ผู้การสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่เกาะสมุยติดตามความคืบหน้าคดีคนร้ายที่ลักทรัพย์โรงแรมบลูลากูนฯ สูญหายร่วม 7 ล้าน ล่าสุดจับกุมหัวขโมยเพิ่มอีก 3 เป็นแรงงานชาวเมียนมา ที่ 3 คนไทยที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้จ้างมาขนของ
เวลา 11.30 น.วันที่ 6 ก.ย. พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี เดินทางลงพื้นที่ สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีที่มีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์สินของโรงแรม บลูลากูน เดอะทีค วิง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.2 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย หลังจากที่ นางยมนา พูลสัวสดิ์ อายุ 70 ปี เจ้าของซึ่งเป็นผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความเมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยประชุมร่วมกับ พ.ต.อ.ยุทธนา ศิริสมัติ ผกก.สภ.บ่อผุด พ.ต.ท.อนุมัติ รื่นพานิช รอง ผกก. พ.ต.ท.ทนงศักดิ์ อักษรสม รอง ผกก.และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งเชิญ นางยมนา พูลสวัสดิ์ ผู้เสียหาย และนายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมกับให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพิ่มเติม
...
จากนั้น พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุโรงแรมบลูลากูน เดอะทีค วิง ที่ถูกคนร้ายเข้าไปขโมยทรัพย์สินหลายรายการจนได้รับความเสียหาย เปิดเผยความคืบหน้าในการติดตามจับกุมคนร้ายว่า ล่าสุดวันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาเพิ่มอีก 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นแรงงานชาวเมียนมา ที่ได้รับว่าจากผู้ต้องหาที่เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการจับกุมไปแล้วก่อนหน้านี้ 3 คน ให้มาขนทรัพย์สินออกจากโรงแรม ซึ่งจนถึงขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการจับกุมผู้ที่ก่อเหตุได้แล้ว 6 คน คนไทย 3 คน มีนายอภิพัฒน์ น.ส.ขวัญใจ และนายกฤษณะ แรงงานชาวพม่าอีก 3 คน พร้อมติดตามทรัพย์สินบางส่วนเช่น ประตู หน้าต่าง ท่อเหล็ก กลับมาแล้วบางส่วนจากนี้จะสอบสวนขยายผลเพิ่มเติมถึงแห่งที่เก็บทรัพย์สินที่ขโมยออกไป ร่วมถึงในส่วนของผู้ที่รับซื้อ
นายรัชชพร พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย ซึ่งเป็นญาติกับ นางยมนา พูลสวัสดิ์ เปิดเผยว่า เดิมทีพื้นตรงนี้มีนักลงทุนชาวต่างชาติมาขอเช่าที่สร้างเป็นโรงแรมตั้งแต่ปี พ.ศ.2533 เป็นระยะเวลา 30 ปี และหมดสัญญาในปี พ.ศ.2563 ผู้เช่าไม่ได้ต่อสัญญา ซึ่งทางผู้เช่าได้มีการส่งมอบพื้นที่ให้กับ นางยมนา เจ้าของที่ในปี 2564 หลังจากนั้นผู้เช่าได้นำเอาสิ่งของที่อยู่ภายในโรงแรม ซึ่งเป็นทรัพย์สินของผู้เช่าที่ไม่ใช่ในส่วนของอาคาร หรือส่วนพ่วง ที่อยู่ในสัญญาเช่าออกไป ซึ่งในส่วนนี้นางยมนาก็ได้ติดใจอะไร แต่หลังรับมอบพื้นที่ นางยมนาได้ปิดพื้นที่ทางเข้าโรงแรมไว้ จนทราบว่าทรัพย์ในโรงแรมถูกขโมยออกไป จึงได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"หลังแจ้งความแล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้เร่งติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุ ร่วมถึงติดตามทรัพย์สินบางส่วนที่ถูกขโมยไปได้อย่างรวดเร็ว ถือว่าเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักธุรกิจ นักลงทุน รวมทั้งผู้ประกอบการที่ลงทุนทำธุรกิจบนเกาะสมุย โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้ถือว่าเป็นหละหลวมของเจ้าหน้าที่ เนื่องจากจุดที่ตั้งของโรงแรมตั้งอยู่ในจุดที่อับ ไม่ได้อยู่ในจุดที่ผู้คนส่วนใหญ่สัญจรไปมา อาจจะไม่มีใครสนใจ ซึ่งหลังจากนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยว จะร่วมมือกันในการดูแลทรัพย์สินของผู้ประกอบการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ รวมถึงนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในเกาะสมุย"