ผู้รับเหมาที่เกาะสมุยใช้ปืนยิงอดีตลูกน้องที่เพิ่งไล่ออก มาทวงเงินที่ติดค้างอยู่ประมาณ 1 หมื่นบาท เกิดทะเลาะกัน ยิงคู่กรณีดับ 1 พี่ชายมากับน้อง โดนยิงบาดเจ็บไปด้วย
เวลา 08.30 น. วันที่ 20 ก.ย. 65 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งมีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย ต่อมา ร.ต.อ.พงษ์นที อุบล รอง สว.สอบสวน พร้อมด้วย พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังค์ ผกก.สภ.เกาะสมุย พ.ต.ท.วรพงศ์ ชุมวรฐายี รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ชัชชีวิน นาคมูสิก รอง ผกก.ป. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจชุบสืบสวนลงพื้นที่เกิดเหตุ ลานจอดรถหน้าบ้านเลขที่ 67/2 ม.2 ต.แม่น้ำ อ.เกาะสมุย
ที่เกิดเหตุพบรอยเลือดของผู้บาดเจ็บ 2 ราย มีนายรอมยี ดือราแม อายุ 47 ปี ถูกยิงเข้าด้านหลังเหนือสะโพกขวา 1 นัด และนายฟาสือลี ดือราแม อายุ 43 ปี น้องชายถูกยิงเข้าไหปลาร้าขวา 1 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัสและไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลเกาะสมุย ส่วนผู้ก่อเหตุคือ นายกุณฑล กำราญศึก อายุ 47 ปี ผู้รับเหมางานตกแต่งภายใน เป็นนายจ้างของผู้เสียชีวิต รอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ใช้ก่อเหตุ และเครื่องกระสุนปืน
สอบถามลูกชายผู้ก่อเหตุที่อยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าผู้ตายและญาติของผู้ตายที่เป็นลูกน้องของพ่อประมาณ 5 คน ได้มาที่บ้าน เพื่อเตรียมตัวจะไปทำงาน แต่ผู้ตายซึ่งไม่ได้ไปทำงานแล้ว เนื่องจากถูกพ่อตนไล่ออกจากงาน ได้เดินทางมาด้วย และเกิดมีปากเสียงกับพ่ออย่างรุนแรงถึงขั้นมีการด่าทอกัน ก่อนที่จะเกิดยิงกันขึ้น
ขณะที่ พ.ต.อ.พงษ์ขจร สุกกสังค์ ผกก.สภ.เกาะสมุย กล่าวว่า จากการสอบสวนผู้ก่อเหตุในเบื้องต้น ทราบว่าชนวนเหตุน่าจะเกิดจากเรื่องงานที่ทำร่วมกัน โดยก่อนหน้านี้ นายกุณฑล ซึ่งเป็นนายจ้างได้มีปากเสียงกับนายฟาสือลี ชาวจังหวัดนราธิวาส ผู้ตาย ในที่ทำงาน ถึงขั้นผู้ก่อเหตุไล่ผู้ตายออกจากงานเมื่อวานนี้ ก่อนที่ในช่วงเช้าของวันนี้ ผู้ตายเดินทางมาที่บ้านของผู้ก่อเหตุและมีปากเสียงกันอีกครั้งจนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น ซึ่งตำรวจจะเรียกพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมดมาสอบปากคำเพื่อประกอบคดี และเตรียมแจ้งข้อหากับผู้ก่อเหตุฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่า ครอบครองอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต
...
ส่วนนายรอมยี ดือราแม อายุ 47 ปี ที่ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ และเป็นพี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า ได้ยินเสียงผู้ตายทะเลาะกับผู้ก่อเหตุ เนื่องจากบ้านอยู่ใกล้กัน จึงเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งทราบแต่เพียงว่าน้องชายมาทวงเงินค่าแรงจากผู้ก่อเหตุซึ่งเป็นนายจ้างหลังถูกไล่ออก แต่ตกลงกันไม่ได้ ตนจึงบอกน้องชายว่าให้กลับไปบ้านก่อน แต่พอเดินหันหลังผู้ก่อเหตุได้ยิงใส่ 1 นัด ก่อนที่จะยิงน้องชายอีก 1 นัด จนตนและน้องชายทรุดกองกับพื้น
ทั้งนี้จากการสอบบปากคำพยานคนอื่น ทราบว่าผู้ตายได้มาทวงเงินค่าแรงครึ่งเดือนหลังที่ค้างอยู่ประมาณ 10,000 บาท เพื่อจะเดินทางกลับบ้านที่จังหวัดนราธิวาส แต่ผู้ต้องหาไม่ให้ อ้างว่ายังไม่ถึงสิ้นเดือน ทำให้ทั้งคู่มีปากเสียงกัน.