กัน จอมพลัง นำธุรการสาวเหยื่อสิบเอกหื่น บุกข่มขืนพบตำรวจตามคดี ตร.จ่อเรียก ส.อ.รายนี้รับทราบ 4 ข้อหาหนัก ชี้ ผู้บังคับบัญชาห่วงแต่ชื่อเสียง ปกป้องคนผิดแบบนี้ แทนที่จะลงโทษอย่างตรงไปตรงมา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 14 ก.ย. 65 นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ “กัน จอมพลัง” พร้อม น.ส.ออย (นามสมมติ) ผู้เสียหายจากการถูกทหารยศสิบเอกทำการคุกคามทางเพศ เพื่อติดตามความคืบหน้าในการสอบสวนดำเนินคดี โดยเข้าพบ พ.ต.อ.เตชินท์ บรรจง ผกก.สภ.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี และ พ.ต.ท.วิทวัช น้อยพานิช รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า ร่วมให้ข้อมูลที่ห้องประชุม ศปก.สภ.ลาดหญ้า
ผกก.สภ.ลาดหญ้า เปิดเผยว่า จากการสอบสวน พฤติการณ์ของคดีนี้เกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค. 2565 ขณะที่ น.ส.ออย ผู้เสียหายพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักข้าราชการทหาร ได้มี ส.อ.กิตติศักดิ์ (สงวนนามสกุล) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานได้บุกรุกเข้ามาภายในบ้านพักของ น.ส.ออย แล้วล็อกประตูบ้าน ต่อมา ส.อ.กิตติศักดิ์ได้สอบถาม น.ส.ออย ว่าแฟนอยู่หรือไม่ เมื่อรู้ว่าแฟนของ น.ส.ออย ไม่อยู่ที่บ้านพักอาศัย ส.อ.กิตติศักดิ์ ได้เข้าไปลวนลาม น.ส.ออยโดยการกอดจากบริเวณด้านหลังพร้อมทั้งพูดกับ น.ส.ออย ในทำนองขอมีเพศสัมพันธ์ด้วย โดยผู้เสียหายไม่ยินยอม จึงได้บอกกับผู้ก่อเหตุว่าจะนำเรื่องดังกล่าวไปบอกแฟนของผู้ก่อเหตุ และนำโทรศัพท์มือถือมาบันทึกภาพและคลิปวิดีโอเอาไว้ ส.อ.กิตติศักดิ์ เห็นจึงได้ใช้มือปัดมือถือของ น.ส.ออยหล่นลงกับพื้นได้รับความเสียหาย
...
จากนั้นได้ลวนลามและพยายามข่มขืน น.ส.ออย แต่ไม่สามารถกระทำไปได้สำเร็จโดยตลอด เนื่องจาก น.ส.ออย ได้ออกอุบายให้ ส.อ.กิตติศักดิ์ หยุดการกระทำ และอยู่ระหว่างมีประจำเดือนเพศหญิง หลังเกิดเหตุ ส.อ.กิตติศักดิ์ ได้หลบหนีไปจากบริเวณที่เกิดเหตุ ต่อมา น.ส.ออย จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.ธีรยุทธ อังวะ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ลาดหญ้า เพื่อให้ดำเนินคดีกับส.อ.กิตติศักดิ์ ตามกฎหมายต่อไปจนกว่าคดีจะถึงที่สุด จากการสอบปากคำ จนท.ทราบตัวผู้ถูกกล่าวหาอยู่ในระหว่างการส่งเอกสารไปยังหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อตรวจสอบสถานะบุคคล เมื่อได้รับการยืนยันจากต้นสังกัด ทางพนักงานสอบสวนก็จะเรียกผู้ถูกกล่าวหามารับทราบข้อกล่าวหา
"ในเบื้องต้นพบว่าผู้ถูกกล่าวหาน่าจะมีความผิด 4 ฐานความผิด คือ 1.พยายามข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ (ป.อาญา มาตรา 276 ประกอบกับ มาตรา 80) 2.กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดยใช้กำลังประทุษร้าย และได้กระทำโดยใช้วัตถุอื่นหรืออวัยวะอื่น ซึ่งมิใช่อวัยวะเพศล่วงล้ำอวัยวะเพศของบุคคลนั้น (ป.อาญา มาตรา 278 วรรคแรก และวรรคสอง) 3.เข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยไม่มีเหตุอันสมควร (ป.อาญา มาตรา 364) และ 4.ทำให้เสียทรัพย์ (ป.อาญา มาตรา 358) สืบเนื่องจากผู้กระทำผิดเป็นทหาร หลังจากนั้น ก็จะทำการสอบปากคำผู้ต้องหาตามกระบวนการสอบสวนต่อไป โดยจะเร่งรัดดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งฟ้องต่ออัยการศาลทหารเพื่อพิจารณาสั่งฟ้องต่อศาลทหารต่อไป" พ.ต.อ.บรรจง กล่าว
ด้าน น.ส.ออย ผู้เสียหาย กล่าวว่า เหตุการณ์ตามคลิปเกิดขึ้นที่บ้านพักในค่ายทหาร ช่วงเช้าวันที่ 24 ส.ค. 2565 ที่ผ่านมา ขณะที่กำลังเปลี่ยนชุดเพื่อออกไปราชการกับหัวหน้า หลังเกิดเรื่องได้เข้าไปแจ้งรองผู้บัญชาการว่าเกิดเหตุอะไรขึ้น รอง ผบ.แจ้งว่าจะให้ผู้กระทำผิดมาขอขมา ระยะเวลาผ่านไป 5 วันยังไม่มีความคืบหน้า ทางสามีเลยพาตนมาลงบันทึกประจำวันในวันที่ 29 ส.ค. 65 ทางร้อยเวรแนะให้ไปคุยกับผู้บังคับบัญชาก่อน ถ้าหากไม่ได้รับความเป็นธรรมให้มาแจ้งความใหม่ จากนั้นเมื่อได้พบผู้บังคับบัญชา พร้อมบันทึกประจำวัน ผู้บังคับบัญชาบอกว่าภายในวันนี้จะให้ผู้กระทำผิดมาเยียวยาค่าเสียหาย และมาขอขมาลาโทษ แต่ทางครอบครัวไม่ยอม เพราะเหยื่อถูกเพิกเฉย ผ่านไป 7 วันเรื่องไม่คืบหน้า จึงขึ้นไปหาผู้บัญชาการอีกครั้ง มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน แต่ไม่ได้สอบสวนเรื่องตนถูกละเมิด เป็นตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีรูปหลุดของผู้กระทำความผิดขึ้นบนโลกออนไลน์ ทำให้ถูกตั้ง คกก.สอบสวน จึงขอความช่วยเหลือจากสื่อเพราะกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม
"ส่วนตัวกังวลเรื่องที่ทางผู้ก่อเหตุเป็นข้าราชการทหารด้วย เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องเค้าไม่เคยมาทำงานเลยมาแค่ตอนสอบ เรื่องที่สอบก็คือเป็นภาพหลุดที่เขาก็ไปทำอนาจารคนอื่น แล้วกลัวว่ามันจะเสียหายต่อหน่วยที่เขาทำไป กลายเป็นเรื่องที่หนูโดนกระทำการพยายามข่มขืน กลายเป็นเบี่ยงประเด็นไม่เรียกสอบในวันนั้น แล้วหนูถามหาว่าเมื่อไหร่จะสอบเรื่องของหนู ถัดไปอีกวันถึงสอบทั้งๆ ที่เรื่องหนูเป็นเรื่องเร่งด่วนที่หนูขอความเป็นธรรมขอความปลอดภัยกับตัวหนู" น.ส.ออย ผู้เสียหาย กล่าว
...
น.ส.ออย กล่าวต่อว่า ทางผู้ก่อเหตุ มีพฤติกรรมแบบนี้กับผู้หญิงหลายคนในหน่วยแล้ว 2-3 คน ผู้ก่อเหตุชอบมีอะไรกับคนอื่นแล้วเอาคลิปมาประจาน เอามาอวดอ้างที่ทำงาน ว่าคนนี้ได้แล้ว แอบถ่ายคลิปน้องคนนี้ ด้วยความที่ผู้ก่อเหตุเป็นลูกเจ้าของโรงสี ทุกคนคิดว่าเขามีเงิน ทุกคนจะยอมให้เขา แต่ทางผู้เสียหายมีครอบครัวแล้วยอมให้เขาไม่ได้ ทางผู้เสียหายจึงเรียกร้องสิทธิเสรีภาพ จะมาข่มเหงกันเพราะเป็นเด็กนาย เป็นเจ้าของโรงสี ทางผู้เสียหายจึงต้องสู้ ด้วยความที่ตัวเองเป็นผู้หญิงสู้แรงผู้ชายไม่ไหว จึงบอกกับทางผู้ก่อเหตุไปว่าเป็นประจำเดือน ปล่อยพี่ไป แต่ทางผู้ก่อเหตุบอกว่าไม่ได้หรอก ถ้าวันนี้ผมไม่ได้พี่ พี่ต้องแฉผม แล้วเขาเตรียมจะแบล็กเมล์ด้วย เพราะผู้ก่อเหตุชอบมีอะไรกับคนอื่นแล้วมาโชว์ว่า เก็บแต้มว่าคนในหน่วยคนนี้ ได้แล้ว แต่ตนไม่คิดว่าทางผู้ก่อเหตุจะมาทำแบบนี้กับตน ซึ่งทำงานแผนกเดียวกัน แต่ไม่เจอกันมาเป็นปีแล้ว และไม่เคยมีการนัดแนะ ในการเจอกันเกิดขึ้น
“หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ลาดหญ้า แต่กลัวว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเหตุการณ์เกิดขึ้นในรั้วทหาร, เคยมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงแต่เรื่องก็เงียบไป จึงกังวลว่าผู้ก่อเหตุจะได้รับการช่วยเหลือ, ตัวเองเคยถึงขั้นจะฆ่าตัวตาย แต่พอสามีและครอบครัวทราบเรื่อง ก็ให้กำลังใจ และกัน จอมพลัง เพื่อขอความช่วยเหลือ” น.ส.ออย เหยื่อสิบเอกหื่น กล่าวทิ้งท้าย
...
ส่วน กัน จอมพลัง กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นท่านห่วงเรื่องชื่อเสียง จึงอยากบอกประชาชนเรื่องที่เกิดขึ้น มีผู้กระทำอยู่ในหน่วยงาน ให้น้องอย่าพูดเดี๋ยวมันเสียชื่อเสียง เรื่องเงียบแบบนี้ กับเรื่องนี้มันออกหน้าสื่อแล้ว มีคนดูแบบนี้อันไหนมันเสียชื่อเสียงมากกว่ากัน มากกว่าการที่ท่านรับฟังแล้วไปไปลงโทษอย่างเข้มแข็ง รุนแรง ตรงไปตรงมา แบบไหนมันดีกว่ากัน เห็นหรือไม่วันนี้อันไหนมันเสียชื่อเสียงกว่ากัน เพราะท่านควรจะปกป้องคนที่ควรปกป้อง ไม่ใช่ไปปกป้องคนที่กระทำความผิด
"สิ่งที่น้องเขาน้อยเนื้อต่ำใจ คือ น้องเป็นผู้ถูกกระทำจึงได้ไปร้องทุกข์ แต่น้องกลายเป็นผู้ถูกตั้ง คกก.สอบสวนก่อน แบบนี้ผมขอถามว่าใครจะกล้าพูดครับ ผมเป็นผู้ถูกกระทำอยู่ในค่ายทหารผมไปร้อง ผมกลับถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนก่อนทั้งๆ ที่เราเป็นผู้เสียหาย แบบนี้ใครจะไปกล้าพูดล่ะครับ มันเกิดอะไรขึ้นครับ ผมมาเคสนี้เพราะน้องบอกน้องสู้ ผมก็จะสู้จนสุดทางเหมือนกันครับผมขอยืนยันตรงนี้ว่าจะไม่มีผู้มีอิทธิพลคนไหน มารังแกน้องได้นะครับ ผมช่วยเต็มที่ผมก็ไม่ใช่คนยิ่งใหญ่อะไรแต่ผมจะช่วยน้องให้สุดกำลังที่ผมจะทำได้" กัน จอมพลัง กล่าว.
...