศ และรับเงินค่าดำเนินการจากเอเย่นต์หัวละ 3,000 บาท แล้วนำมาแบ่งจ่ายต่อให้กับผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจ เพื่อให้รายชื่อเหยื่อผ่านด่านตามขั้นตอนการตรวจสอบโดยง่าย
ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างขอหมายจับนั้นนายสัมพันธุ์ ได้ทำการรมควันในรถตัวเองเสียชีวิตไป เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่ผ่านมา เชื่อว่าเจ้าตัวรู้ว่าจะถูกจับกุมไม่อยากติดคุกจึงหนีความผิด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมเครือข่ายค้ามนุษย์เป็นเจ้าหน้าที่ด่านตรวจทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีนายโฮ จุน ฮาว อานุ 40 ปี สัญชาติมาเลเซีย น.ส.แสงดาว แสงฉวี อายุ 35 ปี ทั้งคู่ทำหน้าที่เป็นเอเย่นต์รอรับตัวเหยื่อที่ดูไบ โดยจะประสานอินเตอร์โพลออกหมายแดงตามจับต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากที่ได้มีการประสานงานเข้าช่วยเหลือเหยื่อการบังคับค้าประเวณีจากประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กลับมาแล้วนั้น ก็ได้มีนโยบายในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ตั้งแต่ต้นทาง คือขยายผลดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการหลอกคนส่งไปทำงานดังกล่าว ซึ่งได้มีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหามาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเมื่อมีการตรวจพบการกระทำผิดก็จะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด.