เพจสายไหมต้องรอด พาตาของวัยวุ่น 16 ปี ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มขึ้นรถจากปากเกร็ด ไปทิ้งไว้ข้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ พื้นที่ฉะเชิงเทรา สภาพน้ำลายฟูมปาก ร้องกองปราบ เชื่อถูกชักจูงเข้าร่วมแก๊งพนันออนไลน์ เพราะก่อนถูกจับตัวไปมีเงินจับจ่ายคล่องมือ ส่วนกรณีรับจ้างปิดบัญชีม้าแล้วโกงเงินเว็บพนัน 3 แสนก็มีความเป็นไปได้  

ที่สำนักงาน เพจสายไหมต้องรอด ซอยสายไหม 38 เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 18 ก.ย. นายบุญเลิศ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ ตาของนายโสฬส หรือฟลุ๊ก อายุ 16 ปี นำภาพเหตุการณ์ขณะที่อาสากู้ภัย และตำรวจทางหลวง เข้าไปช่วยเหลือ นายฟลุ๊ก ถูกทิ้งไว้ที่บริเวณข้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ พื้นที่รับผิดชอบของ จ.ฉะเชิงเทรา มาให้นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือในการประสานแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บช.ก. เนื่องจากกังวลว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะตั้งแต่หลานชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวไปทำร้ายร่างกาย ตำรวจท้องที่รับผิดชอบ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ยังไม่มีการสอบสวนกรณีนี้เลย

นายบุญเลิศ เปิดเผยว่า นายโสฬสหลานชาย เรียนจบแค่ม.3 ยังไม่ได้ทำงาน ตนเลี้ยงมาตั้งแต่เล็กเนื่องจากพ่อแม่เลิกกัน ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ติดต่อมาทำที ขอซื้อรถจักรยานยนต์ที่หลานชายโพสต์ขาย โดยมีการนัดดูรถจักรยานยนต์กันที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์แห่งหนึ่ง ซอยวัดกู้ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จากนั้น 1 ในกลุ่มชายฉกรรจ์ กลับใช้ปืนจี้บังคับเอาตัวหลานชายขึ้นรถยนต์ไป เหตุเกิดเวลา 14.00 น. วันที่ 16 ก.ย. ที่ผ่านมา

จนกระทั่งเวลาประมาณ 22.00 น. วันเดียวกัน ตำรวจทางหลวง แจ้งกลับมาที่ครอบครัวว่า พบหลานชาย ในสภาพน้ำลายฟูมปาก และได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกทิ้งที่บริเวณข้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ เจ้าหน้าที่นำตัวไปส่งรักษาที่ รพ.ลาดกระบัง เมื่อหลานชายรู้สึกตัวได้บอกกับเจ้าหน้าที่ โทรมาแจ้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 17 ก.ย. ตนจึงเดินทางไปหาหลานชาย แต่แพทย์ยังไม่ยอมให้เข้าเยี่ยม เนื่องจากยังรักษาในห้องไอซียู

...

ต่อมา เวลา 14.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญขาการตำรวจสอบสวนกลาง (กองปราบ) นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานายบุญเลิศ ตาของนายโสฬส หรือฟลุ๊ก อายุ 16 ปี ที่ถูกอุ้มตัวไปทำร้ายและถูกทิ้งที่ข้างทางด่วนมอเตอร์เวย์ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา เหตุเกิดเมื่อบ่ายวันที่ 16 กันยายน ที่ผ่านมา เข้าพบ พ.ต.ต.นันท์พิพัฒน์ ผังดี สารวัตร (สอบสวน) กก.2.บก.ป. เพื่อขอให้กองปราบปรามรับโอนคดีนี้มาดูแล และสืบสวนสอบสวน เพื่อให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวเหยื่อ เพราะดูเหมือนคดีมีปัญหา อีกทั้งเหตุเกิดต่อเนื่องหลายพื้นที่ หวั่นไม่ได้ความเป็นธรรม และคดีนี้อาจเกี่ยวพันกับคนมีสีและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

นายบุญเลิศ กล่าวว่า สาเหตุที่หลานชายถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อุ้มตัวไปซ้อมทรมาน อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มเครือข่ายเว็บพนัน เพราะระยะหลังนี้ หลานชาย มีเงินจับจ่ายใช้สอยมากผิดปกติ แต่ส่วนตัวยังไม่ได้ข้อเท็จจริงจากหลานชาย เคยถามหลานว่าเอาเงินที่ไหนไปซื้อรถจักรยานยนต์ถึง 2 คัน ราคาเป็นแสน แต่หลานอ้างว่า ชนะพนันออนไลน์มาแต่ตนไม่ปักใจเชื่อ พยายามสังเกตพฤติกรรมอยู่แต่มาเกิดเรื่องเสียก่อน ที่ผ่านมาหลานไม่เคยนำเงินมาให้ตนแม้แต่บาทเดียว แต่ยอมรับหลานเป็นคนเที่ยวกลางคืนกลับบ้านดึกดื่นเกือบเช้าทุกวัน ได้แต่ตักเตือนสั่งสอนว่าอย่ายุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมาย

ส่วนกรณีที่สื่อมวลชนลงข่าวหลานชายรับจ้างเปิดบัญชีม้าให้กับเว็บพนันออนไลน์และถอนเงินออกมาจากบัญชีถึง 3 แสนบาท จนเป็นเหตุให้ถูกอุ้มนั้น มีความเป็นไปได้สูงเพราะก่อนเกิดเหตุ 2-3 วันยอมรับหลานชายใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ข้อมูลข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไรคงต้องรอถามอีกครั้ง หลังจากแพทย์โรงพยาบาลลาดกระบัง อนุญาตให้เยี่ยม

ขณะที่นายเอกภพ กล่าวว่า ได้ประสานกับพนักงานสอบสวนกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้กองปราบเข้ามาสอบสวนคดีนี้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าพฤติกรรมของผู้ที่ก่อเหตุมีความเชี่ยวชาญและอุกอาจ เชื่อว่า น่าจะมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ และเกี่ยวข้องผู้หลักผู้ใหญ่บางคนให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง ครอบครัวเหยื่อเกรงว่ากลุ่มคนร้ายจะโกรธแค้นที่ถูกแจ้งความดำเนินคดี อาจมาก่อเหตุกับครอบครัวเช่นเดียวกับหลานชายวัย 16 ปีด้วย

ด้านพนักงานสอบสวน ได้รับคำร้องดังกล่าวไว้พิจารณาพร้อมสอบปากคำนายบุญเลิศ ไว้ เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป

ที่เกิดเหตุอุ้ม
ที่เกิดเหตุอุ้ม

สำหรับเหตุการณ์นี้ เกิดขึ้นเมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 16 ก.ย. พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บที่ร้านซ่อมจยย.ช่างน็อต เลขที่ 2/10 หมู่ 2 ซอยอัมพรไพศาล ถนนติวานนท์ ต.บางพูด ไปสอบสวนพร้อมด้วย พ.ต.ท.วรพจน์ ฉิมลอยลาภ สว.สส.

ที่เกิดเหตุพบกองเลือดไหลหยดเป็นทางอยู่บนพื้นหน้าร้าน ใกล้กันพบอาวุธปืนขนาด .38 พร้อมกระสุน 6 นัด ตกอยู่ข้างกองเลือดและหัวสุน 1 หัว ห่างไปเล็กน้อยพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. 1 ปลอกตกอยู่ที่พื้น ทราบว่าผู้ได้รับบาดเจ็บชื่อนายสุรชัย ไพทยะทัต อายุ 26 ปี อยู่ซอยวัดจันทร์ใน แขวงบางคอแหลม เขตบางคอแหลม กทม. ถูกยิงเข้าสะบักหลังซ้าย 1 นัด และกลางหลัง 1 นัด ถูกนำส่ง รพ.ชลประทานปากเกร็ด ไปแล้ว นอกจากนี้กลุ่มผู้ก่อเหตุยังใช้อาวุธปืนจี้บังคับนายโสฬส หรือฟลุ๊ก อายุ 16 ปี ขึ้นรถยี่ห้อฟอร์จูนเนอร์ สีดำ หมายเลขทะเบียน 5 กผ 7689 อุตรดิตถ์ หลบหนีไป

...

จากการสอบปากคำเพื่อนนายโสฬส ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ นายโสฬสขี่รถจยย.ยี่ห้อคาวาซากิ เซอร์ปิโก้ สีเขียว สภาพแต่งซิ่ง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มารับตนจากย่านบางใหญ่ ชวนให้มาที่ร้านซ่อมจยย.ที่เกิดเหตุ จากนั้นประมาณ 30 นาที มีกลุ่มของนายสุรชัยกับพวกอีก 6-7 คน นั่งรถฟอร์จูนเนอร์และรถเก๋งอีกคันไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ก่อนที่คนร้ายจะชักปืนยิงถูกนายสุรชัยจนได้รับบาดเจ็บและจี้บังคับนายโสฬสขึ้นรถหลบหนีไป.