เหตุชิงทรัพย์อุกอาจที่บ้านบึง คนร้ายแต่งกายคล้ายไรเดอร์ตะโกนด่าเสมียนสาวกับคนขับรถ ขณะเบิกเงิน 3.5 ล้านของนายจ้างจากธนาคารเพื่อเบี่ยงเบน ก่อนคว้ากระเป๋าใส่เงินกว่า 3.4 ล้านหนีไป ล่าสุดรถจยย.ที่ก่อเหตุทิ้งไว้ในป่าอ้อย และเสมียนสาวมีพิรุธ
ที่ชลบุรี กรณีคนร้ายสวมชุดแกร็บ ลงมือก่อเหตุชิงเงินกว่า 3.4 ล้านบาท โดยทำทีขี่รถมาแล้วตะโกนเหมือนทะเลาะกันกับคนขับรถ ก่อนที่จะวิ่งไล่ทำร้ายกัน แล้วคนร้ายย้อนกลับมาที่รถจักรยานยนต์ คว้าเอากระเป๋าเป้ใส่เงินสดหลบหนีไป
โดยเหตุเกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 กันยายน พ.ต.อ.ทวี กุดแถลง ผู้กำกับการ สภ.บ้านบึงได้รับแจ้งเหตุชิงเงิน ภายในซอยราษฎร์อุทิศ ด้านหลังธนาคารไทยพาณิชย์ เขตเทศบาลเมืองบ้านบึง อำเภอบ้านบึง จึงรีบนำกำลังตำรวจในสังกัดพร้อมด้วยชุดสืบสวนเข้าตรวจสอบ พอพบรถตู้สีขาว ยี่ห้อนิสสันเออร์แวน หมายเลขทะเบียน 40-1193 ชลบุรี จอดอยู่ริมถนนใกล้กับร้านหอยทอด และผู้เสียหาย คือนางสาวประภาพร บุญมีสนม อายุ 29 ปี อยู่ในอาการตกใจ
สอบถามนางสาวประภาพร ทราบว่า ได้มาเบิกเงินกับธนาคารกรุงเทพ สาขาบ้านบึง เพื่อเอาไปจ่ายค่าแรงให้กับพนักงานโดยจะมาเบิกทุกวันที่ 5 และวันที่ 20 ของเดือน โดยมีนายกฤษชภัชร์ สุรกุล อายุ 24 ปี เป็นคนขับ จอดรถเอาไว้ที่จุดเกิดเหตุ แล้วเดินเข้าไปเบิกเงินจำนวน 3,500,000 บาท จากนั้นเดินกลับมาที่รถ มีนายกฤษชวัชร์ ถือกระเป๋าเป้ใส่เงิน จำนวน 3,460,000 บาท ส่วนตนนำเงินธนบัตรฉบับละ 20 บาท และ 100 บาทรวมกัน 40,000 บาทใส่ในกระเป๋าถือสีดำ
...
ขณะที่เดินมาที่ประตูฝั่งคนนั่งโดยสาร เมื่อเปิดประตูออก เห็นคนขับวางกระเป๋าเป้ไว้ด้านใน จากนั้นมีชายรูปร่างใหญ่สวมชุดสีเขียว แต่งกายเป็นไรเดอร์ส่งอาหาร เปิดประตูพร้อมกับพูดว่า "มึงชอบเมียชาวบ้านมากใช่ไหม" ก่อนที่จะชกต่อยกัน จากนั้นนายกฤษชภัชร์ พยายามจะใช้เท้าถีบ ชายคนที่มาทำร้ายอ้างว่า กูมีปืน ทำให้นายกฤษชภัชร์ วิ่งหนีจากรถเข้าไปในซอย ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งตามหวังจะทำร้าย ส่วนตนเองระหว่างเกิดเหตุได้ร้องบอกว่าไม่ใช่ ไม่มีแฟน หนูโสด ขณะเดียวกันนายกฤษชภัชร์ ก็ร้องบอกว่า ไม่ใช่ผม พี่จำผิดหรือเปล่า (ข้อความตามที่ผู้เสียหายเล่า) ต่อมาคนร้ายได้วิ่งย้อนกลับมาที่เกิดเหตุขึ้นคร่อมรถก่อนที่จะคว้าเอากระเป๋าเป้ที่วางอยู่ในรถไป ตนพยายามแย่งแต่ไม่สามารถทำได้ ก่อนไปยังตะโกนบอกว่ามึงรักมัน ชอบมันมากใช่ไหม ก่อนที่จะขี่รถจักรยานยนต์ สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว
ล่าสุด เวลา 09.00 น. วันที่ 21 กันยายน เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เชิญตัว 2 หนุ่มสาว ที่เป็นคนถ่ายคลิปเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ที่คนร้ายลงมือทำท่าทีเหมือนมีเรื่องพูดเบี่ยงเบนว่าคนขับรถมายุ่งกับเมียเขาทำไม ก่อนที่จะชิงกระเป๋าหลบหนีไป โดยนายเอ (นามสมมติ) เล่าว่าทีแรกไม่รู้เรื่อง เห็นเขาทะเลาะกันก็เลยเอาโทรศัพท์ขึ้นมาถ่าย ซึ่งทีแรกถ้ารู้ว่าไม่ใช่เรื่องชู้สาวตนคงต้องวิ่งไปช่วยแน่
ส่วนพนักงานทั้งสองคน ทางตำรวจได้แยกกันสอบเครียด ทั้งนายกฤษชภัชร์ สุรกุล อายุ 24 ปี เป็นคนขับ และนางสาวประภาพร บุญมีสนม พนักงานการเงิน ตลอดทั้งวันของเมื่อวานที่ผ่านมาและได้ปล่อยตัวกลับบ้านในเวลา 21.00 น. โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนในเบื้องต้นไม่พบข้อสงสัยนายกฤษชภัชร์ แต่ยังคงติดใจนางสาวประภาพร เนื่องจากพบสัญญาณโทรศัพท์เชื่อมต่อกับผู้ต้องสงสัย คาดว่าน่าจะเป็นน้องชาย แต่นางสาวประภาพร ยังคงให้การปฏิเสธ ไม่รู้ไม่เห็น
ขณะเดียวกัน ช่วงเช้าที่ผ่านมาทางชุดสืบสวน สภ.บ้านบึง ได้ลงพื้นที่ตามกล้องวงจรปิดที่รถจักรยานยนต์คันก่อเหตุหลุดหายไปจากกล้อง บริเวณถนนเซิดน้อย-มาบไผ่ หมู่ 5 ตำบลมาบไผ่ อำเภอบ้านบึง พบรถจักรยานยนต์คันก่อเหตุ ถูกทิ้งอยู่ไร่อ้อย ที่อยู่ห่างจากริมถนนไปประมาณ 100 เมตร เป็นรถจักรยานยนต์คันเดียวกันตรงตามกล้องวงจรปิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ โดยในเบื้องต้นได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานภาค 2 เข้ามาเก็บหลักฐานเพื่อไปประกอบทางคดี หลังพบรถจักรยานยนต์
พ.ต.อ.เอกภพ อินทวิวัฒน์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เปิดเผยความคืบหน้าว่า ตอนนี้เจอรถจักรยานยนต์ของคนร้ายแล้วใน ขั้นตอนต่อไปก็คงต้องประสานพิสูจน์หลักฐานเข้าไปพิสูจน์ และเรามีเป้าหมายผู้ต้องสงสัยหรือคนร้ายแล้ว คาดว่าไม่นานจะได้ตัว ขณะเดียวกันทางผู้สื่อข่าว ได้รับข้อมูลว่าขณะนี้ ตำรวจกำลังตามประกบตัวผู้ต้องสงสัยชิงเงินที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นญาติพี่น้องกับทางเสมียนเบิกเงิน ที่อาจมีส่วนรู้เห็น ซึ่งตอนนี้ตำรวจยังเค้นสอบ แต่ยังให้การปฏิเสธ