ป.ป.ป.สนธิกำลังบุกจับปลัด อ.เมือง เชียงใหม่ คาโต๊ะทำงานพร้อมหลักฐานใบอนุญาตขอมีอาวุธปืน เงินสด 2 หมื่นบาท หลังถูกล่อซื้อตามที่ประชาชนร้องถูกเรียกรับเงินขอใบ ป.3 ให้การภาคเสธ พร้อมขอประกันตัว

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2565 พลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ/ นายสุพจน์ ศรีงามเมืองผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. และนายสุภาพ ศิริ ผู้อำนวยการกลุ่มงานปราบปรามคดีพิเศษ ป.ป.ท. ได้นำกำลังบุกเข้าจับกุม จับกุม นายสรพงศ์ เตละวานิช ปลัดอำเภอเมืองเชียงใหม่ ภายในบริเวณห้องทำงาน ที่ว่าการอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

พร้อมของกลางใบอนุญาตให้ซื้อปืน (ป.3) 2 ฉบับและเงินสดจำนวน 2 หมื่นบาทก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางมาสอบสวนที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ที่ห้องประชุมชั้น 4 โดยทางปลัดคนดังกล่าวได้สวมเสื้อแจ็กเกตสีดำ และหมวกติดตราของกรมการปกครอง โดยมีครอบครัวและทนายอยู่ด้วยตลอดเวลา เมื่อเห็นผู้สื่อข่าวเดินทางมาทำข่าวกันจำนวนมาก ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ขอให้ทางปลัดคนดังกล่าว เปลี่ยนเสื้อและสวมหมวกปีกแทนก่อนที่จะมีการสอบปากคำอย่างละเอียด

...

นายสุพจน์ ศรีงามเมือง ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับร้องเรียนจากผู้เสียหายว่าได้มีการมาติดต่อราชการเพื่อขอใบอนุญาตซื้อปืน (ป.3) ที่นี้ซึ่งที่ผ่านมาเคยไปขอใบอนุญาตซื้อปืนที่อื่นเสียเงินเพียง 100 กว่าบาท แต่มาขอที่อำเภอนี้เจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกรับเงิน จึงได้ร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. ทางป.ป.ช. จึงได้นำเรื่องที่เกิดขึ้นประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและลงพื้นที่ล่อซื้อ

ด้านพลตำรวจตรี จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผู้บังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่จับกุมข้าราชการรายนี้เป็นการทำงานบูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหลังทาง ป.ป.ช.ได้รับเรื่องร้องเรียนจึงได้ประสานมายัง ป.ป.ป.และ ป.ป.ท. จึงได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบผู้ร้องทราบว่าได้ขอมาใบอนุญาตซื้อปืน ที่นี้ 2 กระบอก ทางเจ้าหน้าที่รัฐได้เรียกรับเงิน จำนวน 2 หมื่น เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนล่อซื้อ และนัดจ่ายเงินก่อนจะส่งสัญญาณให้ชุดเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมข้าราชการรายนี้ พร้อมของกลาง

เบื้องต้นจากการสอบสวนปลัดคนดังกล่าว ยอมรับว่าเงินดังกล่าวนั้นเป็นเงินที่ให้มาเป็นสินน้ำใจ หรือให้ด้วยเสน่หาไม่ได้เป็นเงินสินบน ที่เรียกรับโดยมิชอบ แต่อย่างไรก็ตามหลักฐานทั้งหมดที่มีนั้นเชื่อว่า สามารถเอาผิดข้าราชการรายนี้ได้ ถึงแม้จะยังให้การภาคเสธ ซึ่งทางผู้ต้องหาได้มีการทำเรื่องขอประกันตัว โดยทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ขัดข้องและไปสู้กันในชั้นศาล ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าคดีนี้นั้นมีพยานหลักฐานที่แน่นหนา สามารถเอาผิดผู้ต้องหาได้อย่างแน่นอน

...

เบื้องต้นทางตำรวจตั้งข้อหา เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สิน โดยมีโทษปรับไม่เกิน 4 แสนบาทหรือ จำคุก 5-20 ปี หรือประหารชีวิต

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการฝากเตือนประชาชนหากพบว่าไปติดต่อราชการแล้วมีเจ้าหน้าที่รัฐ เรียกรับสินบนสามารถแจ้งมาที่เจ้าหน้าที่ได้.