ลูกชายดีเจดัง เข้าพบตำรวจ สภ.ปากเกร็ด รับทราบข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายทำลายทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย พร้อมชดใช้ 4 หมื่น ค่าถีบพังประตูบ้าน ขณะที่ไฮโซสาว ยันไม่ถอนแจ้งความในคดีทำร้ายร่างกาย เอาผิดถึงที่สุด

จากกรณีที่ น.ส.ธัญญ์สมินธิ์ หรือเบลล์ มหาโชติเทวากุล อายุ 28 ปี ไฮโซสาวหมอดูรับเสริมดวงชื่อดัง เจ้าของเพจเฟซบุ๊กชื่อ "เบลล์ญาณบารมี" อยู่บ้านเลขที่ 92/1 หมู่บ้านเดอะเพลนท์ ซิตี้ ภายในเมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี หลังถูกนายชวิศ ควันธรรม อายุ 25 ปี อดีตสามีที่เลิกรากันไปกว่า 1 ปี ซึ่งเป็นบุตรชายของอดีตดีเจ และนักจัดรายการเพลงสากลทางวิทยุ โทรทัศน์ชื่อดัง ในยุค 70' ทำร้ายร่างกายหลายครั้ง และล่าสุดในคืนวันที่ 20 ส.ค. 65 มาที่บ้านยืนตะโกนด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย และใช้เท้าถีบประตูบ้านจนได้รับความเสียหาย พยายามจะบุกเข้าไปภายในบ้านเพื่อที่จะทำร้ายร่างกายอีก ก่อนที่ไฮโซสาวจะเดินทางเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ปากเกร็ด ในช่วงกลางดึกของวันเดียวกัน

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2565 น.ส.ธัญญ์สมินธิ์ หรือเบลล์ มหาโชติเทวากุล อายุ 28 ปี ไฮโซสาว เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ณัฐธนพล อินทรเรืองศร สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมด้วยนายชวิศ ควันธรรม อายุ 25 ปี อดีตสามีที่ทำร้ายร่างกาย เดินทางเข้าให้ปากคำตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวนให้มาพบในเวลา 10.00 น. ของวันเดียวกัน โดยมีสีหน้าที่เรียบเฉย ซึ่งทางพนักงานสอบสวนเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายเข้าพบพร้อมกัน โดยเบลล์ ไฮโซสาวใช้เวลาในการสอบปากคำ 30 นาที ส่วนอดีตสามีคู่กรณีใช้เวลาในการสอบปากคำราว 1 ชั่วโมง

ทั้งนี้ เบลล์ ไฮโซสาว กล่าวว่า ในวันนี้ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกเพื่อให้มาตกลงเจรจากับคู่กรณีในเรื่องของการชดใช้ค่าเสียหายที่ถูกคู่กรณีพังประตูบ้าน ไม่ได้มาไกล่เกลี่ย หรือยินยอมถอนแจ้งความในข้อหาทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด ซึ่งทางคู่กรณียินยอมชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นให้เป็นจำนวนเงิน 4 หมื่นบาท จึงจบในส่วนของข้อหาทำลายทรัพย์สินผู้อื่นให้ได้รับความเสียหายไป ส่วนคดีทำร้ายร่างกาย ตนขอยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

...

ไฮโซสาว กล่าวอีกว่า หลังจากเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เสร็จแล้ว ตนจะเดินทางไปให้ปากคำต่อในคดีทำร้ายร่างกายอีกคดีที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ ซึ่งพยานหลักฐานยืนยันในเรื่องของการทำร้ายร่างกายอย่างชัดเจนต่อไป นอกจากนี้ยังได้แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาทำร้ายร่างกายกับคู่กรณีไว้ที่ สน.โคกคราม อีกด้วย ส่วนในวันนี้ที่ สภ.ปากเกร็ด เป็นการไกล่เกลี่ยตกลงชดใช้ค่าเสียหายเท่านั้น ซึ่งแม้จะเป็นการพบเจอหน้ากันครั้งแรก หลังเข้าแจ้งความดำเนินคดีจนเป็นข่าว แต่ตนยังไม่เคยได้รับคำขอโทษใดๆ ออกมาจากปากเขาเลย และตนยังเห็นเขาไปโพสต์แขวะตนอีกในทำนองที่ว่า ออกสื่อทำเป็นปากกล้า พอลับหลังแอบไปนั่งร้องไห้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของเขาว่า ยังคงไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่ได้ลงมือทำร้ายร่างกายตนบ่อยมาก แทบจะเกือบทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ไม่ว่าจะในที่ส่วนตัว หรือที่สาธารณะก็ตาม ซึ่งเรื่องนี้ตนมีพยานหลักฐาน ก่อนออกจากโรงพักเดินทางไปที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และ สน.โคกคราม

ด้าน นายชวิศ กล่าวว่า ในวันนี้ตนได้เดินทางมารับทราบข้อหาบุกรุกเคหสถานในยามวิกาล กับพนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด เพียงข้อหาเดียว ซึ่งตนเดินทางมารับทราบข้อหาด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่หลบไม่หนีไปไหน ตนยอมรับว่าได้ลงมือทำร้ายร่างกายจริง ซึ่งในส่วนของคดีนี้ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย แต่เรื่องอื่นๆ ที่เขาไปให้ข่าวว่าตนเสพยา หรือทำร้ายร่างกายเขาทุกวันนั้น ขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ และให้ทนายความส่วนตัวดำเนินการเรื่องนี้ไป

นายชวิศ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่เขาจะไปแจ้งความดำเนินคดีกับตนเพิ่มที่ สน.ทุ่งมหาเมฆ และ สน.โคกคราม นั้น ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 โรงพัก หากมีการติดต่อมา ตนก็พร้อมที่จะเดินทางไปรับทราบข้อหาเช่นเดียวกัน ไม่คิดหลบหนีไปไหนแน่นอน ที่ผ่านมาหลังตกเป็นข่าว มีสื่อมากมายพยายามมาสอบถามกับตนว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจริงไหม ตนทำร้ายร่างกายเขาจริงหรือไม่ ตนก็ได้ตอบไปว่าตนทำจริง แต่มันมีมูลเหตุที่เกิดเรื่อง ซึ่งตนยังไม่อยากพูดอะไรมากไปกว่านี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องมามัดตัวตนในภายหลัง อีกเรื่องที่ตนอยากชี้แจงคือเรื่องที่เขาไปให้ข่าวในทำนองที่ว่า เวลาเกิดเหตุนั้น พ่อกับแม่ของตนไม่เคยช่วยเหลือหรือพาเขาหลบหนีเลยนั้น ตนขอยืนยันว่าตลอดเวลาที่เกิดเรื่องทุกครั้ง พ่อกับแม่ของตนพาเขาหนีทุกรอบ ก่อนที่จะมาคบกับตน เขาก็ถูกอดีตแฟนทำร้ายร่างกายมาเหมือนกัน ทุกอย่างมีมูลเหตุเพียงตนยังไม่อยากที่จะพูดถึง

ด้าน พ.ต.ท.ณัฐธนพล กล่าวว่า ได้ออกหมายเรียกให้นายชวิศมาให้ปากคำในวันนี้ ซึ่งตามพยานหลักฐานที่ปรากฏของผู้เสียหายที่นำมามอบประกอบคดี ในความผิด "ข้อหาบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยใช้กำลังประทุษร้ายทำลายทรัพย์สินผู้อื่นได้รับความเสียหาย" โดยแจ้งข้อหาให้ทราบแล้ว ก่อนปล่อยตัวชั่วคราว เนื่องจากผู้ต้องหามาพบตามหมายเรียก ไม่มีเจตนาหลบหนี ซึ่งจะเรียกตัวมาพบอีกครั้งหลังจากสำนวนเสร็จสิ้น