เรื่องฉาวในวงการสีกากี จับเพิ่ม ส.ต.อ. สภ.ปากน้ำระนอง ร่วมกับนายดาบ สภ.ราชกรูด ลักปืนหลวงขายซื้อไอซ์ พบผลฉี่ม่วงเหมือนกัน ด้านผู้การฯเรียกปืนหลวงกลับตรวจนับทั้งจังหวัด หลังพบแก๊งตำรวจมีสมาชิกร่วมทีมอีกอย่างน้อย 5 คน

กรณี ด.ต.ธปณัฐ จันทร์ทับ ผบ.หมู่ สส.สภ.ราชกรูด จ.ระนอง ได้ก่อเหตุลักอาวุธปืนจำนวน 7 กระบอก จากห้องคลังอาวุธ ออกไปขาย และในการตรวจค้นห้องพักเมื่อวันที่ 7 ต.ค.ที่ผ่านมา พบยาเสพติดประเภทไอซ์ พร้อมอุปกรณ์การเสพ และมีสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้น พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง ได้มีคำสั่ง ให้ ด.ต.ธปณัฐ จันทร์ทับ ออกจากราชการไว้ก่อน และแจ้งข้อหา จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในชุมชน, เสพยาเสพติดประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนกฎหมาย, มีเครื่องกระสุนที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ครอบครองได้ และข้อหาลักทรัพย์ในสถานที่ราชการ โดยสามารถติดตามอาวุธปืนของทางราชการกลับมาได้ 3 กระบอก เป็น อาวุธปืนยาวคาร์บิน M 4 จำนวน 1 กระบอก และอาวุธปืนพกสั้น 2 กระบอก พร้อมออกหมายจับผู้รับซื้ออาวุธปืน 2 ราย ในข้อหารับซื้อของโจร เป็นประชาชน 1 ราย และตำรวจ ตชด.1 ราย ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว

ความคืบหน้า วันที่ 12 ต.ค. พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า จากการสอบสวนปากคำ ด.ต.ธปณัฐ ให้การซัดทอดถึงเพื่อนตำรวจ ยศ ส.ต.อ.นายหนึ่ง สังกัด สภ.ปากน้ำระนอง ว่าเป็นผู้นำอาวุธปืนที่ตนขโมยมาจากคลังอาวุธ ไปขาย จึงนำตัวตำรวจคนดังกล่าวมาสอบสวนขยายผล และตรวจหาสารเสพติดในร่างกายซึ่งผลเป็นบวก

พล.ต.ต.เชิดพงษ์ กล่าวด้วยว่าในการซักถาม ส.ต.อ.คนดังกล่าว ทำให้ทราบว่ามีแก๊งตำรวจในกลุ่มของ ต.ค.ปฐกรณ์ อีกอย่างน้อย 4-5 คน ที่รวมตัวกันก่อเหตุและเสพสารเสพติด ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา ซึ่งมีทั้งข้าราชการตำรวจ ประชาชนทั่วไป ที่สำคัญพบว่ามีประชาชน ที่รับซื้ออาวุธปืนจากกลุ่มตำรวจกลุ่มนี้ ในลักษณะรับของโจรอันเป็นลักษณะการค้า อยู่ระหว่างการสอบสวนเส้นทางการเงิน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับบุคคลดังกล่าวในความผิดมูลฐานฟอกเงิน รวมถึงติดตามจับกุมกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดที่ตำรวจแก๊งไปติดต่อซื้อยาด้วย

...

"ล่าสุดสามารถติดตามอาวุธปืนของกลางมาได้อีก 1 กระบอก ยังเหลืออาวุธปืนพกสั้นอีก 3 กระบอกที่ยังไม่สามารถติดตามกลับมาได้ เนื่องจากพบว่ามีการนำไปขายต่อๆ กันไปหลายทอด แต่เราทราบเบาะแสเกี่ยวกับอาวุธปืนที่เหลือทั้งหมดแล้ว และเตรียมออกหมายจับเข้าควบคุมตัวผู้ครอบครอง โดยได้สั่งการให้ทั้ง 9 โรงพัก นำส่งอาวุธปืนทั้งหมดกลับเข้าตำรวจภูธรจังหวัดทันที ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจนับจำนวน เนื่องจากเราไม่ทราบว่ากลุ่มตำรวจกลุ่มนี้ก่อเหตุที่โรงพักใดบ้าง เราจำเป็นต้องตัดเนื้อร้ายเพื่อรักษาภาพลักษณ์ขององค์กรส่วนรวม ขอให้เชื่อมั่นว่าจะไม่มีการกลั่นแกล้ง แต่หากกระทำผิดก็ต้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดทันที" พล.ต.ต.เชิดพงษ์ กล่าว