สองหนุ่มอุ้มผู้ต้องสงสัยขโมยของไปสอบสวนและกระทืบเอง ขู่ ถ้าไม่อยากถูกถ่วงหินอยู่ใต้น้ำให้เอาของที่ขโมยมาคืน แล้วถ่ายคลิปส่งให้ญาติ อ้าง "แจ้งตำรวจก็ไม่ได้ของคืน จัดการเองดีกว่า" สุดท้ายญาตินำคลิปเป็นหลักฐานไปแจ้งความ ส่วนคนถูกกระทืบอาการสาหัส 

เวลา 10.00 น. วันที่ 11 ต.ค. พ.ต.ท.จิรศักดิ์ ภูแสนศรี พนักงานสอบสวน ได้นำตัว นายอารมณ์ โทนเดียว อายุ 42 ปี บ้านเดิมอยู่ หมู่ 2 ต.ท่าจีน อ.เมือง จ.สมุทรสาคร และนายธีระเดช สมใจ อายุ 49 ปี อยู่หมู่ 1 ต.หนองกวั่ง อ.บ้านม่วง จ.สกลนคร มาสอบปากคำ

หลังจากที่ทั้ง 2 คนได้อุ้ม นายอัมรินทร์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี จากบ้าน หมู่ 4 ต.บ้านเหล่า อ.เจริญศิลป์ จ.สกลนคร ซึ่งเป็นบ้านพักของนายอัมรินทร์ ด้วยการซ้อน 3 ไปกับรถ จยย. ยี่ห้อฮอนด้า ไม่มีทะเบียน พร้อมกล่าวหาว่า นายอัมรินทร์ ขโมยมอเตอร์ปั่นไฟมูลค่า 2 หมื่นกว่าบาทไป และยืมรถ จยย.ฮอนด้าเวฟ สีดำ จำหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ของนายอารมณ์ ไปเมื่อก่อนหน้านี้หลายวัน แล้วไม่ยอมคืนรถ จึงออกตามมา ถามก็บ่ายเบี่ยงปฏิเสธว่าอยู่ที่โน่นที่นี่ จนกระทั่งเมื่อเย็นวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา จึงไปที่บ้านของนายอัมรินทร์แล้วนำตัวไปในที่เปลี่ยวในตำบลหนองกวั่ง ในเขตอำเภอบ้านม่วง ทำร้ายด้วยการชกต่อย เตะ กระทืบ

จากนั้นได้ถ่ายคลิปตอนทำร้ายนายอัมรินทร์ จนสะบักสะบอม ใบหน้าบวมปูด ส่งให้ญาติของนายอัมรินทร์ เพื่อให้นำสิ่งของที่หายไปมาแลกเปลี่ยนกับตัวนายอัมรินทร์กลับไป ซึ่งในคลิปมีเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด และเสียงนายธีระเดช ข่มขู่ตลอดเวลาว่า “มึงบอกมา จะได้ไม่ต้องลงน้ำแล้วถูกหินถ่วง” จากนั้นก็มีเสียงเตะดังออกมาจากคลิปหลายครั้ง

ในที่สุด น.ส.นาริน อายุ 24 ปี น้องสาวของผู้ถูกทำร้ายได้เข้าแจ้งความกับ พนักงานสอบสวน สภ.เจริญศิลป์ เมื่อเย็นวันที่ 10 ต.ค. หลังจากเห็นคลิปพี่ชายถูกทำร้าย จากนั้น พ.ต.อ.พยุงศักดิ์ นามวรรณ รอง ผบก.ภ.สกลนคร รีบเดินทางไปช่วยเหลือคนเจ็บ และจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คน โดยนำตัวคนเจ็บส่งรพ.เจริญศิลป์ แต่อาการสาหัส จึงถูกส่งต่อไป รพ.สมเด็จพระยุพราชสว่างแดนดิน

...

ทางด้านผู้ต้องหาทั้ง 2 ยังให้การภาคเสธ บอกว่าจะไปให้การในชั้นศาล ผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมไม่แจ้งตำรวจ นายธีระเดช กล่าวว่า "แจ้งแล้วจับได้มั้ย บอกผมเป็นตัวอย่างสักคดีซิ เอามันมาทำแบบนี้ ไม่ได้ของแต่ก็สะใจ" เบื้องต้นตำรวจได้ตั้งข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว หรือกระทำการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ต้องระวางโทษไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 1 แสนบาท