- เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปรานีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต...เข้าสู่โค้งสุดท้ายเสนอชื่อว่าที่ ผบ.ตร.คนใหม่ สืบต่อ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.เกษียณราชการ
เผลอแป๊บเดียวเข้าสู่เดือนที่ 8 แล้ว นับถอยหลังจากนี้ไปเหลือเวลาอีก 40 กว่าวัน สำหรับแวดวงข้าราชการ ก็จะครบเกษียณอายุแล้ว อย่างแวดวงสีกากี อยู่ในช่วงคึกคักเข้มข้นฝุ่นตลบเบียดลุ้นชิงเก้าอี้ "พิทักษ์ 1" เข้ามาทำหน้าที่ผู้นำตำรวจคนที่ 13 ต่อจาก "ผบ.ปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ที่ครบวาระเกษียณราชการในสิ้นเดือนกันยายนนี้
โดยการแต่งตั้ง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ คนที่ 13 ต่อจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ต้องใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจฯ ฉบับปัจุบัน เพราะ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ยังไม่สมบูรณ์ทางธุรการ รวมถึงการประกาศมีผลบังคับใช้หลังจากวันประกาศในราชกิจจาฯ 180 วัน จึงเป็นที่ชัดเจนแล้วว่า การแต่งตั้ง ผบ.ตร.นั้น จะต้องเป็นไปตามมติคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่มีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานฯ ที่มีกรรมการฯ เช่นเดิม
ซึ่งตามกฎหมาย “พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547” ประกอบประกาศและคำสั่งต่างระบุถึงคุณสมบัติ ผบ.ตร. และการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ว่า มาตรา 51 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ให้แต่งตั้งตามหลักเกณฑ์ ใน (1) ตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจากข้าราชการตํารวจยศ พล.ต.อ.
...
มาตรา 53 การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคัดเลือกรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ดำรงตำแหน่ง จเรตำรวจแห่งชาติ หรือรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แล้วเสนอคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน แล้วให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูล เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
สำหรับ รอง ผบ.ตร. และ จตช.ในปัจจุบัน ซึ่งมียศ พล.ต.อ. 3 นาย ไล่เรียงตามลำดับอาวุโส คือ พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ที่จะเกษียณพร้อมกันในปี 2566 และ พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. เกษียณปี 2567 มีสิทธิ์ลุ้นเก้าอี้ต่อจาก "ผบ.ปั๊ด" ตามระเบียบ
ส่องโปรไฟล์ 3 แคนดิเดตชิงดำเก้าอี้ ผบ.ตร.คนที่ 13
คนแรกอาวุโสอันดับ 1 "จเรหิน" เกษียณปี 2566
พล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ชื่อเล่น หิน เกิดวันที่ 25 พ.ย. 2505 ปริญญาตรี เศรษฐศาสตรบัณฑิต Vanderbilt University สหรัฐอเมริกา, ปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต University of San Francisco สหรัฐอเมริกา, ปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, การฝึกอบรม F.B.I. National Academy สหรัฐอเมริกา, หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง สถาบันวิทยาการตลาดทุน (วตท.) รุ่นที่ 2
ประวัติการรับราชการที่สำคัญ
รองสารวัตร แผนก 4 กองกำกับการ 7 กองปราบปราม, รองผู้กำกับการ กองบังคับการสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด, ผู้กำกับการฝ่ายองค์การตำรวจสากล กองการต่างประเทศ, รองผู้บังคับการกองการต่างประเทศ, ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ, ผู้บังคับการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 2, รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, รองผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล, ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, จเรตำรวจแห่งชาติ
ถัดมา พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ชื่อเล่น เด่น เกิดวันที่ 3 ก.ย. 2506 จบมัธยมศึกษา โรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) รุ่นที่ 9, ปริญญาตรี รัฐประศาสนศาสตร์จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 38, นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22, ปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์จาก City University สหรัฐอเมริกา, หลักสูตร Pacific Training Initiative (PTI) ของ F.B.I, หลักสูตร การควบคุมฝูงชน ของ Tacoma Police Department สหรัฐอเมริกา
...
ประวัติการรับราชการที่สำคัญ
รองผู้กำกับการป้องกันปราบปรามสถานีตำรวจนครบาลบางรัก, ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลคลองตัน, รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191), รองผู้บังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอำนาจเจริญ, ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2, ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพะเยา, ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล, ผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร, ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
และคนที่สาม พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ ชื่อเล่น รอย เกิดวันที่ 6 ส.ค. 2507 จบมัธยมต้น โรงเรียนเซนต์คาเบรียล, มัธยมปลาย เตรียมอุดม, ปริญญาตรี จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ รุ่น 40 นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 24 ปริญญาตรี นิติศาสตร์ รามคำแหง, MPA สหรัฐอเมริกา, หลักสูตรหลัก FBI, หลักสูตรสืบสวน ที่สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย
ประวัติการรับราชการที่สำคัญ
รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง, ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาลและผู้บัญชาการศึกษา, ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
...
ส่งสัญญาณถึงว่าที่ ผบ.ตร.คนต่อไป
"ผบ.ปั๊ด" ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการแต่งตั้ง ผบ.ตร.คนใหม่ หลังเดินทางมาเปิดอาคารที่ทำการหลังใหม่ บช.ก.-กองปราบ ว่า กระบวนการแต่งตั้งได้เริ่มดำเนินการแล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม แต่ยังไม่มีการกำหนดวันเวลาที่ชัดเจน ส่วนผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์นั้น ตามกติกาต้องแต่งตั้งจาก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือเทียบเท่า ซึ่งคือ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเท่าที่ทราบนั้นมีจำนวน 3 ท่าน แต่จะเป็นท่านใดผู้สื่อข่าวคงทราบกันอยู่แล้ว โดยหลังจากนี้ จะต้องทำการปรึกษาหารือ ซึ่งตนมีแนวทางอยู่แล้ว ผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์ทุกท่านมีความรู้ความสามารถ ซึ่งตามหลักการแต่งตั้งแล้วต้องมีเวลาสำหรับขั้นตอนต่อไป ดังนั้น ควรจะเสนอภายในเดือนสิงหาคมนี้
“เรื่องนี้ไม่หนักใจแต่อย่างใด เพราะผู้ที่เข้าหลักเกณฑ์เป็นผู้ที่มีความสามารถทุกท่าน แต่ตำแหน่งมีเพียงตำแหน่งเดียว ต้องพิจารณาถึงความเหมาะสม” ผบ.ตร.กล่าว
โค้งสุดท้ายศึกชิงเจ้ายุทธจักรสีกากี
...
โฟกัสยังอยู่กับชื่อที่โดดเด่น ชิงดำกันแบบตีคู่กันมาระหว่าง "รองเด่น" และ "รองรอย" เนื่องจากชื่อชั้นที่ผ่านทำเนียบนักเรียนนายร้อยตำรวจ (นรต.) มาทั้งคู่ ซึ่งหากมองที่ผลงาน ก็อยู่ในระดับยืนหนึ่ง สูสีกันชนิดที่ทำเอากรรมการหนักอกหนักใจ ดังนั้นจึงต้องให้น้ำหนักไปที่การสนับสนุนจาก "พลังผู้ยิ่งใหญ่ในบ้านเมือง" ประกอบกันด้วย
นาทีนี้ถือได้ว่า พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ เป็นเต็งจ๋า มาแรงแซงทุกโค้ง ประวัติดี ทำงานได้หลายด้าน ไม่ใช่แค่งานปราบปราม แต่ดูแลงานด้านความมั่นคงภายในประเทศอีกด้วย ซึ่งว่ากันว่า ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ ผบ.ตร.ส่วนใหญ่ จะมาจากสายความมั่นคง แถมคร่ำหวอดกับงานโรงพักและหน่วยปฏิบัติ ฝีไม้ลายมือครบเครื่อง ทำงานใกล้ชิด และถูกอกถูกใจคนใหญ่คนโตในรัฐบาล ทั้ง "บิ๊กตู่" และ "ลุงป้อม" ตลอดจนได้แรงสนับสนุนจาก "ผบ.ปั๊ด" นรต.38 และนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 22 (นตท.22) ที่เกื้อหนุนกันสุดแรงเกิด จึงทำให้มีแต้มต่อมากกว่าเพื่อน เสมือนแปะป้ายชื่อ จองเก้าอี้ ผบ.ตร.ไว้ตั้งแต่ไก่โห่
ถึงแม้ว่าหากดูอายุราชการจะอยู่ในตำแหน่ง ผบ.ตร.ได้เพียงแค่ 1 ปี แต่หลายฝ่าย กลับมองว่านี่ไม่ใช่ปัญหา เพราะในสมัยของ "บิ๊กอ๊อด" พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ก็เป็น ผบ.ตร.มาปีเดียวแล้วเช่นกัน
ขณะที่ "รองเด่น" ซึ่งเปรียบดั่ง ตาอิน ที่แย่งกินปลากับตานา คนที่เหลืออายุราชการมากถึง 2 ปี อย่าง "รองรอย" ซึ่งมีพาวเวอร์จากฐานอำนาจเก่าในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) หากมีสัญญาณฟ้าผ่าเปรี้ยงลงมา ก็อาจจะมีสิทธิ์เข้าวินได้แบบไร้ข้อกังขา
อย่างไรก็ตาม หากตาอินกะตานา เกิดความไม่ลงตัวจากผู้มีอำนาจผู้ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย ตาอยู่อย่าง "จเรหิน" (นายร้อยอบรม) ที่ช่วงท้ายๆ แรงมากับแนวร่วมกลุ่มธุรกิจและฝ่ายการเมือง ก็มีสิทธิ์ คว้าพุงปลาไปกินได้เช่นกัน แม้จะไม่มีชื่อชั้นในทำเนียบรุ่นก็ตาม
ดังนั้น จึงต้องจับตาลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายว่า ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในการแต่งตั้งแม่ทัพสีกากีจะเกิดขึ้นเพื่อปิดช่องความเหลื่อมล้ำที่ติดล็อกมาหลายยุคหลายสมัยว่า เก้าอี้ ผบ.ตร.จะต้องล็อกไว้เพื่อ "เลือด นรต." เท่านั้น หรือไม่
ท้ายที่สุดนี้ ผบ.ตร.คนที่ 13 ที่จะมาทำหน้าที่กุมบังเหียนในการผดุงคุณธรรม ขจัดคนพาล อภิบาลคนดี ตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ (ฉบับใหม่) จะเป็นใครกันแน่ คาดว่าวาระการประชุม ก.ต.ช. สิ้นเดือนนี้ รู้ผลแน่ใครจะเข้าวิน...