นักแสดงสาววัย 22 ที่ถูกหลานอดีตรัฐมนตรีข่มขืน มาพร้อมทนายแจ้งความ สน.โชคชัยเอาผิดเพิ่มอีก 3 ข้อหา ทำพยานหลักฐานเท็จ ปลอมเอกสาร และทำลายเอกสาร ยันดำเนินคดีกับคนพูดหมิ่นประมาทในโลกออนไลน์ด้วย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 30 ส.ค. 65 น.ส.แนน (นามสมมติ) อายุ 22 ปี นักร้อง นักแสดงสาว พร้อม นายเนติธร สุรักษ์กิตติกุล ทนายความประจำสำนักงานทนายความษิทรา เข้าพบ พ.ต.อ.พรทวี สมวงค์ ผกก.สน.โชคชัย นำเอกสารหลักฐานการลบข้อความจากโทรศัพท์ของผู้เสียหาย และมีการยกเลิกข้อความจากโทรศัพท์ของผู้ต้องหาเองด้วย รวมผู้ต้องหาแถลงข่าวว่า ผู้เสียหายกระทำการ “แบล็กเมล์ (Blackmail)” ผู้ต้องหา เข้ามาแจ้งความเพิ่มในคดีทางอาญาเพิ่มอีก 3 ข้อหา คือ ทำพยานหลักฐานเท็จเพื่อให้เกิดคดีอาญา ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสาร และปลอมแปลงเอกสาร

ผู้เสียหายกล่าวว่า หลักฐานที่นำมาให้ตำรวจวันนี้ ขณะนี้รู้สึกอุ่นใจหลังทราบว่าผู้ต้องหาไม่ได้รับการประกันตัว ส่วนในเรื่องที่ผู้ต้องหาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อกล่าวหาว่าตนพยายามแบล็กเมล์ (Blackmail) ถือว่าเป็นการใส่ร้ายโดยไม่มีพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง ปรึกษากับทนายความเพื่อดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาทแยกเพิ่มจากสำนวนในคดีข่มขืน อีกทั้งจะปรึกษากับทนายว่าจะเอาผิดกับคนที่มีการหมิ่นประมาทในโลกออนไลน์อีกด้วย

...

ด้านพี่สาวผู้เสียหาย กล่าวว่า หลักฐานที่นำมายื่นมีความชัดเจน ยืนว่าไม่ต้องการที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย เพียงต้องการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาให้ถึงที่สุด ส่วนทนายความมั่นใจการทำงานของพนักงานสอบสวนชุดนี้มากขึ้น

มีรายงานว่า ข้อหาในที่แจ้งความเอาผิด นายอภิศร์ อินทุลักษณ์ ผู้ต้องหาในขณะนี้ มีทั้งหมด 13 ข้อหา คือ 1.ปลอมปนอาหารให้ผู้เสียหายดื่ม (ใส่ยานอนหลับในเครื่องดื่ม) 2.ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย 3.กระทำอนาจารผู้เสียหาย 4.บทเพิ่มโทษกรณีข่มขืนกระทำชำเรา ตามข้อ (2). และอนาจาร ตามข้อ (3). ที่กระทำกับผู้ซึ่งอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบ (ถูกมอมยาจนสลบหรือหลับ) 5.ทำร้ายร่างกาย (การข่มขืน กับการมอมยา ถือเป็นการทำร้ายร่างกายและจิตใจ) 6.บทเพิ่มโทษกรณีทำร้ายร่างกาย ตามข้อ (5). ที่กระทำโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 7.หน่วงเหนี่ยวกักขังทำให้เสียเสรีภาพ (การมอมยา ทำให้เสียเสรีภาพ) 8. ข่มเหง รังแก ผู้เสียหาย ในลักษณะการล่วงเกินทางเพศ 9.การกระทำความเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เข้าถึงและเปลี่ยนแปลงข้อมูลโดยมิชอบ

โดยวันนี้แจ้งเพิ่มอีก 3 ข้อหา คือ
10.“ทำพยานหลักฐานเท็จเพื่อให้เกิดคดีอาญา”
11“ทำลาย หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งเอกสาร”
12.“ปลอมแปลงเอกสาร”

โดยแยกคดีหมิ่นประมาท กรณีถูกกล่าวว่าผู้เสียหายพยายาม แบล็กเมล์ (Blackmail) เพิ่มอีก 1 คดี รวมทั้งหมด 2 คดี 13 ข้อหา

ขณะที่ ศาลอาญาสั่งยกคำร้องปล่อยตัว นายเอ็ม อภิศร์ อินทุลักษณ์ ผู้ต้องหาเป็นครั้งที่สอง เนื่องจากไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่ง ออกหมายขังส่งไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพ.